“หากเจ้าคิดจะใช้น้ำจัณฑ์ถ้วยนี้สังหารข้า เกรงว่าแผนการของเจ้าคงจะตื้นเขินเกินไปหน่อยนะเพคะ กุ้ยเฟย”
เสียงหวานเย็นเยียบของหลินมู่หลานดังก้องขึ้นท่ามกลางความเงียบงันที่น่าอึดอัดภายในตำหนักหย่งเล่อ งานเลี้ยงฉลองชัยที่ควรจะเต็มไปด้วยเสียงดนตรีและรอยยิ้ม บัดนี้กลับถูกแช่แข็งด้วยสายตาของบรรดาขุนนางและเหล่าสนมที่จ้องมองมาเป็นตาเดียว ปิ่นทองคำในมือของมู่หลานที่สั่นสะท้านในตอนแรก บัดนี้ถูกถือไว้อย่างมั่นคงราวกับอาวุธสังหาร
กุ้ยเฟยหลินซูที่นั่งอยู่บนอาสนะสูงกว่าเพียงเล็กน้อย แย้มยิ้มออกมาด้วยความเอ็นดู ทว่าในแววตากลับไร้ซึ่งความอบอุ่น นางวางจอกสุราลงบนโต๊ะไม้จันทน์ช้าๆ เสียง ‘กริ๊ก’ เบาๆ นั้นราวกับเสียงมัจจุราชที่กำลังนับถอยหลัง
“เจ้าช่างจินตนาการล้ำเลิศนัก มู่หลาน” กุ้ยเฟยเอ่ยพลางใช้พัดปักลายโบตั๋นปิดบังรอยยิ้มที่มุมปาก “ข้าเพียงเห็นว่าเจ้าดูเหนื่อยล้าจากการเตรียมงาน จึงอยากมอบสุราดอกท้อรสเลิศให้ดื่มคลายเครียด เหตุใดเจ้าจึงคิดเป็นอื่นไปได้เล่า?”
มู่หลานแค่นยิ้ม ดวงตากลมโตดุจกวางของนางวาวโรจน์ด้วยความแค้นที่ถูกฝังลึก “เหนื่อยล้าหรือเพคะ? หรือเป็นเพราะเกรงว่าข้าจะนำความจริงเรื่อง ‘ตราประทับลับ’ ของสกุลหลินไปทูลฝ่าบาทเสียก่อน จนท่านต้องรีบหาทางปิดปากข้าในงานเลี้ยงที่มีพยานมากเช่นนี้”
คำกล่าวนี้เหมือนหินก้อนใหญ่ที่ถูกโยนลงกลางใจน้ำ บรรยากาศภายในตำหนักสั่นสะเทือน จ้าวเหวินหลงที่ประทับอยู่บนบัลลังก์หลักชำเลืองมองมาด้วยสายตาเรียบเฉย ทว่ามือของเขากำแน่นอยู่ใต้แขนเสื้อ พระองค์ทรงรอคอยจังหวะนี้อยู่... จังหวะที่จะได้เห็นว่า ‘หมาก’ ตัวสำคัญของพระองค์จะพลิกสถานการณ์อย่างไร
“บังอาจ!” ขันทีคนสนิทของกุ้ยเฟยแผดเสียงขึ้น “เจ้ากล่าวหาพระสนมกุ้ยเฟยโดยไร้หลักฐาน มีโทษถึงประหารชีวิตนะ!”
“หลักฐานหรือ?” มู่หลานขยับยิ้ม นางเดินเข้าไปกลางท้องพระโรง ชุดผ้าไหมสีน้ำเงินเข้มสะบัดพริ้วตามจังหวะก้าว นางหยิบปิ่นทองคำที่เคยสั่นไหวขึ้นมาปักลงบนโต๊ะไม้ต่อหน้ากุ้ยเฟย ปลายปิ่นที่แหลมคมจิกลงบนเนื้อไม้จนเกิดรอยลึก
“ปิ่นเล่มนี้คือของขวัญที่ท่านมอบให้ข้าเมื่อเช้า ท่านบอกว่ามันสวยงามนัก แต่น่าเสียดาย... กลิ่น ‘ดอกโฮ่วซื่อ’ ที่ผสมอยู่ในสีทองบนตัวปิ่น กลับเป็นยาพิษร้ายแรงที่ทำให้เลือดแข็งตัว หากข้าปักมันลงบนมวยผม กลิ่นของมันจะระเหยเข้าสู่ลมหายใจช้าๆ ภายในหนึ่งชั่วยาม ข้าก็จะสิ้นใจโดยไร้ร่องรอย”
ความเงียบเข้าปกคลุมอีกครั้ง กุ้ยเฟยหลินซูหน้าถอดสีไปชั่วขณะ ทว่านางยังมีรอยยิ้มที่ซ่อนเร้น “เป็นเพียงข้อสันนิษฐานลอยๆ เจ้าจะพิสูจน์ได้อย่างไร?”
