เล่ห์รักหงส์สังหาร: บัลลังก์เลือดสะเทือนรัก•ตอนที่ 40

รอยแผลเป็นบนหัวใจ

ผลงานโดย ไป๋เหลียนฮวา
“เจ้ากลับมาที่นี่เพื่ออะไรกันแน่ หรือว่าตำแหน่งที่อยู่ห่างไกลหมื่นลี้ยังไม่อาจดับความกระหายในบัลลังก์ของท่านได้หมดสิ้น?” น้ำเสียงของหลินมู่หลานราบเรียบดุจผืนน้ำในยามไร้ลม ทว่ามือที่ซ่อนอยู่ภายใต้แขนเสื้อยาวกลับกำแน่นจนเล็บจิกเข้ากับฝ่ามือจนปวดร้าว นางจ้องมองบุรุษเบื้องหน้า—จ้าวเหวินจวิน ผู้ที่นางเคยเชื่อสนิทใจว่าถูกส่งตัวไปยังแดนกันดารห่างไกลเพื่อไถ่โทษ แต่วันนี้เขากลับยืนอยู่ใจกลางตำหนักในด้วยอาภรณ์สีครามเรียบง่ายที่ดูผิดที่ผิดทางอย่างประหลาด จ้าวเหวินจวินไม่ตอบทันที เขาเพียงขยับยิ้ม มุมปากโค้งขึ้นเป็นเส้นตรงที่อ่านไม่ออก ราวกับเขากำลังอ่านใจของนางที่เต้นระรัวอยู่ใต้รอยยิ้มเยือกเย็นนั้น “การจากไปทำให้ข้าได้มองเห็นสิ่งที่ไม่เคยเห็นเมื่อตอนที่ยังอยู่ในราชสำนัก” เขาเดินก้าวเข้ามาใกล้หนึ่งก้าว กลิ่นอายของป่าเขาและควันไฟจางๆ ที่ติดตัวเขามาทำให้นางนึกถึงความตายที่เพิ่งผ่านพ้นไปในสนามรบ “มู่หลาน... เจ้าคิดว่าชัยชนะที่พวกเจ้าแลกมาด้วยเลือดนับหมื่นหยดครั้งนี้ คือจุดจบของสงครามจริงๆ หรือ?” “ข้าไม่สนว่ามันจะเป็นจุดจบหรือไม่ แต่ผู้ใดที่คิดจะทำลายความสงบสุขที่แลกมาด้วยชีวิตของคนบริสุทธิ์ ผู้นั้นย่อมเป็นศัตรูของข้า” นางเอ่ยพลางก้าวถอยหลังเพื่อรักษาระยะห่าง ดวงตาคู่สวยหรี่ลงพินิจใบหน้าของเขา “ท่านเสี่ยงชีวิตกลับมาเพียงเพื่อจะพูดจาประชดประชันข้าอย่างนั้นหรือ?” “ข้ากลับมาเพื่อเตือนเจ้า” น้ำเสียงของเขาเปลี่ยนเป็นโทนต่ำที่สั่นประสาท “เจ้าชนะฮ่องเต้หวงมิ่ง เจ้าโค่นล้มอำนาจของตระกูลหลินซูได้ แต่เจ้าลืมไปแล้วหรือว่าตำแหน่งเคียงข้างบัลลังก์ที่เจ้าครอบครองอยู่นี้... มีรอยเลือดของใครบ้างที่ยังไม่ได้สะสาง” มู่หลานชะงัก ลมหายใจของนางสะดุดลงชั่วขณะ ความทรงจำเกี่ยวกับมารดาที่เสียชีวิตในวังวนแย่งชิงอำนาจผุดขึ้นมาดั่งเงาหลอน รอยแผลเป็นบนหัวใจที่นางพยายามปิดตายมาตลอดกลับถูกเขาสะกิดด้วยคำพูดเพียงประโยคเดียว จ้าวเหวินหลง... ชายผู้ที่นางรักและไว้ใจที่สุด เขากำลังทำอะไรอยู่ในตอนที่นางกำลังรับศึกหนักภายนอกวัง? ความเงียบงันที่เขามีต่อเรื่องของตระกูลหลินซูในช่วงหลังมานี้ มันคือความเมตตา หรือเพียงเพื่อรอเวลาให้ศัตรูเข่นฆ่ากันเองจนเหลือเพียงเขากับนางที่ไร้ที่พึ่งพิงกันแน่? “เจ้ากำลังสงสัยเขา” จ้าวเหวินจวินสรุปความแทนด้วยรอยยิ้มสมเพช “สตรีที่ฉลาดปราดเปรื่องอย่างเจ้า ไม่ควรจะถูกความรักบังตาจนมองไม่เห็นกระดานหมากที่ตัวเองเป็นเพียงเบี้ยตัวหนึ่ง... หรือเจ้าลืมไปแล้วว่า ก่อนที่เจ้าจะก้าวขึ้นมาถึงจุดนี้ ใครเป็นคนส่งเจ้าไปอยู่ตรงกลางระหว่างความเป็นกับความตาย?” มู่หลานแค่นหัวเราะออกมาเบาๆ ทว่าดวงตาของนางกลับวาวโรจน์ “อย่าได้ใช้ตื้นเขินมาวัดความคิดของข้า จ้าวเหวินจวิน ท่านเป็นคนเนรเทศตัวเอง หรือเป็นคนถูกลืมกันแน่ที่ทำให้ท่านกล้าพูดจาโอหังเช่นนี้ในเขตพระราชฐาน” นางหันหลังให้เขาอย่างไม่เกรงกลัว พร้อมกับก้าวเดินออกไปจากระเบียงตำหนัก แต่ทันทีที่นางก้าวพ้นพุ่มไม้ดอกโบตั๋น ร่างสูงสง่าในชุดฉลองพระองค์สีทองอร่ามของฮ่องเต้จ้าวเหวินหลงก็ยืนขวางทางอยู่ สายตาของเขามองผ่านร่างของนางไปที่จ้าวเหวินจวินที่ยืนอยู่ในเงามืดเบื้องหลังด้วยประกายตาที่อ่านไม่ออก “มู่หลาน... เจ้ามาทำอะไรที่นี่ในยามวิกาล?” สุรเสียงของจ้าวเหวินหลงนุ่มนวล ทว่าแฝงไปด้วยแรงกดดันมหาศาลที่ทำให้นางรู้สึกอึดอัดจนแทบหายใจไม่ออก มู่หลานนิ่งไปครู่หนึ่ง นางกำลังชั่งใจว่าจะเอ่ยเรื่องที่เพิ่งพบเจอมา หรือจะเก็บงำความระแวงนี้ไว้เป็นอาวุธลับ แต่นางยังไม่ทันได้เอ่ยปาก จ้าวเหวินหลงก็เอื้อมมือมาแตะที่แก้มของนาง แผ่วเบา แต่เย็นเยียบราวกับน้ำแข็ง “เมื่อครู่... ข้าเห็นท่านพี่สนทนากับเจ้าอย่างสนิทสนมดูราวกับมีความลับที่ต้องบอกกัน” ฮ่องเต้เอ่ยต่อ มือที่ลูบแก้มของนางเริ่มออกแรงบีบที่คางมนอย่างเบามือ แต่นัยน์ตาสีดำสนิทคู่นั้นกลับจ้องลึกเข้าไปในดวงตาของนาง ราวกับจะเค้นหาความจริงที่ถูกซ่อนไว้ “ข้าคงไม่ได้ถูกคนรักกับพี่ชายร่วมสายเลือดหักหลังในเวลาเดียวกันใช่หรือไม่?” มู่หลานสบตากับเขา ความรู้สึกหน่วงในหัวใจแปรเปลี่ยนเป็นความเย็นชา นางไม่ตอบ แต่กลับยิ้มบางๆ แล้วขยับตัวออกห่างจากมือของเขา ก่อนจะเบี่ยงสายตาไปมองที่หน้าต่างห้องทรงพระอักษรซึ่งปิดสนิท ทว่ากลับมีเงาร่างหนึ่งที่นางคุ้นเคยเป็นอย่างดี—กุ้ยเฟยหลินซู กำลังยืนแอบมองเหตุการณ์ทั้งหมดด้วยสายตาแห่งชัยชนะ ทว่าในวินาทีนั้นเอง กุ้ยเฟยกลับขยับปากพูดประโยคหนึ่งที่ไร้เสียง แต่มู่หลานอ่านออกอย่างชัดเจนว่า ‘เจ้าก็เป็นเพียงหมากที่เขาทิ้งได้ไม่ต่างจากข้า’ ก่อนที่มู่หลานจะทันได้เอ่ยตอบคำถามของฮ่องเต้ จู่ๆ ขันทีคนสนิทก็วิ่งหน้าตาตื่นเข้ามาคุกเข่าลงแทบเท้าจ้าวเหวินหลงด้วยร่างกายที่สั่นเทา “ฝ่าบาท! เกิดเรื่องใหญ่แล้วพ่ะย่ะค่ะ... กองกำลังลับที่ท่านสั่งให้ไปกวาดล้างที่ค่ายทหารชายแดน... ทุกคนหายสาบสูญไปอย่างไร้ร่องรอย เหลือทิ้งไว้เพียงตราประทับของ... ของพระมเหสีมู่หลานที่ถูกวางทิ้งไว้บนกองศพจำนวนมหาศาลพ่ะย่ะค่ะ!” ไป๋เหลียนฮวาหวังว่าเรื่องราวที่เข้มข้นในบทนี้จะทำให้รี้ดเดอร์ทุกท่านตื่นเต้นจนวางไม่ลงเลยนะคะ
สารจากนักเขียน (ไป๋เหลียนฮวา)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เล่ห์รักหงส์สังหาร: บัลลังก์เลือดสะเทือนรัก นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%