เล่ห์รักหงส์สังหาร: บัลลังก์เลือดสะเทือนรัก•ตอนที่ 4

เงาสะท้อนในตำหนักเย็น

ผลงานโดย ไป๋เหลียนฮวา
“หากท่านกุ้ยเฟยต้องการชีวิตข้า เหตุใดไม่ลงมือด้วยพระหัตถ์ตนเองเล่า? การใช้สุนัขรับใช้เหล่านี้มาล้อมหน้าล้อมหลัง มันดูต่ำต้อยเกินไปสำหรับผู้ที่กุมอำนาจทั่ววังหลังเสียจริง” หลินมู่หลานเอ่ยขึ้นท่ามกลางวงล้อมของคมดาบที่พาดผ่านลำคอขาวผ่องของนาง แววตาของนางมิได้มีความเกรงกลัวแม้เพียงกระผีกริ้ว นางยืนตระหง่านอยู่กลางลานกว้างท่ามกลางสายตาที่มองมาด้วยความสมเพชและหยามเหยียดของกุ้ยเฟยหลินซู กุ้ยเฟยหลินซูยกยิ้มที่มุมปาก มือเรียวงามภายใต้แขนเสื้อปักลายโบตั๋นเลื่อนขึ้นมาสัมผัสปิ่นทองบนมวยผมอย่างแช่มช้า “ปากกล้านักนะมู่หลาน เจ้าคิดว่าชื่อเสียงของตระกูลหลินจะช่วยปกป้องเจ้าได้ตลอดไปหรือ? ในเมื่อวันนี้เจ้าบังอาจทำลายพิธีศักดิ์สิทธิ์ของข้า การที่เจ้าต้องไปอยู่ในตำหนักเย็นเพื่อสงบสติอารมณ์นั้น... ถือว่าข้ายังเมตตาเจ้ามากแล้ว” “ตำหนักเย็นหรือ?” มู่หลานแค่นหัวเราะ เสียงหัวเราะของนางดังก้องไปทั่วลานที่เงียบสงัด “ในเมื่อท่านต้องการให้ข้าไปที่นั่นนัก ข้าก็จะไป แต่จงจำไว้... สิ่งที่ข้าจะพบในนั้น อาจเป็นสิ่งที่ท่านหวาดกลัวที่สุดในยามค่ำคืน” ทหารองครักษ์กระชากแขนนางออกไปทันที มู่หลานไม่ได้ขัดขืน นางปล่อยให้พวกเขาลากถูตัวนางไปตามทางเดินหินที่เย็นเยียบ มุ่งหน้าสู่สถานที่ที่ถูกลืมเลือนของวังหลวง ตำหนักเย็นไม่ใช่แค่สถานที่คุมขัง แต่มันคือหลุมศพสำหรับสตรีที่ฮ่องเต้ลืมเลือน... หรือสตรีที่ ‘ใครบางคน’ ต้องการให้หายไปอย่างเงียบเชียบ เมื่อประตูไม้ผุพังถูกผลักออก กลิ่นอับชื้นและกลิ่นของกาลเวลาพุ่งเข้าปะทะจมูก มู่หลานกวาดสายตามองไปรอบๆ ฝุ่นหนาเตอะเกาะอยู่บนเฟอร์นิเจอร์ไม้ที่เคยหรูหรา บรรยากาศที่นี่ดูเหมือนจะมีลมหายใจแห่งความโศกเศร้าอบอวลอยู่ทุกอณู นางเดินลึกเข้าไปในห้องบรรทมชั้นใน ที่ซึ่งมารดาของนางเคยพำนักอยู่ก่อนจะสิ้นใจอย่างปริศนาเมื่อหลายปีก่อน มือเรียวบางของนางสั่นเทาเล็กน้อยขณะเอื้อมไปเปิดลิ้นชักโต๊ะเครื่องแป้งที่ถูกปิดตายด้วยฝุ่นผง นางไม่ได้มองหาเครื่องประดับหรือเงินทอง สิ่งที่นางต้องการคือ ‘ความจริง’ ที่ถูกฝังกลบ นิ้วนางสัมผัสได้ถึงรอยแยกที่ผิดปกติใต้แผ่นไม้รองลิ้นชัก นางใช้เล็บจิกและงัดมันออก บันทึกเก่าเล่มหนึ่งห่อด้วยผ้าไหมสีซีดปรากฏแก่สายตา มู่หลานกลั้นใจเปิดหน้ากระดาษที่กรอบจนแทบจะสลายไปตามสัมผัส ลายมือที่คุ้นตาของท่านแม่ปรากฏเด่นชัด *‘วันที่สิบสอง เดือนสิบ... ข้าไม่ได้ป่วย ข้าถูกวางยา... กลิ่นดอกกุ้ยฮวาในชาถ้วยนั้น... ผู้ที่นำมาไม่ใช่ใครอื่น แต่เป็นคนสนิทของหลินซู... หากข้าสิ้นใจ หวังว่ามู่หลานจะได้รับรู้ว่าสายเลือดของข้า... ไม่ได้มาจากคนเพียงแค่คนเดียว’* หัวใจของมู่หลานเต้นรัวจนแทบหลุดออกมาจากอก