“วางมันลงเสีย... หรือเจ้าอยากจะให้ข้าเป็นคนถอดตราประทับชิ้นนั้นออกจากมือเจ้าด้วยตัวเอง”
เสียงราบเรียบแต่ทว่าเย็นเยียบราวกับน้ำแข็งขั้วโลกของหลินมู่หลานดังก้องไปทั่วตำหนักคุนหนิง กลิ่นกำยานหอมอ่อนๆ ที่เคยให้ความรู้สึกผ่อนคลาย บัดนี้กลับดูหนักอึ้งจนแทบหายใจไม่ออก นางนั่งอยู่บนตั่งไม้แกะสลักลวดลายหงส์ สองมือประสานกันแน่นวางบนตัก แววตาคมกริบดุจกระบี่จ้องมองไปยังขันทีหนุ่มที่คุกเข่าตัวสั่นงันงกอยู่เบื้องหน้า บนฝ่ามือที่สั่นเทาของเขามี ‘ตราประทับหยก’ ลายหงส์เชิดหัว ซึ่งควรจะอยู่ในหีบเก็บของมีค่าของนาง แต่บัดนี้กลับถูกนำมาวางโชว์หราพร้อมกับข่าวลือที่ว่านางเป็นผู้อยู่เบื้องหลังการสังหารกองกำลังลับของฮ่องเต้
จ้าวเหวินหลงยืนหันหลังให้แก่สถานการณ์ตรงหน้า มือของเขาไพล่หลังแน่นจนเส้นเลือดปูดโปน ความเงียบงันที่ปกคลุมตำหนักช่างยาวนานและน่าอึดอัดเสียจนบรรยากาศโดยรอบดูเหมือนจะหยุดนิ่ง
“ฝ่าบาท...” มู่หลานเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงเรียบเฉย นางไม่ได้ลุกขึ้นไปหาเขา แต่นางเลือกที่จะมองทะลุแผ่นหลังกว้างนั้นไปถึงเงาสะท้อนในกระจกเงาเบื้องหลัง “หม่อมฉันไม่เคยรู้จักค่ายทหารชายแดนแห่งนั้น และหม่อมฉันก็ไม่เคยโง่เขลาถึงขั้นทิ้ง ‘ลายนิ้วมือ’ ของตัวเองไว้ในที่เกิดเหตุ หากคนของพระองค์ตายเพราะกลอุบายที่ตื้นเขินเพียงนี้... พระองค์คงต้องพิจารณาดูใหม่แล้วกระมังว่า สุนัขรับใช้รอบกายพระองค์นั้นซื่อสัตย์หรือเป็นงูพิษที่รอจังหวะฉกกัด”
จ้าวเหวินหลงหมุนกายกลับมา ดวงตาคมกล้าของเขาจ้องลึกเข้าไปในดวงตาคู่สวยของมู่หลาน “เจ้าจะบอกว่าข้าไม่มีปัญญาแยกแยะศัตรูอย่างนั้นรึ มู่หลาน?”
“หม่อมฉันไม่ได้บอกว่าพระองค์ไม่มีปัญญา แต่ความรักความหลงในอดีตมักทำให้ม่านตาของคนเราขุ่นมัว” มู่หลานลุกขึ้นยืนช้าๆ ท่วงท่าองอาจสง่างาม นางเดินตรงไปหาเขาโดยไม่หลบสายตา “ในเมื่อตราประทับนี้ถูกนำมาใช้อ้างชื่อข้าเพื่อก่อเหตุการณ์สะเทือนขวัญ เช่นนั้นนับจากวินาทีนี้เป็นต้นไป ข้าจะขอกำกับดูแลวังหลังเสียใหม่ด้วยมือของข้าเอง ใครที่คิดจะใช้ชื่อมู่หลานเพื่อสร้างบารมี หรือใครที่คิดจะใช้ชีวิตคนบริสุทธิ์เพื่อโยนความผิดให้ข้า... ข้าจะส่งพวกมันไปนรกด้วยมือของข้าเอง”
กลิ่นอายสังหารที่แผ่ออกมาจากร่างบอบบางทำเอาเหล่าขันทีนางกำนัลรอบข้างพากันก้มหน้าต่ำจนแทบติดพื้น
มู่หลานไม่ได้รอคำอนุญาต นางผายมือสั่งการด้วยอำนาจเบ็ดเสร็จ “กวาดล้างตำหนักพระสนมทุกแห่ง เริ่มจากตำหนักของกุ้ยเฟยหลินซู ข้าต้องการดูว่าในหีบสมบัติของนาง... จะมี ‘ของขวัญ’ ชิ้นใดที่เกี่ยวข้องกับค่ายทหารชายแดนบ้าง”
คำสั่งนั้นเปรียบเสมือนระเบิดเวลา กุ้ยเฟยหลินซูที่ก้าวเข้ามาในโถงตำหนักทันเวลาพอดีถึงกับชะงักฝีเท้า นางสวมชุดสีแดงเพลิงที่ดูโดดเด่นสะดุดตา แต่ในยามนี้สีหน้านางกลับซีดเผือดลงเล็กน้อยเมื่อสบสายตากับมู่หลาน
