"หลักฐานชิ้นนี้... พระสนมหลินซู คงจะจำมันได้ดีสินะเพคะ?"
หลินมู่หลานเอ่ยด้วยน้ำเสียงราบเรียบ ทว่าเย็นเยียบราวกับน้ำแข็งจากยอดเขาหิมะ มือเรียวบางค่อยๆ วางป้ายหยกประจำตัวของมือสังหารที่ถูกพบในห้องบรรทมของมารดาเธอเมื่อหลายปีก่อน ลงบนโต๊ะไม้จันทน์หอมเบื้องหน้าจ้าวเหวินหลง
กุ้ยเฟยหลินซูที่เคยเย่อหยิ่งทระนงในบารมี บัดนี้ใบหน้าขาวผ่องกลับซีดเผือดราวกับกระดาษ ดวงตาคู่สวยสั่นระริกขณะจ้องมองป้ายหยกที่เปื้อนคราบเลือดแห้งกรังนั้น นางพยายามปรับลมหายใจให้เป็นปกติ แต่สั่นมือที่กุมชายเสื้อไว้นั้นฟ้องความหวาดหวั่นจนหมดสิ้น
"มู่หลาน... เจ้ากำลังจะกล่าวหาเปิ่นกงด้วยของสิ่งนี้หรือ? ของไร้ค่าที่ใครก็หาได้ในตลาดมืด อย่าได้บังอาจนำมาป้ายสีผู้ที่ได้รับความไว้วางใจจากฝ่าบาทเช่นเปิ่นกง!" หลินซูเค้นเสียงออกมา แม้จะพยายามรักษาท่าที แต่เสียงของนางกลับสั่นพร่าไม่มั่นคง
จ้าวเหวินหลงนั่งนิ่งอยู่บนบัลลังก์ สายตาคมกริบดุจพญาอินทรีจับจ้องไปที่กุ้ยเฟย สุ้มเสียงของเขาเมื่อเอ่ยออกมานั้นแผ่ซ่านด้วยกลิ่นอายสังหาร "กุ้ยเฟย... เจ้าไม่ได้เพียงแค่พยายามวางยาพิษในชาของข้าเมื่อคืน แต่เจ้ายังกำลังบอกว่า ป้ายหยกประจำตัวของหน่วยองครักษ์ลับที่เจ้าเป็นคนคุม เป็นเพียงของไร้ค่าในตลาดมืดงั้นรึ?"
ความเงียบเข้าปกคลุมท้องพระโรงราวกับมีคนนำน้ำเย็นจัดมาสาดใส่ กุ้ยเฟยหลินซูทรุดตัวลงคุกเข่าทันที ความสง่างามที่เคยสร้างมาตลอดหลายปีพังทลายลงในชั่วพริบตา "ฝ่าบาท... ฝ่าบาททรงฟังหม่อมฉันก่อน หม่อมฉันถูกใส่ร้าย! นาง... นางหลินมู่หลาน เป็นคนจัดฉากทั้งหมด!"
หลินมู่หลานก้าวเข้ามาใกล้นางอีกก้าวหนึ่ง ดวงตาของนางวาวโรจน์ด้วยความแค้นที่สั่งสมมานับสิบปี "จัดฉากหรือ? การที่เจ้าส่งคนไปสังหารมารดาของข้าเพื่อแย่งชิงตำแหน่งชายาเอกในวันนั้น... เจ้าก็บอกว่านั่นคือแผนของผู้อื่นเช่นกันงั้นหรือ? ความเมตตาที่เจ้าแสดงต่อหน้าฝ่าบาท แท้จริงแล้วคือดาบที่ซ่อนอยู่ใต้แขนเสื้อชุดสวยงามของเจ้านั่นแหละ"
นางก้มลงกระซิบข้างหูของกุ้ยเฟยที่ตัวสั่นเทา "เกมนี้เจ้าไม่ได้แพ้ให้ข้าหรอกนะ แต่เจ้าแพ้ให้กับความโลภและอำนาจที่เจ้าหลงมัวเมาจนลืมเงาหัวตัวเองต่างหาก"
จ้าวเหวินหลงลุกขึ้นยืน ก้าวย่างลงมาจากบัลลังก์อย่างช้าๆ แต่ละก้าวที่กระทบพื้นหินราวกับเสียงเคาะระฆังแห่งความตาย "กุ้ยเฟย เจ้าไม่มีสิทธิ์ครอบครองตราประทับวังหลังอีกต่อไป ทหาร! คุมตัวนางไปขังไว้ที่ตำหนักเย็น ห้ามผู้ใดเข้าเยี่ยมโดยไม่ได้รับอนุญาตจากข้า"
หลินซูเบิกตากว้าง นางกรีดร้องออกมาด้วยความบ้าคลั่ง "ไม่! ฝ่าบาท! พระองค์รักหม่อมฉันไม่ใช่หรือ! พระองค์เคยบอกว่าหม่อมฉันคือดอกไม้ที่งดงามที่สุดในวังหลัง!"