สายเลือดของนางไม่ใช่แค่คนเดียว? หมายความว่าอย่างไร? นางอ่านประโยคสุดท้ายซ้ำไปซ้ำมา จนกระทั่งได้ยินเสียงฝีเท้าหนักๆ ย่ำเข้ามาในตำหนักเย็น นางรีบซ่อนบันทึกไว้ในสาบเสื้อทันที ดวงตาคมกริบหันไปจ้องมองเงาร่างที่ปรากฏอยู่หน้าประตู แสงจันทร์ที่สาดส่องเข้ามาทำให้เห็นชุดฉลองพระองค์สีเหลืองทองอร่ามที่คุ้นตาเป็นอย่างดี จ้าวเหวินหลง... ฮ่องเต้ผู้เงียบขรึมผู้เป็นดั่งท้องนภาที่ยากจะหยั่งถึง เขายืนอยู่นิ่งๆ ท่ามกลางความมืดมิดของตำหนักเย็น สายตาของเขาไม่ได้มีความโกรธเกรี้ยวอย่างที่นางคาดคิด หากแต่มีความอ่อนล้าที่ซ่อนอยู่ภายใต้ความเย็นชา “เจ้าพบสิ่งที่อยากพบแล้วใช่หรือไม่?” สุรเสียงของเขาทุ้มต่ำและเปี่ยมไปด้วยแรงกดดัน มู่หลานนิ่งอึ้ง นางถอยหลังไปก้าวหนึ่งก่อนจะพบว่ากำแพงตำหนักเย็นนั้นไม่ได้ปิดตายอย่างที่คิด แต่มีช่องลับที่นำไปสู่ทางเดินใต้ดินซึ่งจ้าวเหวินหลงเพิ่งจะก้าวออกมาจากที่นั่น ความลับที่นางเก็บซ่อนไว้ในอกแทบจะหยุดหายใจ เมื่อเห็นจ้าวเหวินหลงหยิบป้ายหยกประจำตัวที่ควรจะอยู่ในมือของมารดานางขึ้นมาวางบนโต๊ะไม้ที่ผุพัง “มารดาของเจ้าไม่ได้ตายเพียงเพราะยาพิษของกุ้ยเฟย มู่หลาน...” เขาเว้นจังหวะ สายตาสอดประสานกับนางอย่างดุดัน “แต่นางตายเพราะความลับที่เจ้ากำลังถืออยู่ในมือ... และตอนนี้ เจ้าก็กำลังจะถูกลบหายไปเช่นเดียวกับนาง หากเจ้ายังไม่ยอมก้มหัวให้กับความจริงที่น่าสะพรึงกลัวกว่านี้” มู่หลานชะงักงัน นางมองป้ายหยกนั้นสลับกับใบหน้าของบุรุษผู้กุมชะตาชีวิตของนาง นี่ไม่ใช่แค่เรื่องของการแย่งชิงบัลลังก์... แต่มันคือเรื่องของสายเลือดที่ถูกป้ายสีด้วยความตาย “ความจริงที่น่าสะพรึงกลัวกว่านี้คืออะไรเพคะ?” มู่หลานถามพลางก้าวเข้าไปหาเขาโดยไม่เกรงกลัว “หากฝ่าบาทไม่ทรงตรัส ข้าจะหาคำตอบด้วยตัวเอง แม้จะต้องแลกด้วยชีวิตของข้า... หรือชีวิตของฝ่าบาทก็ตาม” จ้าวเหวินหลงยกยิ้มที่มุมปาก ทว่าดวงตากลับหม่นแสงลง เขาโน้มตัวลงมาจนลมหายใจอุ่นร้อนปะทะใบหน้าของนาง “งั้นเจ้าก็จงฟังให้ดี... คนที่วางยาพิษมารดาเจ้า ไม่ใช่กุ้ยเฟย... แต่เป็นคนเดียวกับที่เจ้าเรียกหาว่า 'ท่านพ่อ' มาตลอดชีวิต!” โลกทั้งใบของมู่หลานดูเหมือนจะหยุดหมุนในทันที เสียงสายลมหวีดหวิวภายนอกตำหนักเย็นดังขึ้นราวกับเสียงกรีดร้องของดวงวิญญาณ และในวินาทีนั้นเอง แสงไฟจากคบเพลิงด้านนอกก็ดับลง พร้อมกับเสียงฝีเท้าของทหารนับร้อยที่ล้อมรอบตำหนักเย็นเอาไว้แน่นหนา! ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ร่วมเดินทางไปกับมู่หลานในตอนนี้นะคะ!
สารจากนักเขียน (ไป๋เหลียนฮวา)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เล่ห์รักหงส์สังหาร: บัลลังก์เลือดสะเทือนรัก นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%