“เจ้าคิดหรือว่า ‘หยกมังกรคู่’ จะกลับคืนสู่มือเจ้าได้เพียงแค่การร้องไห้คร่ำครวญต่อหน้าพระพักตร์? ในวังหลังแห่งนี้ ความสงสารคืออาภรณ์ที่ราคาถูกที่สุดที่ใครๆ ต่างหยิบยื่นให้กัน”
เสียงเย็นเยียบของหลินมู่หลานดังขึ้นท่ามกลางความเงียบงันภายในตำหนักส่วนตัว นางไม่ได้มองหน้าสาวใช้คนสนิทที่ยังคงสะอื้นไห้ แต่สายตาของนางจดจ้องอยู่กับคราบชาที่หกเลอะเทอะบนโต๊ะไม้จันทน์หอม ดั่งรอยเลือดที่ไม่มีวันลบเลือน
เหตุการณ์ในงานเลี้ยงเมื่อครู่ยังคงฉายชัดในหัว ราวกับภาพวาดพู่กันจีนที่ถูกละเลงด้วยหมึกสีดำมืดมิด กุ้ยเฟยหลินซูไม่ได้เพียงแค่ต้องการหักหน้า แต่นางคือผู้กำกับโศกนาฏกรรมที่พราก ‘หยกประจำตระกูล’ ซึ่งมารดาของมู่หลานทิ้งไว้ให้ก่อนสิ้นใจไปต่อหน้าต่อตาโดยที่นางทำอะไรไม่ได้เลย
“คุณหนู... บ่าวเกรงว่ากุ้ยเฟยจะนำหยกนั้นไปถวายฮ่องเต้ เพื่อกล่าวหาว่าท่านขโมยของหลวงมาครอบครอง” สาวใช้เอ่ยเสียงสั่น
มู่หลานแค่นยิ้ม มุมปากยกขึ้นเพียงเล็กน้อย ทว่าแววตาหาได้มีความขบขันแม้แต่น้อย “หากนางใช้วิธีตรงไปตรงมาเช่นนั้น ก็นับว่าดูแคลนสติปัญญาของข้าเกินไปหน่อย นางมิได้ต้องการแค่ทำลายข้า แต่นางต้องการดึงให้ข้าตกต่ำลงจนไม่เหลือค่าพอที่จะเป็นหมากในกระดานของใครได้อีก”
มือเรียวบางของนางขยับหยิบถ้วยชาขึ้นมาหมุนช้าๆ ลมหายใจเข้าออกเป็นจังหวะเนิบนาบ แต่นัยน์ตากลับทอประกายคมปลาบดั่งอาวุธลับที่เตรียมพร้อมจะปลิดชีพศัตรู
ในเมื่อวังหลังนี้คือสังเวียนที่ความเมตตาคือจุดจบ มู่หลานก็พร้อมจะสลัดคราบกวางน้อยผู้บริสุทธิ์ทิ้งไปเสีย หากหยกมังกรคือนัยสำคัญของความลับที่ตระกูลหลินกุมไว้ นางก็ต้องเร่งสร้างรากฐานของตนเอง ก่อนที่พายุแห่งการนองเลือดจะโหมกระหน่ำจนตำหนักของนางพังทลาย
“ไปบอกคนของเราที่อยู่ในกองเสบียง” มู่หลานเอ่ยขึ้นกะทันหัน เสียงของนางราบเรียบแต่เด็ดขาด “ให้เร่งรวบรวมหลักฐานเรื่องการทุจริตในเขตพระราชฐานชั้นนอก ที่หลินซูแอบสั่งการผ่านทางพี่ชายของนางมาตลอดสามเดือนนี้”
“แต่คุณหนูเจ้าคะ... นั่นมันเสี่ยงเกินไป หากความแตกขึ้นมา...”
