“ข้าไม่เคยทราบมาก่อนว่าสนมเอกผู้สูงศักดิ์เช่นท่าน จะมีความสามารถพิเศษในการ ‘ปลูกถ่าย’ ความผิดให้ผู้อื่นได้แนบเนียนถึงเพียงนี้”
หลินมู่หลานเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงราบเรียบ ทว่าทุกถ้อยคำกลับบาดลึกดุจคมกระบี่ที่กรีดลงบนความเงียบงันภายในตำหนักคุนหนิง นางวางถ้วยชาลงบนโต๊ะไม้จันทน์หอม เสียงกระทบกันของกระเบื้องเคลือบดังกังวานก้องราวกับเสียงระฆังแห่งหายนะ
กุ้ยเฟยหลินซูที่นั่งอยู่บนเก้าอี้ไม้แกะสลักลวดลายหงส์เหิน ค่อยๆ คลี่พัดจีบในมือออกช้าๆ รอยยิ้มประดุจพระโพธิสัตว์ผู้เมตตาปรากฏบนใบหน้า ทว่านัยน์ตาเรียวรีนั้นกลับเย็นเยียบดุจน้ำแข็งขั้วโลก
“มู่หลาน เจ้ากำลังกล่าวหาผู้ใหญ่ด้วยโทสะที่ไร้ที่มาที่ไปนะ” หลินซูตอบเสียงนุ่มนวล ทว่าแฝงไปด้วยแรงกดดันที่ทำให้อากาศรอบข้างหนักอึ้ง “วังหลังแห่งนี้เต็มไปด้วยงูพิษที่พยายามจะฉกฉัดข้า หากเจ้าคิดจะใช้เล่ห์เหลี่ยมเพียงเพื่อต้องการตำแหน่งที่สูงขึ้น จงระวังไว้เถิดว่าบัลลังก์ที่เจ้าหมายปอง อาจอาบไปด้วยเลือดของตัวเจ้าเอง”
มู่หลานหัวเราะเบาๆ ในลำคอ นางก้าวเดินช้าๆ ไปยังกลางห้อง ก่อนจะหยุดยืนเบื้องหน้ากุ้ยเฟย สายตาของนางไม่หวั่นเกรง ตรงกันข้าม มันกลับเต็มไปด้วยความสมเพชที่ชัดเจนจนอีกฝ่ายต้องกำพัดในมือแน่นจนปลายไม้แทบหัก
“ความสูงส่งของท่านมิได้เกิดจากคุณธรรม แต่มันเกิดจากการที่ท่านยืนอยู่บนกองศพของผู้อื่นต่างหาก” มู่หลานโน้มตัวลงไปกระซิบชิดใบหูของอีกฝ่าย “ท่านคงลืมไปแล้วว่า 'จดหมายลับ' ที่มารดาของข้าทิ้งไว้ก่อนลมหายใจสุดท้าย มิใช่เพียงแค่กระดาษเปล่า แต่มันคือบันทึกความอำมหิตของสตรีที่เรียกตัวเองว่าญาติผู้ใหญ่... ท่านจำกลิ่นหอมของดอกกุ้ยฮวาในคืนวันนั้นได้หรือไม่?”
ใบหน้าของกุ้ยเฟยซีดเผือดลงในชั่วพริบตา รอยยิ้มที่ปรุงแต่งมาอย่างดีเริ่มสั่นระริก มือที่ถือพัดสั่นไหวเล็กน้อยก่อนจะถูกซ่อนไว้ใต้แขนเสื้อยาว
“เจ้าเพ้อเจ้อ!” กุ้ยเฟยตวาดเสียงแข็ง ดวงตาเบิกโพลง “มารดาเจ้าตายเพราะความอ่อนแอของนางเอง อย่าได้เอาความอัปยศของนางมาป้ายสีข้า!”
