เล่ห์รักหงส์สังหาร: บัลลังก์เลือดสะเทือนรัก•ตอนที่ 1

โฉมสะคราญในกรงทอง

ผลงานโดย ไป๋เหลียนฮวา
“เจ้าคิดว่าเครื่องประดับราคาถูกเยี่ยงนี้ จะช่วยส่งเสริมใบหน้าที่จืดชืดของเจ้าให้ดูมีราศีขึ้นมาได้เชียวหรือ สนมหลิน?” สุ้มเสียงหวานใสแต่แฝงไว้ด้วยความเย็นชาดุจน้ำแข็งจากกุ้ยเฟยหลินซู ดังขึ้นท่ามกลางความเงียบงันภายในตำหนักพักคอย กลิ่นกำยานราคาแพงอบอวลจนน่าเวียนหัว ไม่เท่ากับสายตาเหยียดหยามของเหล่าสนมที่จับจ้องมายังร่างบางในชุดผ้าฝ้ายเนื้อหยาบสีซีดจาง หลินมู่หลานไม่แม้แต่จะเงยหน้าขึ้นมองนาง นางยังคงก้มหน้าก้มตาจัดระเบียบหีบไม้ใบเล็กที่ดูเหมือนจะเป็นสมบัติชิ้นเดียวที่นางนำติดตัวมาจากจวนที่ถูกทิ้งร้าง นิ้วเรียวสวยภายใต้ผิวพรรณที่ดูซีดเซียวเนื่องจากการตรากตรำทำงานหนักแตะลงบนรอยสลักดอกบัวบนฝาหีบอย่างแผ่วเบา “ของที่เห็นเป็นเพียงเปลือกนอกเจ้าค่ะ กุ้ยเฟย...” หลินมู่หลานเอ่ยเสียงเรียบ แม้จะยังไม่เงยหน้าแต่กิริยาท่าทางนั้นกลับดูสงบนิ่งจนน่าประหลาดใจ “แต่จิตใจของคนเราสิเจ้าคะ ที่อาจจะเน่าเฟะยิ่งกว่าเครื่องประดับราคาถูกที่พระสนมว่า” ความเงียบเข้าปกคลุมทั่วทั้งตำหนักทันทีที่คำพูดนั้นสิ้นสุดลง เหล่าสนมที่รายล้อมอยู่ต่างพากันเบิกตากว้างด้วยความตกใจ ใครเล่าจะกล้าต่อปากต่อคำกับกุ้ยเฟยผู้เป็นที่โปรดปรานที่สุดในเวลานี้ หลินซูแค่นหัวเราะในลำคอ ดวงตาดุจหงส์กรีดอายไลเนอร์คมกริบกวาดมองร่างของมู่หลานตั้งแต่หัวจรดเท้าด้วยความรังเกียจ นางก้าวเข้ามาใกล้จนกลิ่นน้ำหอมจากดอกโบตั๋นเข้มข้นจนมู่หลานต้องกลั้นหายใจ “เจ้าช่างปากคอเราะร้ายนัก คิดว่าฐานะสนมชั้นต่ำที่ได้มาเพราะความสงสารของฝ่าบาทจะคุ้มครองเจ้าได้ตลอดไปหรือ? ในวังหลังแห่งนี้... ต่อให้เป็นหงส์ หากถูกเด็ดปีกก็ไม่ต่างจากไก่ข้างถนน” มู่หลานค่อยๆ เงยหน้าขึ้น ดวงตาสีน้ำตาลเข้มของนางไม่ได้มีความหวาดกลัวอย่างที่ควรจะเป็น แต่มันกลับลุ่มลึกราวกับมหาสมุทรที่ซ่อนคลื่นใต้น้ำเอาไว้ “หม่อมฉันไม่เคยคิดเป็นหงส์เจ้าค่ะ เพราะหงส์ในวังหลังมักจบลงที่กองเพลิง... แต่ถ้าหากใครคิดจะเด็ดปีกหม่อมฉัน ก็จงระวังให้ดีว่าเล็บของหม่อมฉันจะฝากรอยแผลไว้ลึกเพียงใด” หลินซูชะงักไปครู่หนึ่งกับแววตาคู่นั้น มันไม่ใช่แววตาของหญิงสาวที่สิ้นไร้ไม้ตอก แต่มันคือแววตาของผู้ที่พร้อมจะทำลายทุกอย่างให้พินาศหากถูกบีบคั้นถึงที่สุด ทว่าความตึงเครียดกลับถูกขัดจังหวะด้วยเสียงฝีเท้าที่หนักแน่นและเป็นจังหวะจากทางหน้าตำหนัก ขันทีอาวุโสนาม ‘กงกงหลี่’ ก้าวเข้ามาพร้อมกับองครักษ์หลวงที่ดูน่าเกรงขาม ทุกคนต่างคุกเข่าลงพื้นด้วยความพร้อมเพรียง ยกเว้นมู่หลานที่เพียงแค่ย่อกายลงอย่างนอบน้อมตามสมควร “ฝ่าบาทมีรับสั่ง...” กงกงหลี่ประกาศเสียงกังวาน