“พระมเหสีช่างใจร้อนเสียจริง...” กุ้ยเฟยหลินซูแย้มยิ้มหวานหยดย้อย แต่แฝงด้วยความอาฆาต “การจัดระเบียบวังหลังใช่จะทำได้ด้วยอารมณ์ชั่ววูบ หากพระองค์ทำผิดพลาดเพียงนิด... ตำแหน่งหงส์เคียงบัลลังก์ที่พระองค์ถวิลหานักหนา อาจจะกลายเป็นหงส์ปีกหักที่ถูกถอนขนในชั่วข้ามคืนก็ได้นะเพคะ”
มู่หลานก้าวเข้าไปประจันหน้ากับอีกฝ่าย กลิ่นน้ำหอมราคาแพงของหลินซูไม่ได้ทำให้มู่หลานหวั่นไหวแม้แต่น้อย นางยื่นมือไปเชยคางกุ้ยเฟยขึ้นเบาๆ ก่อนจะกระซิบข้างหูด้วยเสียงที่ได้ยินกันเพียงสองคน
“รู้หรือไม่ว่าทำไมเจ้าถึงไม่มีวันชนะข้า... เพราะเจ้าเอาแต่ประดับประดาด้วยเครื่องประดับงดงามเพื่อบดบังความไร้ค่าข้างใน แต่ข้า... ต่อให้ต้องใส่ชุดสีขาวเปื้อนเลือด ข้าก็ยังเป็นเจ้าของชีวิตของเจ้าได้เพียงแค่ดีดนิ้ว”
ในจังหวะนั้นเอง เสียงฝีเท้าหนักๆ ขององครักษ์รักษาพระองค์ก็ดังขึ้นที่หน้าตำหนัก แม่ทัพใหญ่ประจำเมืองหลวงก้าวเข้ามาด้วยสีหน้าตื่นตระหนก เขารีบคุกเข่าลงต่อหน้าจ้าวเหวินหลงและมู่หลานโดยไม่สนใจมารยาทใดๆ ทั้งสิ้น
“ทูลฝ่าบาท... ทูลพระมเหสี... เกิดเรื่องใหญ่แล้วพ่ะย่ะค่ะ!” แม่ทัพหอบหายใจถี่ “เมื่อครู่นี้มีจดหมายปริศนาถูกส่งไปยังค่ายทหารหลวง เนื้อความระบุชัดเจนว่า... หากพระมเหสีไม่เสด็จออกไปพบคนที่จุดนัดพบในยามค่ำคืนนี้ ศีรษะของบิดาที่ล่วงลับของพระมเหสี... จะถูกขุดขึ้นมาประจานกลางตลาด!”
บรรยากาศในตำหนักหยุดกึก ทุกสายตาจับจ้องไปที่มู่หลานอย่างพร้อมเพรียง มู่หลานที่เมื่อครู่ยังดูเข้มแข็งดุจหินผา กลับนิ่งค้างไปเพียงชั่วอึดใจ ก่อนที่ริมฝีปากบางของนางจะค่อยๆ คลี่ยิ้มที่ดูเย็นเยือกจนน่าขนลุกออกมา
มู่หลานหันไปมองจ้าวเหวินหลงด้วยสายตาที่เปลี่ยนไป ราวกับนางเพิ่งตัดสินใจบางอย่างที่ยิ่งใหญ่และไม่มีวันย้อนกลับคืน “ฝ่าบาท... ดูเหมือนว่าเกมที่พระองค์วางไว้ เพื่อทดสอบความภักดีของหม่อมฉัน จะมีตัวละครที่สามที่พระองค์เองก็ยังไม่เคยล่วงรู้มาก่อนเสียแล้ว”
นางหยิบตราประทับหยกขึ้นมาหมุนเล่นในมือ ก่อนจะโยนมันลงบนพื้นจนแตกกระจายต่อหน้าทุกคน “ในเมื่อใครๆ ก็อยากเห็นข้าในร่างของหงส์สังหาร เช่นนั้นคืนนี้... ข้าจะมอบบทบาทนั้นให้โลกได้จดจำไปตลอดกาล”
ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ติดตามการเดินทางของหลินมู่หลานมาจนถึงตอนนี้นะคะ แล้วพบกันใหม่ในบทถัดไปค่ะ
เล่ห์รักหงส์สังหาร: บัลลังก์เลือดสะเทือนรัก•ตอนที่ 41
การเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่
ผลงานโดย ไป๋เหลียนฮวา
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ไป๋เหลียนฮวา)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เล่ห์รักหงส์สังหาร: บัลลังก์เลือดสะเทือนรัก นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!