"เจ้าแน่ใจแล้วหรือว่าหลักฐานชิ้นนี้จะบดขยี้สตรีผู้มีอำนาจล้นฟ้าในวังหลังได้?"
เสียงของจ้าวเหวินหลงทุ้มต่ำและราบเรียบ ทว่าแฝงไปด้วยแรงกดดันมหาศาล เขาไม่ได้มองหน้าข้า แต่จดจ่ออยู่กับการตวัดพู่กันเขียนฎีกาบนโต๊ะทรงพระอักษร ท่ามกลางความเงียบงันในตำหนักบรรทมที่มีเพียงเสียงเขม่าควันจากกำยานหอมกลิ่นไม้จันทน์ที่ลอยอ้อยอิ่ง
หลินมู่หลานวางถ้วยชาลงบนโต๊ะด้วยท่วงท่าแช่มช้า เสียงกระทบของกระเบื้องเคลือบดังกังวานก้องหู ก่อนจะคลี่ยิ้มบางที่ไปไม่ถึงดวงตา "ฝ่าบาททรงทราบดีกว่าผู้ใด ความเมตตาที่กุ้ยเฟยใช้บังหน้ามาตลอดหลายปี ไม่ใช่กำแพงหินที่พังทลายไม่ได้ เพียงแต่ต้องอาศัย 'ค้อน' ที่หนักแน่นพอเท่านั้น"
นางขยับกายเข้าไปใกล้ ก่อนจะดึงม้วนกระดาษเก่าคร่ำคร่าที่มีรอยเลือดแห้งกรังออกมาวางไว้เบื้องหน้าเขา "จดหมายสั่งการลับที่ส่งไปยังหมู่บ้านชายแดนเพื่อสังหารมารดาของหม่อมฉัน... ลายมือนี้นอกจากคนใกล้ชิดที่สุดของพระนางแล้ว คงไม่มีผู้ใดกล้าปลอมแปลงให้สมจริงถึงเพียงนี้"
จ้าวเหวินหลงชะงักพู่กันในมือ ดวงตาคมกริบเหลือบมองรอยประทับตราประจำตําแหน่งกุ้ยเฟยที่เด่นหราอยู่บนจดหมายนั้น บรรยากาศภายในห้องเปลี่ยนเป็นบีบคั้นทันตาเห็น ความอบอุ่นที่เขาเคยมีให้นางดูเหมือนจะถูกแทนที่ด้วยความเย็นเยียบของอำนาจที่กำลังสั่นคลอน
"หากข้าเปิดเผยเรื่องนี้ ราชสำนักจะสั่นคลอน ตระกูลหลินของนางมีขุนนางถือหางอยู่ทั่วราชอาณาจักร มู่หลาน... เจ้ากำลังจุดไฟเผาบัลลังก์เพื่อล้างแค้นให้มารดาของเจ้าเชียวหรือ?"
หลินมู่หลานแค่นหัวเราะเบาๆ ดวงตาของนางวาวโรจน์ด้วยความแค้นที่ซ่อนมานานแรมปี "แล้วบัลลังก์ที่สร้างขึ้นบนกองเลือดของผู้บริสุทธิ์ จะยั่งยืนได้อย่างไรเพคะ? หม่อมฉันไม่ได้ต้องการเผาบัลลังก์ หม่อมฉันเพียงต้องการ 'ถอนราก' วัชพืชที่กัดกินหัวใจของฝ่าบาทและทำลายความสงบสุขของวังหลังออกไปให้สิ้นซาก"
นางยื่นมือไปกุมมือเขาสัมผัสได้ถึงไออุ่นที่เริ่มเย็นเฉียบ "ฝ่าบาท... หมากตัวนี้ หม่อมฉันวางลงบนกระดานแล้ว หากพระองค์ไม่กล้าเดินก้าวถัดไป ก็เพียงแค่ปล่อยมือจากหม่อมฉันเสียตอนนี้ แล้วกุ้ยเฟยจะไม่มีวันระคายเคืองผิวหนังเลยแม้แต่น้อย แต่จงจำไว้ว่า เมื่อลมพายุใหญ่พัดมา เรือที่ไร้หางเสือย่อมจมลงสู่ก้นบึ้งมหาสมุทรเป็นลำแรก"
จ้าวเหวินหลงจ้องมองลึกเข้าไปในดวงตาของนาง ราวกับต้องการค้นหาความจริงว่าความรักของนางที่มีต่อเขานั้นเป็นของจริง หรือเป็นเพียงเครื่องมือในการไต่เต้าสู่จุดสูงสุด
"เจ้าช่าง... ร้ายกาจนัก" เขาพึมพำ ก่อนจะคว้ามือของนางมากดจูบที่หลังมืออย่างหนักแน่น "ได้! หากเจ้ากล้าเล่นบทนี้ ข้าก็จะเล่นเป็นหมากตัวสุดท้ายให้เจ้าเอง เราจะเปิดฉากงานเลี้ยงคืนนี้ให้เป็นงานศพของสตรีผู้กระหายเลือดคนนั้น!"
...