มู่หลานหันขวับ สายตาของนางที่มองไปยังสาวใช้เปรียบเสมือนใบมีดที่เชือดเฉือนความลังเลนั้นทิ้ง “ความเสี่ยงคืออากาศที่คนในวังต้องหายใจ หากเจ้าไม่กล้าเสี่ยง เจ้าก็เตรียมตัวก้มกราบแทบเท้ากุ้ยเฟยเพื่อรอวันตายไปพร้อมกับข้าเสียเถิด”
นางลุกขึ้นยืน เดินไปที่หน้าต่างไม้แกะสลัก มองออกไปยังแสงจันทร์ที่สาดส่องลงบนพื้นหินอ่อน ราวกับน้ำค้างกลางหาวที่เย็นเยือกและไร้ที่พึ่งพิง ทว่าในความเย็นนั้น มู่หลานกลับมองเห็นโอกาส
นางรู้ดีว่าจ้าวเหวินหลง ฮ่องเต้ผู้เงียบขรึมและลึกล้ำ กำลังจับตามองนางอยู่จากที่ไกลๆ เขาไม่เพียงแต่เป็นสามี แต่เขายังเป็นผู้เล่นที่อันตรายที่สุดในเกมนี้ หากนางต้องการเอาตัวรอด นางต้องทำให้เขามองเห็นว่า นางไม่ใช่แค่สตรีในปกครอง แต่คือนางหงส์ที่เขาสามารถวางใจให้เคียงข้างบัลลังก์ได้
“ข้าจะไม่ขอความช่วยเหลือจากฮ่องเต้” มู่หลานพึมพำกับตนเอง “ข้าจะทำให้เขาเห็นว่า สิ่งที่หลินซูทำลงไปนั้น ไม่ใช่แค่การรังแกสนมตัวเล็กๆ แต่เป็นการหมิ่นเกียรติของฮ่องเต้ผู้ครองแผ่นดิน”
นางหยิบกระดาษแผ่นบางขึ้นมา จรดพู่กันเขียนรหัสลับที่มารดาสอนไว้ก่อนสิ้นใจ นี่คือแผนการที่วางรากฐานมานานนับปี แต่มู่หลานไม่เคยคิดจะใช้มัน จนกระทั่งวันนี้... วันที่นางสูญเสียสิ่งที่รักที่สุดไป
ขณะที่มู่หลานกำลังจะประทับตราลับลงบนจดหมาย เสียงฝีเท้าหนักๆ ของบุรุษผู้หนึ่งก็ดังขึ้นที่หน้าประตูตำหนัก พร้อมกับเสียงขานรับของขันทีคนสนิทที่ทำให้หัวใจของนางกระตุกวูบ
“ฮ่องเต้เสด็จ!”
มู่หลานวางพู่กันลง หัวใจเต้นรัวดั่งกลองศึก ทว่าใบหน้าของนางยังคงเรียบเฉย นางรีบซ่อนจดหมายไว้ใต้สำรับเอกสาร และจัดแจงอาภรณ์ให้ดูสมบูรณ์แบบที่สุด
ประตูไม้บานใหญ่ถูกผลักออก จ้าวเหวินหลงก้าวเข้ามาในห้องด้วยรัศมีที่กดดันจนอากาศรอบข้างดูจะหนักอึ้ง เขาไม่ได้มองนางในทันที แต่เดินไปหยุดอยู่ที่โต๊ะตัวที่หยกมังกรคู่เคยถูกวางไว้ ก่อนจะหันมามองนางด้วยแววตาที่อ่านไม่ออก
“มู่หลาน...” เสียงของเขาทุ้มต่ำและเย็นชา “เจ้าดูเหมือนจะมีเรื่องปิดบังข้า และในมือของเจ้านั่น... ดูเหมือนจะไม่ใช่แค่เรื่องส่วนตัวที่สตรีในวังควรเขียน”
สายตาของเขาพุ่งตรงไปยังมือของมู่หลานที่กำแน่นอยู่ใต้แขนเสื้อ นางรู้สึกถึงไอเย็นที่แผ่ซ่านไปทั่วร่าง การตัดสินใจในเสี้ยววินาทีนี้คือเส้นแบ่งระหว่างการมีอำนาจหรือการเป็นนักโทษในกรงทอง
มู่หลานเงยหน้าขึ้น สบตากับบุรุษที่กุมชะตากรรมของแผ่นดินอย่างไม่เกรงกลัว นางยืดตัวตรงแล้วค่อยๆ คุกเข่าลงช้าๆ แต่ทว่า แววตาของนางกลับมีความเด็ดเดี่ยวที่ทำให้ฮ่องเต้ต้องชะงัก
“ฝ่าบาท... หยกมังกรคู่นั้นหายไปแล้วเพคะ และหม่อมฉันรู้ว่าผู้ใดเป็นคนขโมยไป” มู่หลานเอ่ยเสียงก้อง “ทว่าสิ่งที่หม่อมฉันกำลังเขียนอยู่นี้ มิใช่คำร้องขอความเป็นธรรมจากพระองค์ แต่คือหลักฐานที่จะเปลี่ยนบัลลังก์นี้ไปตลอดกาล หากพระองค์กล้าพอที่จะอ่านมัน”
จ้าวเหวินหลงเลิกคิ้วขึ้นเล็กน้อย มุมปากปรากฏรอยยิ้มที่แฝงความหมายบางอย่างที่นางคาดไม่ถึง เขาเดินตรงเข้ามาหานาง จนปลายรองเท้าของเขาหยุดอยู่ตรงหน้ามู่หลาน มือหนาเอื้อมลงมาเชยคางนางขึ้น ก่อนจะกระซิบคำที่ทำให้นางแทบหยุดหายใจ
“เจ้าคิดว่าเจ้ากำลังเล่นกับใครอยู่กันแน่... มู่หลาน?”
ไป๋เหลียนหวาหวังว่านักอ่านทุกท่านจะร่วมลุ้นไปกับก้าวแรกของมู่หลานในตอนต่อไปนะคะ
เล่ห์รักหงส์สังหาร: บัลลังก์เลือดสะเทือนรัก•ตอนที่ 8
น้ำค้างกลางหาว
ผลงานโดย ไป๋เหลียนฮวา
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ไป๋เหลียนฮวา)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เล่ห์รักหงส์สังหาร: บัลลังก์เลือดสะเทือนรัก นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!