"เจ้าคิดว่ายาพิษที่ไร้กลิ่นไร้สีในจอกสุรานี้ จะช่วยให้ข้ากลายเป็นฮองเฮาได้เร็วขึ้น หรือจะทำให้ข้ากลายเป็นผีเฝ้าตำหนักเย็นกันแน่"
กุ้ยเฟยหลินซูใช้นิ้วเรียวงามลูบไล้ขอบจอกทองคำลวดลายหงส์ แววตาของนางไม่ได้ทอดมองไปที่ใด นอกจากภาพเงาสะท้อนของตนเองในสุราใสราวกับกระจก คืนนี้พระจันทร์เต็มดวงส่องแสงนวลกระจ่าง ทว่าบรรยากาศภายในตำหนักซูเหออับชื้นไปด้วยกลิ่นกำยานที่เผาไหม้จนฉุนกึก
"ท่านหญิงเจ้าคะ... หากคืนนี้พลาดไป กองกำลังในมือของท่านจะไม่เหลือความน่าเกรงขามอีก" นางกำนัลคนสนิทกระซิบเสียงสั่น เผยให้เห็นรอยปื้นสีเลือดบนพื้นกระเบื้องที่เพิ่งเช็ดออกไปไม่นาน
หลินซูแค่นหัวเราะ เสียงหัวเราะดั่งกระดิ่งแก้วที่บาดลึกถึงขั้วหัวใจ "พลาดหรือ? ในวังหลังแห่งนี้คำว่าพลาดหมายถึงความตาย ข้าเดิมพันด้วยชีวิตของตระกูลหลินมาถึงเพียงนี้ จะให้หยุดในคืนที่พระจันทร์สว่างไสวเช่นนี้หรือ?"
ในขณะเดียวกัน ณ ตำหนักบรรทม ฮ่องเต้จ้าวเหวินหลงประทับนั่งนิ่งสนิท ดวงเนตรคมกริบดุจพญาเหยี่ยวจ้องมองม้วนฎีกา แต่ใจกลับไม่ได้อยู่ที่ตัวอักษรเหล่านั้น มือแกร่งกระชับกระบี่สั้นที่ซ่อนไว้ใต้โต๊ะไม้แกะสลักแน่นขึ้น
"เสด็จพี่... ท่านกำลังรอให้ใครบางคนเผยหน้ากากออกมาอยู่ใช่หรือไม่"
เสียงหวานใสที่แฝงไปด้วยความเยือกเย็นดังก้องขึ้นจากเงามืด หลินมู่หลานก้าวออกมาจากหลังฉากกั้นไม้ฉลุลาย นางสวมอาภรณ์สีน้ำเงินเข้มขัดกับผิวขาวจัดที่ดูซีดเซียวในแสงจันทร์ แววตาของนางในยามนี้ไม่มีความอ่อนหวานของสตรี มีเพียงความเฉียบขาดของนักรบที่พร้อมจะแลกชีวิต
จ้าวเหวินหลงเงยหน้าขึ้น สายตาที่ประสานกันไม่ได้มีความอาลัยอาวรณ์ แต่เป็นความเข้าใจอันลึกซึ้งที่สองคนมีต่อกันโดยไม่ต้องเอื้อนเอ่ย "นางจะมาคืนนี้ มู่หลาน... หากข้าพลาดไป เจ้าจงหยิบตราพยัคฆ์นี้แล้วหนีไปจากวังหลวงเสีย อย่าได้หันหลังกลับมา"
"หม่อมฉันไม่เคยคิดจะหนี" มู่หลานเดินเข้าไปใกล้ กลิ่นหอมจางๆ จากกายของนางทำให้หัวใจที่เย็นชาของฮ่องเต้กระตุกวูบ "มารดาของหม่อมฉันตายเพราะเล่ห์เหลี่ยมของตระกูลหลิน วันนี้พระจันทร์เต็มดวง เป็นคืนที่พวกมันฆ่าแม่ข้า... และจะเป็นคืนที่ข้าต้องสะสางทุกอย่างให้จบสิ้น"
จังหวะที่เสียงฝีเท้าหนักแน่นเริ่มดังขึ้นจากด้านนอกตำหนัก บรรยากาศก็เปลี่ยนเป็นเย็นเยียบอย่างฉับพลัน กุ้ยเฟยหลินซูไม่ได้มาเพียงลำพัง นางนำกองกำลังองครักษ์เสื้อแพรที่ซื้อตัวมาบุกเข้ามาโดยไม่รอให้ขันทีประกาศศักดา เสียงถีบประตูไม้แกะสลักดังสนั่นหวั่นไหว
"ฝ่าบาท! หม่อมฉันทราบดีว่าท่านกำลังประชวรหนัก หม่อมฉันจึงนำยาบำรุงมาถวายด้วยตนเอง!" เสียงของกุ้ยเฟยหลินซูดังขึ้นอย่างถือดี นางก้าวเข้ามาด้วยท่าทีสง่างามราวกับนางพญาที่กำชัยชนะไว้ในอุ้งมือ ทว่าเมื่อเห็นหลินมู่หลานยืนอยู่เคียงข้างฮ่องเต้ แววตาของนางก็วูบไหวเพียงครู่ก่อนจะแปรเปลี่ยนเป็นความเหี้ยมเกรียม
"เจ้า... เจ้ายังไม่ตายหรือนังเด็กเหลือขอ!" กุ้ยเฟยเค้นเสียงรอดไรฟัน
"ข้ายังมีลมหายใจอยู่เพื่อให้ท่านได้เห็นว่า ความชั่วร้ายที่ท่านกระทำไว้ กำลังจะย้อนกลับมาหาตัวท่านในค่ำคืนนี้" มู่หลานก้าวขึ้นหน้าไปหนึ่งก้าว ท่วงท่าของนางสง่างามไม่แพ้ผู้ที่ถืออำนาจอยู่ในมือ "ท่านคิดว่ากองกำลังองครักษ์ที่ท่านซ่อนไว้หลังตำหนักซูเหอจะช่วยท่านได้หรือ? สายไปแล้ว... เพราะในตอนนี้ ที่หน้าประตูเมืองหลวง กองทัพของท่านอาได้เข้าล้อมไว้หมดสิ้นแล้ว"
กุ้ยเฟยหลินซูชะงัก สีหน้าของนางซีดเผือดลงอย่างรวดเร็ว "เจ้า... เจ้าโกหก!"
