เล่ห์รักหงส์สังหาร: บัลลังก์เลือดสะเทือนรัก•ตอนที่ 18

ความจริงที่เจ็บปวด

ผลงานโดย ไป๋เหลียนฮวา
“นี่เจ้าจะบอกข้าว่า ตราประทับชิ้นนี้... คือมรดกตกทอดจากกองเพลิงที่เผาผลาญตระกูลหลินเมื่อสิบปีก่อนอย่างนั้นหรือ?” เสียงของหลินมู่หลานสั่นไหวเล็กน้อย ไม่ใช่เพราะความกลัว แต่เพราะความเย็นเยือกที่แล่นพล่านจากปลายนิ้วเข้าสู่หัวใจ นางจ้องมองตราประทับสีหยกมันแพะที่มีรอยเลือดฝังแน่นอยู่ในเนื้อหิน รอยเลือดนั้นแห้งกรังเป็นสีน้ำตาลคล้ำ ทว่ากลิ่นอายแห่งความแค้นกลับยังคงชัดเจนราวกับเพิ่งเกิดขึ้นเมื่อวาน นางขยำเศษกระดาษที่ติดมาด้วยในอุ้งมือแน่นจนกระดาษยับยู่ยี่ ภายใต้แสงเทียนวูบไหวในห้องลับที่นางเพิ่งลอบเข้ามา ความจริงที่ซ่อนอยู่ใต้เงาของบัลลังก์เริ่มเผยเขี้ยวเล็บออกมาทีละน้อย ตราประทับชิ้นนี้มีรอยบากที่มุมขวา... เป็นรอยบากเดียวกันกับที่ท่านพ่อเคยเล่าว่า ฮ่องเต้องค์ก่อนพระราชทานให้ท่านปู่ไว้เป็นสัญลักษณ์แห่งความไว้วางพระทัยสูงสุด แต่ทว่า... มันกลับมาอยู่ในห้องลับของจ้าวเหวินหลงได้อย่างไร? “ท่านพี่... ท่านหลอกข้ามาตลอดเลยใช่หรือไม่?” นางพึมพำกับความมืดมิด ประตูห้องลับถูกผลักออกเบาๆ นางรีบซ่อนตราประทับไว้ในแขนเสื้อแล้วหันกลับไปเผชิญหน้ากับผู้มาเยือน จ้าวเหวินหลงก้าวเข้ามาด้วยชุดฉลองพระองค์สีน้ำเงินเข้มขลิบทอง ดวงตาคมกริบดุจพญาเหยี่ยวคู่นั้นดูอ่อนล้า แต่เมื่อเห็นนางแววตานั้นกลับเปลี่ยนเป็นความอบอุ่นที่ดูจอมปลอมในสายตานางทันที “มู่หลาน? ดึกดื่นป่านนี้เหตุใดเจ้าถึงยังไม่พักผ่อน” เขาเอ่ยถามพลางเดินเข้ามาใกล้ มือหนาเอื้อมมาหวังจะแตะไหล่ของนาง แต่มู่หลานกลับเบี่ยงตัวหลบอย่างเนียนตา “หม่อมฉันนอนไม่หลับเพคะ ฝันร้ายถึงควันไฟ... ฝันถึงวันที่ตระกูลหลินต้องสิ้นซาก” นางเงยหน้าขึ้นจ้องลึกเข้าไปในดวงตาของเขา “ฝ่าบาทเคยสงสัยหรือไม่เพคะ ว่าเหตุใดคนตระกูลหลินถึงตายหมดในคืนเดียว ทั้งที่บ้านเมืองสงบสุข? หรือว่า... การกำจัดเสี้ยนหนามที่ทรงอำนาจเกินไป จะเป็นวิธีเดียวที่ทำให้บัลลังก์มั่นคง?” จ้าวเหวินหลงชะงักไปครู่หนึ่ง เงาจากเปลวเทียนทาบทับใบหน้าของเขาจนดูเหมือนปีศาจ เขานิ่งเงียบไปนานราวกับชั่งใจว่าจะเอ่ยสิ่งใดออกมา ก่อนจะหัวเราะเบาๆ ในลำคอ “เจ้าจินตนาการไปไกลแล้ว การเมืองในราชสำนักซับซ้อนกว่าที่เจ้าคิด ตระกูลหลินในตอนนั้น... มีบางสิ่งที่ข้ามอบให้ไม่ได้” “สิ่งที่มอบให้ไม่ได้? หรือสิ่งที่ทรงอยากช่วงชิงไปกันแน่เพคะ!” มู่หลานตะคอกกลับ ความอดทนที่สั่งสมมานานขาดผึง นางหยิบตราประทับในแขนเสื้อออกมาแล้ววางลงบนโต๊ะไม้กฤษณาที่ตั้งอยู่ตรงกลางห้อง เสียงกระทบของหยกดัง ‘กริ๊ก’ ก้องไปทั่วห้องที่เงียบสนิท จ้าวเหวินหลงจ้องมองตราประทับนั้น แววตาของเขาเปลี่ยนไปชั่วขณะ—ไม่ใช่ความตกใจ แต่มันคือความรู้สึกผิดที่แฝงไปด้วยอำนาจมืด “มู่หลาน... เจ้าไม่ควรเจอมัน” “หากหม่อมฉันไม่เจอ หม่อมฉันก็คงเป็นเพียงหมากโง่ๆ ที่นอนหลับฝันหวานในอ้อมกอดของฆาตกรที่ฆ่าล้างครอบครัวตัวเอง!” นางแค้นหัวเราะ สายตานางในยามนี้ไม่มีความอาลัยอาวรณ์เหลืออยู่ มีเพียงความเย็นชาที่พร้อมจะเผาผลาญทุกอย่าง “ตราประทับนี้มีรอยเลือดของท่านพ่อติดอยู่... และรอยเลือดนี้ก็เป็นรอยเดียวกับที่อยู่บนดาบขององครักษ์เสื้อแพรในคืนนั้น ฝ่าบาท... จะปฏิเสธหรือไม่ว่าคำสั่งในคืนนั้น มาจากพระหัตถ์ของพระองค์เอง!” จ้าวเหวินหลงไม่ได้ปฏิเสธ เขากลับก้าวถอยหลังไปหนึ่งก้าว สีหน้าเรียบเฉยที่เคยใช้ปกปิดความรู้สึกถูกทิ้งไป เหลือเพียงความเหนื่อยล้าของกษัตริย์ที่แบกรับบาปหนาไว้เพียงลำพัง “ในคืนนั้น ข้าไม่มีทางเลือก หากตระกูลหลินไม่ล่มสลาย ราชวงศ์จ้าวก็จะถูกแทนที่ด้วยทหารของตระกูลเจ้า ข้าปกป้องบ้านเมือง หรือข้าปกป้องอำนาจ? เจ้าคงไม่มีวันเข้าใจ” “คำพูดสวยหรูที่ใช้แก้ตัวให้ความอำมหิต!” มู่หลานก้าวเข้าไปประชิดตัวเขา แววตาของนางวาวโรจน์ “หม่อมฉันไม่ใช่เด็กสาวที่ท่านจะมาหลอกล่อด้วยความรักจอมปลอมได้อีกต่อไป นับแต่นี้ไป... ระหว่างเราไม่ใช่เรื่องของหัวใจ แต่มันคือเรื่องของเลือด!” นางหมุนตัวจะเดินออกจากห้อง ทว่าจ้าวเหวินหลงกลับคว้าข้อมือนางไว้แน่น แรงบีบนั้นมากพอที่จะทำให้กระดูกของนางแทบแตก แต่เขากลับไม่มีทีท่าจะปล่อย “เจ้าคิดว่าจะออกจากห้องนี้ไปได้ง่ายๆ หรือ? มู่หลาน... ความลับที่เจ้าถือครองอยู่ คือเหตุผลที่ข้าต้องขังเจ้าไว้ข้างกายตลอดกาล” ทันใดนั้น เสียงฝีเท้าหนักๆ ของคนหลายคนก็ดังขึ้นที่หน้าประตูห้องลับ ประตูบานหนักถูกผลักออกพร้อมกับการปรากฏตัวของกุ้ยเฟยหลินซู นางไม่ได้มาเพียงลำพัง แต่มาพร้อมกับกลุ่มองครักษ์หลวงที่ถือดาบชักออกจากฝัก ใบหน้าสวยสง่าของหลินซูบัดนี้ประดับด้วยรอยยิ้มเย้ยหยันที่ดูน่าสะอิดสะเอียนที่สุดในชีวิตที่มู่หลานเคยเห็น “ช่างเป็นฉากรักที่น่าประทับใจเสียจริง” หลินซูเอ่ยขึ้น เสียงของนางหวานหยดทว่าคมกริบเหมือนอาบยาพิษ “แต่ดูเหมือนว่าพี่สาวของข้าจะลืมไปนะ ว่าในห้องลับแห่งนี้... ไม่ได้มีแค่ฮ่องเต้กับเจ้าเพียงสองคน” มู่หลานชะงักกึก เมื่อเห็นว่ากุ้ยเฟยไม่ได้มาเพื่อหยุดยั้ง แต่มาเพื่อปิดปาก นางสังเกตเห็นทหารคนหนึ่งที่ยืนอยู่ข้างหลังหลินซู ทหารผู้นั้นค่อยๆ เงยหน้าขึ้น แววตาที่มองมาที่มู่หลานทำให้ใจของนางหล่นวูบไปอยู่ที่ตาตุ่ม นั่นไม่ใช่ทหารธรรมดา... แต่เป็นอดีตคนสนิทของท่านพ่อที่นางคิดว่าตายไปแล้วตั้งแต่สิบปีก่อน! คนผู้นั้นก้าวออกมาข้างหน้า มือถือดาบเล่มเดียวกับที่สังหารตระกูลหลินในคืนนั้น แล้วก้มกราบแทบเท้ากุ้ยเฟยหลินซู “ฝ่าบาท พะย่ะค่ะ... สายลับที่พระองค์ส่งไปแทรกซึมในตระกูลหลินมานานกว่าสิบปี พร้อมที่จะปิดบัญชีแค้นนี้แล้ว” มู่หลานรู้สึกเหมือนโลกทั้งใบกำลังพังทลายลงตรงหน้า สิ่งที่นางคิดว่าคือความแค้นของพระมหากษัตริย์ แท้จริงแล้วกลับเป็นเพียงเกมของสตรีร้ายกาจที่ชักใยอยู่เบื้องหลังทั้งหมดมาโดยตลอด และบัดนี้... นางกำลังตกอยู่ในวงล้อมของคนที่นางไม่อาจไว้ใจได้แม้แต่คนเดียว! หวังว่าตอนที่สิบแปดนี้จะทำให้ทุกท่านลุ้นจนหัวใจเต้นไม่เป็นจังหวะนะคะ ไป๋เหลียนฮวายังมีปมที่ลึกซึ้งกว่านี้รออยู่อีกมาก โปรดติดตามต่อไปด้วยนะคะ!
สารจากนักเขียน (ไป๋เหลียนฮวา)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เล่ห์รักหงส์สังหาร: บัลลังก์เลือดสะเทือนรัก นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%