“ง่ายมากเพคะ” มู่หลานหันไปทางฮ่องเต้จ้าวเหวินหลง นางย่อกายทำความเคารพอย่างอ่อนช้อย “ฝ่าบาท หม่อมฉันขออนุญาตพิสูจน์ความบริสุทธิ์ของตนเอง และความจงรักภักดีของพระสนมกุ้ยเฟยด้วยการให้ขันทีอาวุโสลองแตะสัมผัสปิ่นเล่มนี้ หากหม่อมฉันใส่ความท่าน หม่อมฉันยินดีรับโทษทัณฑ์ด้วยการถูกโบยจนสิ้นใจ!”
จ้าวเหวินหลงผ่อนลมหายใจเบาๆ ก่อนจะโบกพระหัตถ์อนุญาต “ทำตามที่มู่หลานต้องการ หากผลออกมาเป็นเช่นไร... คนผู้นั้นต้องรับผิดชอบต่อความวุ่นวายนี้ด้วยชีวิต”
กุ้ยเฟยหลินซูเริ่มรู้สึกถึงไอเย็นที่แล่นผ่านสันหลัง นางประมาทหญิงสาวผู้นี้เกินไป... มู่หลานไม่ใช่เด็กสาวผู้เปราะบางที่นางเคยคิด แต่เป็นงูพิษที่ซ่อนกายอยู่ในสวนดอกไม้รอวันฉกกัด
ขณะที่ขันทีอาวุโสกำลังจะก้าวเข้าไปเพื่อตรวจสอบปิ่นเล่มนั้น ประตูตำหนักขนาดใหญ่ก็ถูกผลักออกอย่างรุนแรง ทหารองครักษ์วิ่งกรูเข้ามาด้วยสีหน้าตระหนก ทุกสายตาหันไปมองต้นทาง ขันทีประจำพระองค์ตะโกนก้องด้วยเสียงสั่นเครือ
“ฝ่าบาท! เกิดเรื่องใหญ่แล้วพ่ะย่ะค่ะ! ที่ห้องเก็บพระอักษร... มีคนลอบวางเพลิง และหลักฐานที่ฝ่าบาททรงเก็บไว้ทั้งหมด ถูกเผาทำลายไปสิ้นแล้ว!”
มู่หลานชะงัก สายตาของนางปะทะกับแววตาของผู้ที่เพิ่งก้าวเข้ามาในตำหนักหลังองครักษ์—บุรุษผู้สวมชุดดำสนิทปิดบังใบหน้า ทว่ามู่หลานจำได้แม่นยำจากรอยแผลเป็นที่มือขวา... คนผู้นี้คือคนเดียวกับที่เคยนำจดหมายลับของบิดานางมาส่งเมื่อหลายปีก่อน
และเขากำลังมองมาที่นาง พร้อมกับชู ‘ตราประทับลับ’ ของสกุลหลินขึ้นมาในมือ ก่อนจะหมุนตัวหายไปในเงามืดนอกตำหนักทันที!
มู่หลานทรุดเข่าลง พลันเข้าใจในทันทีว่างานเลี้ยงครั้งนี้ไม่ใช่การชิงไหวชิงพริบระหว่างนางกับกุ้ยเฟย แต่มันคือกับดักที่คนเบื้องหลังอีกคนวางไว้ เพื่อขโมยของที่สำคัญที่สุดในชีวิตนางไปต่อหน้าต่อตา!
แล้วพบกันในตอนหน้านะคะ ขอบพระคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ติดตามการเดินทางของมู่หลานมาจนถึงตอนนี้นะคะ!
เล่ห์รักหงส์สังหาร: บัลลังก์เลือดสะเทือนรัก•ตอนที่ 7
งานเลี้ยงลวงตา
ผลงานโดย ไป๋เหลียนฮวา
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ไป๋เหลียนฮวา)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เล่ห์รักหงส์สังหาร: บัลลังก์เลือดสะเทือนรัก นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!