บรรยากาศภายในตำหนักหนานฉีในค่ำคืนนี้เต็มไปด้วยกลิ่นอายแห่งความกดดัน กุ้ยเฟยหลินซูสวมชุดสีแดงสดปักลายหงส์ทองงามสง่า นางนั่งเคียงข้างฮ่องเต้ด้วยใบหน้าเปื้อนยิ้มอย่างผู้ชนะ แต่ทว่าในใจกลับรู้สึกสังหรณ์ประหลาดที่ไม่อาจขจัดออกไปได้
หลินมู่หลานนั่งอยู่ฝั่งตรงข้าม นางจิบไวน์ดอกท้ออย่างใจเย็น สายตาทั้งสองสบกันกลางอากาศ บรรยากาศรอบข้างราวกับมีกระแสไฟฟ้าที่พร้อมจะจุดระเบิดได้ทุกเมื่อ
"พระสนมหลินมู่หลาน ดูเจ้าจะอารมณ์ดีเป็นพิเศษนะวันนี้ มีเรื่องอันใดให้น่ายินดีงั้นหรือ?" กุ้ยเฟยเอ่ยถามด้วยน้ำเสียงหวานหู ทว่าในสายตามีแววอาฆาตแฝงอยู่
"หม่อมฉันเพียงแต่นึกถึงความหลังเพคะ" มู่หลานตอบเสียงเรียบ "คนทำกรรมใดไว้ย่อมได้รับผลกรรมนั้น กุ้ยเฟยคิดว่าสัจธรรมข้อนี้... ยังคงใช้ได้ดีเสมอไปหรือไม่เพคะ?"
กุ้ยเฟยหัวเราะเบาๆ มือที่ถือจอกสุราสั่นเล็กน้อย "เจ้าคงจะหลงทางเสียแล้ว... ในวังนี้ ใครที่มีอำนาจ ผู้นั้นคือผู้กำหนดกฎเกณฑ์ สวรรค์หรือจะกล้ามาพิพากษาข้า?"
ทว่าในวินาทีที่กุ้ยเฟยกำลังจะยกจอกสุราขึ้นดื่ม เสียงฝีเท้าหนักๆ ของมหาขันทีคนสนิทของฮ่องเต้ก็ดังแทรกเข้ามาในห้องโถงพร้อมกับกลุ่มทหารรักษาพระองค์ที่พุ่งเข้ามาล้อมรอบตำหนักไว้อย่างแน่นหนา
จ้าวเหวินหลงวางจอกสุราลงอย่างแรงจนเกิดเสียงดังสนั่น "กุ้ยเฟย... สวรรค์อาจไม่พิพากษาเจ้า แต่ข้า... ในฐานะโอรสแห่งสวรรค์ จักเป็นผู้พิพากษาเจ้าเอง!"
เขากวาดสายตามองไปที่เหล่าขุนนางที่ร่วมงาน ก่อนจะประกาศเสียงก้อง "นำตัวกุ้ยเฟยหลินซูไปคุมขังในคุกหลวง และกวาดล้างพรรคพวกทุกคนที่เกี่ยวข้องกับคดีลอบสังหารฮองเฮาองค์ก่อน!"
กุ้ยเฟยหน้าถอดสี ร่างกายสั่นเทาด้วยความโกรธและหวาดกลัว นางพยายามจะอ้าปากโต้ตอบ แต่ทันใดนั้น เสียงกรีดร้องจากภายนอกตำหนักก็ดังแทรกเข้ามา ทุกคนต่างหันไปมองต้นเสียงด้วยความตระหนก
ทหารนายหนึ่งวิ่งเข้ามาด้วยสภาพโชกเลือด "ฝ่าบาท! แย่แล้วพ่ะย่ะค่ะ... กองทัพตระกูลหลินบุกเข้าวังหลวงแล้ว! พวกมัน... พวกมันนำตัว 'องค์รัชทายาท' ออกมาอ้างเพื่อชิงบัลลังก์!"
หลินมู่หลานที่ควรจะยิ้มรับชัยชนะกลับหน้าซีดเผือดลงในทันที นางหันไปมองจ้าวเหวินหลงด้วยความตกตะลึง เพราะสิ่งที่เกิดขึ้นนี้... ไม่ได้อยู่ในแผนการที่นางวางไว้แม้แต่น้อย
"มู่หลาน..." จ้าวเหวินหลงหันมามองนางด้วยสายตาที่ยากจะอ่านออก "หากนี่คือแผนของเจ้า... ข้าคงต้องบอกว่าเจ้าเดินหมากพลาดไปก้าวใหญ่แล้ว"
ประตูด้านหน้าตำหนักถูกถีบพังเข้ามาพร้อมกับร่างของชายผู้หนึ่งที่หลินมู่หลานไม่คิดว่าจะได้เห็นอีกในชีวิต... บิดาของนาง ที่บัดนี้ถือดาบอาบเลือดและยืนอยู่ข้างกุ้ยเฟยพร้อมประกาศก้องว่า "ข้ามาเพื่อทวงคืนความยุติธรรมให้บุตรสาวข้า... และเพื่อบัลลังก์ที่ควรเป็นของพวกเรา!"
ขอบพระคุณทุกท่านที่ร่วมเดินทางมากับ "ไป๋เหลียนฮวา" ในบทที่เข้มข้นที่สุดนี้ แล้วพบกันในตอนหน้าค่ะ!
เล่ห์รักหงส์สังหาร: บัลลังก์เลือดสะเทือนรัก•ตอนที่ 33
เตรียมรับมือพายุใหญ่
ผลงานโดย ไป๋เหลียนฮวา
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ไป๋เหลียนฮวา)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เล่ห์รักหงส์สังหาร: บัลลังก์เลือดสะเทือนรัก นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!