เล่ห์รักหงส์สังหาร: บัลลังก์เลือดสะเทือนรัก•ตอนที่ 6

สายสัมพันธ์ที่ไม่คาดฝัน

ผลงานโดย ไป๋เหลียนฮวา
"ก้าวเท้าของเจ้าให้เบาหน่อย มู่หลาน... หรือเจ้าคิดว่าทางเดินสู่ความตายจำเป็นต้องประโคมเสียงให้กึกก้องไปทั่ววังหลวง?" น้ำเสียงทุ้มต่ำแต่เย็นเยียบดุจน้ำค้างแข็งในฤดูเหมันต์ดังขึ้นจากด้านหลัง ขบวนขันทีที่คุมตัวหลินมู่หลานหยุดชะงักลงทันทีราวกับถูกสาป มู่หลานไม่ได้หันกลับไปมอง แต่แผ่นหลังบางของนางกลับเหยียดตรงอย่างทระนง แม้จะรู้ดีว่าเบื้องหลังคือบุรุษผู้ถือครองอำนาจชี้เป็นชี้ตายเหนือแผ่นดินนี้ "หม่อมฉันเพียงแต่กังวลว่า หากทางเดินนี้มืดมิดเกินไป ฝ่าบาทอาจจะมองไม่เห็นความจริงที่ซ่อนอยู่ใต้เงาของความผิดที่พระองค์ทรงยัดเยียดให้หม่อมฉันนะคะ" มู่หลานตอบกลับโดยไม่ลดละ จ้าวเหวินหลงก้าวผ่านเหล่าขันทีขึ้นมาอยู่เคียงข้างนาง กลิ่นอายจางๆ ของกำยานไม้กฤษณาและโลหะที่เข้มข้นจนน่าอึดอัดโชยเข้าจมูกของหญิงสาว พระหัตถ์แกร่งคว้าเข้าที่ข้อมือของนางอย่างฉับพลัน แรงบีบนั้นหนักหน่วง ทว่าไม่ได้บ่งบอกถึงความโกรธเกรี้ยว หากแต่เป็นการบังคับให้นางต้องเปลี่ยนทิศทางเดิน "เจ้าช่างพูดเก่งกว่าที่ข้าคิดไว้มาก" ฮ่องเต้หนุ่มตรัสพลางลากนางเบนออกนอกเส้นทางไปยังตำหนักมังกรทอง มุ่งหน้าสู่ทิศตะวันออกที่ลับตาคน "แต่จงจำไว้... ในวังหลังแห่งนี้ ความจริงเป็นของฟุ่มเฟือยที่ไม่มีใครซื้อได้ด้วยวาจา" มู่หลานพยายามสะบัดข้อมือออก ทว่ายิ่งขัดขืน แรงบีบก็ยิ่งกระชับแน่นจนนางต้องนิ่วหน้า นางถูกลากผ่านระเบียงทางเดินคดเคี้ยว ก่อนจะเข้าสู่ประตูบานไม้แกะสลักลวดลายวิจิตรที่ถูกซ่อนไว้หลังแนวไผ่ดัด มันคือ 'สวนลับ' ที่ไร้การบันทึกในแผนผังวังหลวง สถานที่ที่แม้แต่กุ้ยเฟยหลินซูที่ว่ากันว่าเป็นที่โปรดปรานที่สุดยังไม่มีโอกาสได้ย่างกรายเข้ามา เมื่อประตูปิดลง ความเงียบสงัดก็เข้าปกคลุม สวนแห่งนี้ไม่มีดอกไม้บานสะพรั่งเหมือนตำหนักอื่นๆ มีเพียงโขดหินรูปทรงประหลาดและสระน้ำนิ่งสนิทที่สะท้อนเงาจันทร์เสี้ยว จ้าวเหวินหลงปล่อยมือจากนางราวกับว่าผิวสัมผัสของนางเป็นสิ่งที่น่ารังเกียจ "ทำไมถึงเป็นข้า?" มู่หลานถามขึ้นทำลายความเงียบ ดวงตาเรียวหงส์จ้องลึกเข้าไปในดวงเนตรคมกริบของบุรุษเบื้องหน้า "ฝ่าบาทมีสนมเรือนพันเหตุใดต้องเป็นข้าที่ถูกดึงเข้ามาในเกมการเมืองที่ดูเหมือนจะลึกกว่าที่ใครจะหยั่งถึง" จ้าวเหวินหลงหัวเราะในลำคอ เสียงหัวเราะที่ไร้ซึ่งความอบอุ่น พระองค์เดินไปหยุดที่ริมสระน้ำก่อนจะหยิบก้อนหินขึ้นมาโยนลงไปจนผิวน้ำกระเพื่อมไหว "เจ้าจำหญิงรับใช้ที่ตายในตำหนักเย็นเมื่อสามปีก่อนได้หรือไม่? หญิงรับใช้ที่ตายโดยไม่มีใครสนใจ ทิ้งไว้เพียงบันทึกที่บอกว่าเจ้าคือผู้ที่กุมความลับเรื่องการล่มสลายของตระกูลหลินเอาไว้... เจ้าคิดว่าการที่เจ้าเข้ามาในวังครั้งนี้ มันเป็นความบังเอิญอย่างนั้นหรือ?" หัวใจของมู่หลานกระตุกวูบ ความเย็นเยือกแล่นริ้วไปตามไขสันหลัง ข้อมูลนี้ถูกเก็บงำไว้ในใจของนางมาตลอด แต่มันไม่ควรจะมีใครล่วงรู้แม้แต่คนเดียว! "ฝ่าบาททรงใส่ความหม่อมฉันเพื่อจะบีบให้หม่อมฉันยอมรับในสิ่งที่ไม่ได้ทำสินะคะ" มู่หลานกล่าวด้วยน้ำเสียงที่สั่นเครือเพียงเล็กน้อยก่อนจะบังคับให้มันกลับมามั่นคงดั่งเดิม "ตระกูลหลินของหม่อมฉันจงรักภักดีต่อราชวงศ์มาโดยตลอด บันทึกนั่นอาจจะเป็นเพียงกลลวงของใครบางคนที่ต้องการให้ฝ่าบาททรงพิโรธและจัดการหม่อมฉันให้สิ้นซาก" จ้าวเหวินหลงหันกลับมาเผชิญหน้ากับนางอีกครั้ง คราวนี้เขาก้าวเข้ามาใกล้จนระยะห่างลดน้อยลงเหลือเพียงลมหายใจกั้น พระองค์โน้มพระพักตร์ลงมาใกล้ใบหูของนาง ลมหายใจอุ่นร้อนทำให้มู่หลานขนลุกชัน "หากเจ้าเป็นหมากที่ไร้ประโยชน์ ข้าคงสังหารเจ้าทิ้งไปตั้งแต่วันแรกที่พบกันแล้ว... แต่ดูเหมือนเลือดในกายเจ้า จะมีค่ามากกว่าแค่ชีวิตของสนมตัวเล็กๆ คนหนึ่ง" พระหัตถ์แกร่งเชยคางนางขึ้น บังคับให้สบตา "ข้าไม่ได้ต้องการความภักดีที่จอมปลอม มู่หลาน ข้าต้องการคนที่กล้าพอจะ 'สังหาร' ความเน่าเฟะในวังหลังนี้ร่วมกับข้า" มู่หลานเบิกตากว้าง ความสับสนวูบผ่านดวงตา นางนึกว่าเขาเป็นศัตรูที่ต้องการหัวของนาง แต่ประโยคนี้กลับพลิกผันสถานะทุกอย่างในทันที ก่อนที่นางจะทันได้กล่าวคำถามที่ค้างคาใจออกไป เสียงฝีเท้าหนักๆ ขององครักษ์รักษาพระองค์ก็ดังแทรกเข้ามาในความเงียบ พร้อมกับเสียงทุ้มของหัวหน้าองครักษ์ที่รายงานผ่านประตูปิดตาย "ฝ่าบาท... กุ้ยเฟยหลินซูทรงเสด็จมาที่ตำหนักมังกรทองพะย่ะค่ะ พระนางทรงแจ้งว่าพบร่องรอยการต่อสู้ในตำหนักเย็น และเกรงว่าฝ่าบาทจะได้รับอันตรายจากสนมที่ 'ไม่รู้จักที่ต่ำที่สูง' ผู้นี้!" สีหน้าของจ้าวเหวินหลงเปลี่ยนไปเป็นราบเรียบราวกับหน้ากากที่ไร้อารมณ์ทันที พระองค์ผละออกจากมู่หลานอย่างรวดเร็ว ก่อนจะหยิบปิ่นปักผมหยกสีเลือดที่ซ่อนอยู่ใต้แขนเสื้อยื่นให้กับนาง "หากเจ้าอยากรอดจากคืนนี้ จงใช้ปิ่นนี้แทงเข้าไปที่อกขวาของข้าเสีย" จ้าวเหวินหลงกระซิบเสียงเย็นชาพลางคว้ามือมู่หลานให้กำปิ่นแน่น "จำไว้... ถ้าเจ้าไม่กล้าลงมือในตอนนี้ คนที่จะต้องตายในวันรุ่งขึ้น คือน้องชายเพียงคนเดียวที่เจ้าซ่อนตัวไว้นอกวังหลวง!" มู่หลานหน้าถอดสี มือที่ถือปิ่นสั่นสะท้าน นี่มันไม่ใช่แค่เกมการเมือง แต่มันคือการแลกเปลี่ยนด้วยชีวิตที่นางไม่อาจหลีกหนี! ขอบพระคุณทุกท่านที่ติดตามร่วมลุ้นไปกับชะตากรรมของมู่หลานนะคะ แล้วพบกันใหม่ในตอนหน้าค่ะ! - ไป๋เหลียนฮวา
สารจากนักเขียน (ไป๋เหลียนฮวา)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เล่ห์รักหงส์สังหาร: บัลลังก์เลือดสะเทือนรัก นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%