เล่ห์รักหงส์สังหาร: บัลลังก์เลือดสะเทือนรัก•ตอนที่ 2

หมากกระดานแรก

ผลงานโดย ไป๋เหลียนฮวา
กลิ่นกำยานลอยอบอวลชวนวิงเวียนในห้องบรรทมที่เงียบสงัดจนได้ยินเสียงหัวใจของตัวเองเต้นกระหน่ำ หลินมู่หลานนั่งตัวตรงอยู่บนขอบเตียงมังกร มือสองข้างประสานกันแน่นจนเล็บจิกเข้าเนื้อจนเจ็บร้าว ทว่าใบหน้าของนางกลับเรียบเฉยดุจผิวน้ำในบึงลึกที่ไร้แรงลมพัดผ่าน “ห้ามส่งเสียงดัง… มิเช่นนั้นชีวิตของเจ้าจะหาไม่” คำประกาศิตของบุรุษผู้ครองบัลลังก์ยังคงดังก้องในโสตประสาท ทว่าสิ่งที่นางเผชิญอยู่ตรงหน้ามิใช่ความสิเน่หา แต่มันคือ ‘กับดัก’ ที่กุ้ยเฟยหลินซูจงใจวางไว้ เสียงฝีเท้าที่ย่างกรายเข้ามาใกล้หน้าประตูห้องบรรทมพร้อมกับเสียงกระซิบกระซาบของเหล่านางกำนัลคนสนิทบ่งบอกถึงเจตนาที่ชัดเจน นี่ไม่ใช่คืนเข้าหอที่เต็มไปด้วยความรัก แต่มันคือคืนแห่งการพิสูจน์ลมหายใจ มู่หลานเหลือบมองร่างสูงใหญ่ของจ้าวเหวินหลงที่นั่งขัดสมาธิอยู่บนตั่งไม้แกะสลัก ดวงตาคมกริบของเขาจ้องมองหนังสือในมือราวกับไม่ได้สนใจว่าจะมีผู้หญิงคนหนึ่งถูกขังอยู่ในห้องที่กำลังจะกลายเป็นสุสานของนางในอีกไม่กี่อึดใจ “ฝ่าบาท…” มู่หลานเอ่ยเสียงแผ่วเบา ร่างกายของนางไม่ได้ขยับเขยื้อน ทว่าสายตากลับจดจ้องที่ประตูบานเลื่อนอย่างไม่วางตา “เหล่านางกำนัลของกุ้ยเฟยมาถึงหน้าประตูแล้ว หากคืนนี้ไม่มีเสียงใดเล็ดลอดออกไปตามที่ท่านต้องการ กุ้ยเฟยย่อมมีข้ออ้างในการพังประตูเข้ามาด้วยข้อหา… ขัดพระราชโองการหรือกระทำการลบหลู่พระเกียรติ ทั้งที่ตัวท่านเองต่างหากที่เป็นคนสั่ง” จ้าวเหวินหลงวางหนังสือลงช้าๆ เขาไม่แม้แต่จะปรายตามามองนาง มุมปากกระตุกขึ้นเป็นรอยยิ้มเย็นเยียบที่แฝงไว้ด้วยความนัย “เจ้าฉลาดนักมู่หลาน แต่ความฉลาดมักนำภัยมาสู่ตัว หากเจ้ากลัวตายนัก ก็จงแสดงให้ข้าดูว่า ‘เบี้ย’ ตัวนี้มีค่าพอที่จะให้ข้าเก็บไว้บนกระดานหรือไม่” ไม่รอให้คำตอบ เสียงฝีเท้าภายนอกหยุดลง ตามด้วยเสียงของกุ้ยเฟยหลินซูที่ดังกังวานแทรกผ่านบานประตูเข้ามาด้วยน้ำเสียงที่เสแสร้งว่าห่วงใย “ฝ่าบาทเพคะ หม่อมฉันเกรงว่าในห้องบรรทมจะมีเหตุร้าย เนื่องจากนางกำนัลเห็นคนแปลกหน้าป้วนเปี้ยนแถวตำหนักมังกร... หากฝ่าบาทไม่ทรงตอบรับ หม่อมฉันจำต้องบุกเข้าไปเพื่อถวายความปลอดภัย!” มู่หลานสูดลมหายใจเข้าลึก นางรู้ดีว่าหากหลินซูพังประตูเข้ามาแล้วพบว่าฮ่องเต้ไม่ได้ร่วมอภิรมย์กับนางตามธรรมเนียม แต่กลับให้นั่งทำตัวเหมือนหุ่นไม้ นั่นคือความตายสถานเดียว แต่นางจะยอมตายเพราะหมากที่คนอื่นเดินไม่ได้! นางเอื้อมมือไปหยิบแจกันหยกข้างเตียงอย่างรวดเร็ว ก่อนจะตัดสินใจทุ่มมันลงกับพื้นจนแตกกระจายเสียงดังสนั่น! *เพล้ง!