"ดอกไม้ที่งามแต่รูป แต่ภายในเน่าเฟะจนมีหนอนชอนไช... เจ้าคิดว่าข้าจะเก็บไว้ชื่นชมไปได้นานแค่ไหนกัน" จ้าวเหวินหลงกล่าวทิ้งท้ายด้วยน้ำเสียงที่ไร้เยื่อใย ก่อนจะเบือนหน้าหนี
กุ้ยเฟยหลินซูถูกลากตัวออกไปท่ามกลางเสียงก่นด่าและอาภรณ์ที่หลุดลุ่ย ทิ้งไว้เพียงกลิ่นหอมของเครื่องหอมที่เริ่มจางหายไปพร้อมกับอำนาจของนาง หลินมู่หลานมองดูภาพนั้นด้วยหัวใจที่สงบนิ่ง ทว่าในขณะที่นางกำลังจะหันหลังกลับเพื่อทูลลา ขันทีคนสนิทของฝ่าบาทก็รีบวิ่งเข้ามาด้วยท่าทีลนลาน
"ฝ่าบาท! เกิดเรื่องใหญ่แล้วพ่ะย่ะค่ะ! จดหมายลับจากชายแดนเหนือ... แม่ทัพหลินบิดาของพระสนมมู่หลาน ก่อกบฏแล้วพ่ะย่ะค่ะ!"
บรรยากาศในห้องเงียบงันลงอีกครั้ง มู่หลานชะงักกึก ความรู้สึกเย็นวาบแล่นผ่านสันหลังเมื่อสบตากับจ้าวเหวินหลงที่เริ่มเปลี่ยนไป ราวกับว่าชัยชนะเมื่อครู่เป็นเพียงกับดักที่ถูกวางไว้เพื่อให้เธอเดินเข้าไปหาจุดจบที่โหดร้ายกว่าเดิม
จ้าวเหวินหลงค่อยๆ หันกลับมามองเธอ ดวงตาที่เคยอ่อนโยนบัดนี้กลับเต็มไปด้วยความหวาดระแวงและคมดาบที่พร้อมจะเชือดเฉือน "มู่หลาน... บอกข้าสิ ว่าเจ้าไม่เกี่ยวข้องกับเรื่องนี้"
มู่หลานรู้ได้ทันทีว่าเกมกระดานนี้ไม่ได้จบลงเพียงแค่นี้ แต่มันกำลังเริ่มบทใหม่ที่เดิมพันด้วยชีวิตของเธอเอง
ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ติดตามอ่านและร่วมลุ้นไปกับมู่หลานนะคะ หวังว่าตอนต่อไปจะทำให้ทุกท่านตื่นเต้นจนวางไม่ลงค่ะ
เล่ห์รักหงส์สังหาร: บัลลังก์เลือดสะเทือนรัก•ตอนที่ 28
ความพ่ายแพ้ของฝ่ายร้าย
ผลงานโดย ไป๋เหลียนฮวา
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ไป๋เหลียนฮวา)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เล่ห์รักหงส์สังหาร: บัลลังก์เลือดสะเทือนรัก นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!