สายตาของเขาเหลือบมองมู่หลานครู่หนึ่งก่อนจะเบนไปทางหลินซู “ให้สนมหลินมู่หลาน ย้ายไปพำนักที่ตำหนักท้ายสวนเป็นการชั่วคราว และ... ไม่อนุญาตให้ผู้ใดเข้าเยี่ยมเยียนโดยไม่ได้รับอนุญาต” คำสั่งนั้นสร้างความฮือฮาให้กับเหล่าสนม ตำหนักท้ายสวนคือที่ที่ห่างไกลและรกร้างที่สุดในวังหลวง การถูกส่งไปที่นั่นไม่ต่างอะไรกับการถูกเนรเทศหรือกักบริเวณ แต่มู่หลานกลับรับคำด้วยใบหน้าเรียบเฉย “ทราบแล้วเจ้าค่ะ” เมื่อกลุ่มคนเดินจากไป กุ้ยเฟยหลินซูหันกลับมามองมู่หลานด้วยรอยยิ้มเยาะเย้ย “หึ... ตำหนักท้ายสวนงั้นหรือ? ที่นั่นไม่มีแม้แต่น้ำสะอาดให้เจ้าดื่มด้วยซ้ำ หวังว่าเจ้าจะอดทนต่อความโดดเดี่ยวได้นานพอที่จะไม่ฆ่าตัวตายไปเสียก่อนนะ สนมหลิน” มู่หลานไม่ตอบโต้ นางเพียงแต่มองตามแผ่นหลังที่งดงามแต่เต็มไปด้วยพิษสงของกุ้ยเฟยไปจนลับตา ความคิดในหัวของนางแล่นพล่าน นางไม่ได้ต้องการความโปรดปราน นางไม่ได้ต้องการอำนาจ แต่สิ่งที่นางต้องการคือ ‘ความจริง’ เกี่ยวกับการตายของมารดาที่ถูกฝังกลบอยู่ภายใต้กำแพงวังสีแดงชาดแห่งนี้ เมื่อเดินทางมาถึงตำหนักท้ายสวน บรรยากาศที่นี่วังเวงจนน่าขนลุก ต้นไม้แห้งเหี่ยวและฝุ่นหนาเตอะในห้องพักบอกให้รู้ว่าที่นี่ไม่ได้ถูกใช้งานมานาน มู่หลานเดินเข้าไปข้างใน ล็อคประตูไม้เก่าๆ และนั่งลงบนเตียงไม้แข็งๆ อย่างเหนื่อยอ่อน ทว่า... ในวินาทีที่นางกำลังจะหยิบหีบไม้ขึ้นมาเปิด จมูกของนางกลับสัมผัสได้ถึงกลิ่นบางอย่าง กลิ่นไม้กฤษณาจางๆ ที่ไม่ควรจะมีอยู่ในที่ที่รกร้างเยี่ยงนี้ แสงจันทร์ลอดผ่านรอยแตกของหน้าต่างเผยให้เห็นเงาดำร่างหนึ่งที่ยืนอยู่อยู่มุมมืดของห้อง เงาดำนั้นเคลื่อนไหวอย่างแผ่วเบาจนแทบไม่ได้ยินเสียงเท้า ก่อนจะปรากฏตัวขึ้นเบื้องหน้ามู่หลาน มือหนาเอื้อมมาบีบคางนางให้เงยหน้าขึ้นรับแสงสว่าง “เจ้าช่างกล้านัก... กล้าต่อปากต่อคำกับสนมที่ข้าให้ท้ายมาตลอด” ดวงตาของมู่หลานเบิกกว้างเมื่อเห็นใบหน้าที่คุ้นเคยในยามค่ำคืน จ้าวเหวินหลง ฮ่องเต้ผู้ยิ่งใหญ่ที่ควรจะประทับอยู่ในตำหนักมังกร กลับมายืนอยู่ในห้องที่รกร้างแห่งนี้เพียงลำพัง เขากระซิบข้างหูนางด้วยน้ำเสียงที่สั่นพร่าและเปี่ยมไปด้วยความลับบางอย่าง “หลินมู่หลาน... หากเจ้าอยากรู้ว่าใครเป็นคนฆ่าแม่ของเจ้า เจ้าต้องทำตัวให้เป็น ‘เบี้ย’ ที่ดีในเกมของข้าเสียก่อน... คืนนี้ ห้ามส่งเสียงดังเด็ดขาด” ไป๋เหลียนฮวาหวังว่าเรื่องราวการเริ่มต้นในวังหลวงครั้งนี้จะถูกใจรี้ดเดอร์ทุกท่านนะคะ!
สารจากนักเขียน (ไป๋เหลียนฮวา)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เล่ห์รักหงส์สังหาร: บัลลังก์เลือดสะเทือนรัก นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%