"หม่อมฉันไม่เคยโกหกในสิ่งที่ตนเองลงมือทำ" หลินมู่หลานหยิบจดหมายลับฉบับหนึ่งออกมาจากอกเสื้อแล้วชูขึ้นสูง "จดหมายสั่งการของท่านที่ส่งไปถึงแม่ทัพตระกูลหลิน ข้าเป็นคนเขียนให้ท่านเอง... ด้วยลายมือปลอมที่เลียนแบบได้แนบเนียนยิ่งกว่าตัวจริง"
ความเงียบเข้าปกคลุมไปทั่วตำหนัก กุ้ยเฟยหลินซูมองหน้ามู่หลานสลับกับฮ่องเต้ที่บัดนี้ค่อยๆ ลุกขึ้นยืนอย่างสง่างาม ความกลัวที่เคยซ่อนไว้ภายใต้หน้ากากเมตตาพังทลายลงสิ้น นางรีบชักกริชออกจากแขนเสื้อหมายจะพุ่งเข้าหาหลินมู่หลานด้วยแรงแค้นทั้งหมดที่มี
ทว่า... ก่อนที่ปลายมีดจะถึงตัวมู่หลาน เสียงของคนผู้หนึ่งก็ดังขึ้นจากหน้าประตูขัดจังหวะทุกสรรพสิ่ง
"กุ้ยเฟย... หยุดมือเถิด"
เสียงนั้นไม่ใช่ใครอื่น แต่เป็นเสียงของบิดาแท้ๆ ของนางที่เพิ่งถูกคุมตัวเข้ามาด้วยโซ่ตรวนที่ข้อเท้า กุ้ยเฟยหลินซูทรุดฮวบลงกับพื้น กริชในมือร่วงหล่นลงกระทบพื้นหินดั่งเสียงประกาศความพ่ายแพ้ มู่หลานก้าวเข้าไปใกล้นางอย่างช้าๆ ก่อนจะโน้มตัวลงกระซิบข้างหูที่สั่นเทาของศัตรูคู่อาฆาต
"ท่านรู้หรือไม่... คืนที่มารดาของข้าจากไป นางไม่ได้ทิ้งเพียงความตายไว้ให้ข้า แต่ทิ้ง 'หลักฐาน' ที่จะทำให้ตระกูลของท่านถูกประหารเจ็ดชั่วโคตรเอาไว้ด้วย"
มู่หลานหยิบปิ่นปักผมอันเก่าคร่ำคร่าของมารดาออกมาปักลงบนมวยผมของกุ้ยเฟยด้วยความรุนแรงจนนางร้องลั่น ทันใดนั้น เงาร่างหนึ่งที่แฝงตัวอยู่บนขื่อคานตำหนักก็พุ่งลงมาพร้อมกับดาบยาวมุ่งเป้าไปที่ฮ่องเต้! มู่หลานที่ไหวตัวทันผลักจ้าวเหวินหลงให้พ้นรัศมีดาบ แต่ทว่าคมดาบนั้นกลับไม่พลาดเป้าไปเสียทีเดียว
เลือดสีแดงฉานสาดกระเซ็นเปื้อนใบหน้าของมู่หลานเมื่อคมดาบเฉี่ยวผ่านต้นแขนของนางไป จังหวะที่ร่างของมือสังหารร่วงลงพื้นและเปิดเผยใบหน้าภายใต้ผ้าคลุมหน้า... ทั้งมู่หลานและฮ่องเต้ต่างต้องเบิกตากว้างจนแทบหยุดหายใจ
ใบหน้านั้น... คือใบหน้าของคนที่ควรจะตายไปเมื่อสิบปีก่อน คนที่เป็นจุดเริ่มต้นของโศกนาฏกรรมทั้งหมด
แล้วพบกันในตอนหน้าค่ะ หวังว่าเนื้อหาบทนี้จะทำให้ทุกท่านตื่นเต้นไปกับไป๋เหลียนฮวานะคะ!
เล่ห์รักหงส์สังหาร: บัลลังก์เลือดสะเทือนรัก•ตอนที่ 34
วันพระจันทร์เต็มดวง
ผลงานโดย ไป๋เหลียนฮวา
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ไป๋เหลียนฮวา)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เล่ห์รักหงส์สังหาร: บัลลังก์เลือดสะเทือนรัก นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!