“ถ้าเช่นนั้น สิ่งนี้เล่า?” มู่หลานดึงห่อผ้าไหมสีดำออกมาจากสาบเสื้อ ก่อนจะคลี่มันออกบนโต๊ะ มันคือป้ายหยกประจำตัวของขุนนางชั้นผู้ใหญ่ที่มีตราประทับลับของตระกูลหลินซ่อนอยู่ด้านใน
กุ้ยเฟยเบิกตากว้าง ลุกขึ้นพรวดจนเก้าอี้ล้มลงกับพื้น เสียงดังโครมครามทำให้นางกำนัลด้านนอกพากันแตกตื่น แต่ก่อนที่ใครจะทันได้ก้าวเข้ามา มู่หลานก็คว้าข้อมือของกุ้ยเฟยไว้แน่น แรงบีบที่แฝงไปด้วยความแค้นสิบปีพุ่งพล่าน
“ท่านไม่ได้แค่ฆ่ามารดาข้า แต่ท่านยังทรยศต่อแผ่นดินเพื่ออำนาจของตระกูลตัวเอง!” มู่หลานกดเสียงต่ำจนแทบเป็นเสียงคำราม “หลักฐานชิ้นนี้จะถูกส่งถึงพระหัตถ์ของฝ่าบาทในยามจื่อของคืนนี้... ท่านเตรียมตัวสูญเสียทุกอย่างที่ท่านรักไปได้เลย”
กุ้ยเฟยพยายามสะบัดมือออกด้วยความบ้าคลั่ง นัยน์ตาของนางเปลี่ยนเป็นแดงก่ำด้วยความโกรธแค้น “มู่หลาน! เจ้าคิดว่าเจ้าชนะแล้วหรือ? ต่อให้เจ้ามีหลักฐาน แต่ถ้าเจ้าตายไปก่อนที่จะถึงยามจื่อล่ะ?”
กุ้ยเฟยส่งสัญญาณมือลับๆ ไปทางหน้าต่างทันที เงาร่างสีดำหลายสายพุ่งพรวดเข้ามาในห้องพร้อมประกายดาบที่วับวับ มู่หลานไม่ได้ขยับหนี นางเพียงแค่ยิ้ม—รอยยิ้มที่เย็นเยียบและเยาะเย้ยที่สุดเท่าที่กุ้ยเฟยเคยเห็นมา
“ท่านลืมไปแล้วหรือ... ว่าผู้ที่ดูแลหน่วยลับของฝ่าบาทในยามนี้ คือใคร?”
มู่หลานก้มลงกราบทูลเบาๆ ทว่าดังก้องในความเงียบ เมื่อจ้าวเหวินหลงก้าวพ้นประตูเข้ามาพร้อมกับองครักษ์นับร้อยที่ล้อมตำหนักไว้แน่นหนา พระเนตรของฮ่องเต้ที่เคยอบอุ่นบัดนี้เต็มไปด้วยประกายแห่งความกริ้วโกรธที่พร้อมจะเผาผลาญทุกสิ่ง
“กุ้ยเฟย... เจ้ามีอะไรจะแก้ตัวกับสิ่งที่ข้าได้ยินมาตลอดกาลเวลาที่ผ่านมานี้บ้าง?”
จ้าวเหวินหลงเอ่ยประโยคที่ทำลายทุกอย่างของกุ้ยเฟยลงในทันที ทว่าในวินาทีที่กุ้ยเฟยกำลังจะทรุดเข่าลงสารภาพ มู่หลานกลับสังเกตเห็นบางอย่าง... เงาร่างของบุรุษผู้หนึ่งที่ยืนอยู่ด้านหลังฮ่องเต้—ชายผู้ที่ควรจะตายไปตั้งแต่สงครามชายแดนเมื่อสามปีก่อน กำลังแสยะยิ้มส่งมาให้นาง พร้อมกับในมือที่ถือหน้าไม้เล็งตรงไปยังหัวใจของฮ่องเต้!
ไป๋เหลียนหวาหวังว่าทุกท่านจะยังคงร่วมลุ้นไปกับชะตากรรมที่ไม่อาจหลีกเลี่ยงของตัวละครในตอนถัดไปนะคะ!
เล่ห์รักหงส์สังหาร: บัลลังก์เลือดสะเทือนรัก•ตอนที่ 37
จุดแตกหัก
ผลงานโดย ไป๋เหลียนฮวา
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ไป๋เหลียนฮวา)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เล่ห์รักหงส์สังหาร: บัลลังก์เลือดสะเทือนรัก นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!