* ตามด้วยเสียงกรีดร้องที่เสแสร้งจนเหมือนจริงที่สุด “กรี๊ด! ฝ่าบาท! อย่าเพิ่งโกรธหม่อมฉันเลยเพคะ หม่อมฉันแค่… แค่ไม่ประสีประสา!” จ้าวเหวินหลงเบิกตากว้างเล็กน้อย เขาดูประหลาดใจกับอุบายที่นางกล้าทำท่ามกลางสถานการณ์คับขัน แต่มู่หลานกลับไม่ได้หยุดแค่นั้น นางกระโจนเข้าหาบุรุษผู้เป็นฮ่องเต้ มือหนึ่งคว้าคอเสื้อเขาไว้ อีกมือหนึ่งดึงเครื่องประดับบนศีรษะออกจนผมเผ้ายุ่งเหยิง พร้อมกับกระซิบที่ข้างหูเขาด้วยน้ำเสียงที่เย็นเยียบไม่แพ้กัน “หากท่านไม่เล่นตามบทนี้ เราก็ตายด้วยกันทั้งคู่... จงแสดงให้พวกนางเห็นว่าฮ่องเต้ผู้เงียบขรึมกำลังหึงหวงนางสนมตัวน้อยขนาดไหน!” จ้าวเหวินหลงชะงักไปครู่หนึ่ง ก่อนที่แววตาของเขาจะเปลี่ยนเป็นคมกริบ เขาคว้าเอวนางไว้แน่นแล้วกดลงกับเตียงอย่างแรงพอที่จะทำให้ภายนอกได้ยินเสียงฟูกสั่นสะเทือน ก่อนจะตะโกนออกไปเสียงดังด้วยความกริ้วที่แฝงความจริงไว้ครึ่งหนึ่ง “ใครบังอาจรบกวนเวลาของเรา! ออกไปให้หมด! ไม่อย่างนั้นข้าจะตัดลิ้นพวกเจ้าทุกคน!” เสียงฝีเท้าหน้าประตูชะงักงัน กุ้ยเฟยหลินซูที่กำลังจะสั่งให้คนพังประตูถึงกับตัวแข็งทื่อ นางคาดไม่ถึงว่าฮ่องเต้จะตอบรับความวุ่นวายนี้ด้วยการปกป้องนางสนมผู้นี้อย่างดุดันถึงเพียงนี้ ความเงียบเข้าปกคลุมอีกครั้ง กุ้ยเฟยถอยออกไปอย่างจำยอม มู่หลานที่นอนหอบหายใจอยู่ใต้ร่างของฮ่องเต้ค่อยๆ คลายมือที่กำคอเสื้อเขาแน่น สายตาทั้งสองสบกันในระยะที่ใกล้จนรู้สึกได้ถึงลมหายใจของกันและกัน จ้าวเหวินหลงจ้องมองลึกลงไปในดวงตาของหญิงสาวที่เพิ่งใช้เขาเป็นเครื่องมือ นางไม่มีความหวาดกลัวหลงเหลืออยู่เลยแม้แต่น้อย มีเพียงประกายแห่งชัยชนะที่ซ่อนอยู่ภายใต้ใบหน้าใสซื่อ “เจ้ากล้ามากที่กล้าข่มขู่ข้า” เขาเอ่ยเสียงต่ำ กระชับอ้อมกอดแน่นขึ้นจนนางขยับไม่ได้ “นับตั้งแต่นาทีนี้เป็นต้นไป เจ้าไม่ใช่แค่เบี้ยบนกระดานของข้าแล้วมู่หลาน... แต่เจ้าคือตัวหมากที่อันตรายที่สุดที่ข้าเคยครอบครอง” ทว่า ทันใดนั้น เสียงเคาะประตูดังขึ้นอีกครั้งอย่างแผ่วเบา แต่กลับหนักแน่นเหมือนจงใจให้ได้ยินเพียงสองคน *ก๊อก... ก๊อก... ก๊อก* จ้าวเหวินหลงขมวดคิ้วแน่น เขารีบผละออกจากนางแล้วก้าวไปที่ประตูอย่างเงียบเชียบ มือของเขาแตะที่ด้ามกระบี่ข้างกาย สายตาส่งสัญญาณให้นางเงียบเสียงไว้ ก่อนจะเปิดประตูออกเพียงช่องแคบๆ ร่างของขันทีเฒ่าคนสนิทก้าวเข้ามาด้วยใบหน้าซีดเผือด “ฝ่าบาท... หญิงสาวที่ท่านสั่งให้ข้าไปสืบเรื่องการตายของมารดาพระสนมมู่หลาน... ผู้นั้นเพิ่งถูกพบเป็นศพอยู่ที่ท้ายวัง และในมือของนาง... มีตราประทับประจำพระองค์ของกุ้ยเฟยกำไว้อยู่เพคะ” มู่หลานที่แอบฟังอยู่แทบหยุดหายใจ ตราประทับนั้นหมายความว่าอย่างไร? หรือนี่คือหมากที่กุ้ยเฟยเดินเอาไว้เพื่อล่อให้นางตกหลุมพรางตั้งแต่เริ่มแรก? ไป๋เหลียนฮวาหวังว่าเรื่องราวในบทนี้จะทำให้รี้ดเดอร์ทุกท่านตื่นเต้นจนวางไม่ลงนะคะ ขอบพระคุณที่ติดตามและเป็นกำลังใจให้กันเสมอค่ะ
สารจากนักเขียน (ไป๋เหลียนฮวา)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เล่ห์รักหงส์สังหาร: บัลลังก์เลือดสะเทือนรัก นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%