เล่ห์รักหงส์สังหาร: บัลลังก์เลือดสะเทือนรัก•ตอนที่ 10

พลิกเกมแก้แค้น

ผลงานโดย ไป๋เหลียนฮวา
"ฝ่าบาททรงคิดว่า กลิ่นเลือดคาวคลุ้งในตำหนักเย็นแห่งนี้ ยังหอมหวานไม่พอหรือเพคะ?" คำถามของหลินมู่หลานดังขึ้นท่ามกลางความเงียบงันที่กดทับ นางไม่ได้หันไปมองร่างไร้วิญญาณของชิงหลันที่นอนขดอยู่บนพื้นด้วยความเวทนา ทว่าดวงตาหงส์คู่นั้นกลับจ้องเขม็งไปที่จ้าวเหวินหลง ฮ่องเต้ผู้กุมอำนาจสูงสุดแห่งแผ่นดิน พระองค์เพียงยืนนิ่งอยู่ในเงามืดของเสาต้นใหญ่ มุมปากแย้มยิ้มบางเบาที่ยากจะตีความ "เจ้ากำลังตำหนิเรา หรือกำลังทดสอบความอดทนของเจ้ากันแน่ มู่หลาน?" เสียงทุ้มต่ำของเขาแฝงความเย็นชาที่ทำให้คนฟังรู้สึกหนาวสะท้านถึงไขกระดูก มู่หลานหัวเราะแผ่วเบาในลำคอ นางก้าวเท้าเหยียบย่ำบนคราบเลือดที่ยังไม่แห้งสนิท เดินเข้าไปหาเขาอย่างไม่เกรงกลัว นิ้วเรียวยาวเชิดคางชายหนุ่มขึ้นเพื่อบังคับให้เขาต้องสบตากับนางตรงๆ "หม่อมฉันไม่ได้ตำหนิ แต่หม่อมฉันกำลังเตือน หากพระองค์ทรงเล่นเกมนี้เพื่อดูว่าหม่อมฉันจะ 'ตาย' หรือ 'รอด' ข้าขอเตือนว่าหมากตัวนี้ที่พระองค์ส่งมา... มันพังทลายลงตั้งแต่วินาทีที่นางกล้าแตะต้องของๆ หม่อมฉันแล้ว" จ้าวเหวินหลงไม่ได้ขยับหนี เขากลับคว้าข้อมือนางไว้แน่น แรงบีบนั้นสื่อถึงความคาดหวังบางอย่างที่ซ่อนอยู่ภายใต้หน้ากากฮ่องเต้ "ชิงหลันเป็นเพียงมดปลวก แต่ผู้อยู่เบื้องหลังคือกุ้ยเฟยหลินซู... เจ้ามีปัญญาพอที่จะลากคอ 'หงส์' ลงจากบัลลังก์โดยไม่ให้ตัวเองต้องแปดเปื้อนเลือดหรือไม่?" "ความสะอาดไม่เคยเป็นสมบัติของคนในวังหลังอยู่แล้วเพคะ" มู่หลานกระซิบชิดใบหูเขา ก่อนจะสะบัดมือออกอย่างนุ่มนวล "วันนี้พระองค์จะได้เห็น ว่าเลือดของใครกันแน่ที่จะย้อมแผ่นดินนี้ให้แดงฉาน" --- ชั่วโมงต่อมา ณ ตำหนักเมฆาเรืองรอง บรรยากาศเต็มไปด้วยกลิ่นหอมของกำยานราคาแพงที่พยายามกลบกลิ่นอายความเครียด กุ้ยเฟยหลินซูนั่งเด่นเป็นสง่าอยู่บนตั่งไม้แกะสลัก นางปรายตามองหลินมู่หลานที่ก้าวเข้ามาด้วยท่าทีเรียบเฉย "มู่หลาน เจ้าดูเหนื่อยล้าไปนะ" หลินซูเอ่ยขึ้น เสียงหวานหูที่แฝงพิษร้าย "ได้ข่าวว่าคนรับใช้ของเจ้าตายในตำหนักเย็น น่าอนาถนักที่นางช่างโชคร้าย..." "นั่นสิเพคะ พระสนม" มู่หลานค้อมกายลง ทว่าในจังหวะที่นางเงยหน้าขึ้น แววตาของนางกลับฉายแววคมกริบราวกับใบมีด "แต่น่าแปลกที่ชิงหลันก่อนตาย นางฝากคำพูดทิ้งท้ายไว้ให้หม่อมฉัน นางบอกว่า... ของที่พระองค์ให้ท่านพี่ชิงหลันไปจัดการเมื่อคืนนี้ ไม่ได้มีแค่จดหมายลับ แต่ยังมี 'บางอย่าง' ที่ติดตัวนางมาด้วย" รอยยิ้มบนใบหน้าของกุ้ยเฟยชะงักไปครู่หนึ่ง ก่อนจะแปรเปลี่ยนเป็นหัวเราะเบาๆ "เจ้าเพ้อเจ้ออะไร ข้าไม่เข้าใจ" "ไม่เข้าใจ หรือแสร้งทำเป็นไม่รู้เพคะ?" มู่หลานขยับเข้าไปใกล้ขึ้นอีกก้าว ในมือของนางปรากฏถุงผ้าไหมปักลายดอกโบตั๋นที่คุ้นตา "ถุงเครื่องหอมใบนี้ ชิงหลันกอดไว้แน่นจนกระทั่งสิ้นใจ ในนั้นไม่ได้มีแค่กลิ่นกฤษณา แต่มันมี 'ตราประทับลับ' ของกองกำลังองครักษ์เสื้อแพรที่พระองค์แอบตั้งขึ้นโดยมิได้รับอนุญาตจากฝ่าบาท... พระสนมเพคะ การซ่องสุมกำลังทหารในวังหลัง มีโทษหนักเพียงใด หม่อมฉันไม่จำเป็นต้องทูลเตือนพระองค์หรอกใช่ไหม?" ใบหน้าของหลินซูซีดเผือดลงทันใด ความสง่างามที่เคยมีสั่นคลอน นางสั่งการให้นางกำนัลเข้ามาล้อมจับมู่หลาน แต่ทว่า... ไม่มีใครกล้าขยับ! มู่หลานหยิบจดหมายอีกฉบับออกมาจากอกเสื้อ "พระองค์คิดหรือว่าหม่อมฉันจะมาที่นี่โดยไม่มีหลักฐานชิ้นที่สอง? ข้าได้ส่งคนไปเชิญฝ่าบาทให้เสด็จมาทอดพระเนตรการเปิดโปงในครั้งนี้แล้ว... กลิ่นคาวเลือดที่พระสนมต้องการให้เป็นชื่อของหม่อมฉัน บัดนี้มันกำลังจะกลายเป็นชื่อของพระองค์เอง" ท่ามกลางความโกลาหล เสียงฝีเท้าหนักแน่นของรองเท้าบูทหนังมังกรก็ดังขึ้นที่หน้าประตูตำหนัก จ้าวเหวินหลงก้าวเข้ามาพร้อมกับองครักษ์หลวงนับสิบชีวิต สายตาของเขามองผ่านร่างของหลินซูไปราวกับมองอากาศธาตุ กุ้ยเฟยหลินซูทรุดเข่าลงกับพื้น ความทะเยอทะยานที่นางสร้างมานับสิบปีพังทลายลงเพียงเพราะความประมาทครั้งเดียว แต่นางยังไม่ยอมแพ้ ดวงตาที่อาฆาตพยาบาทจ้องมองไปที่มู่หลานด้วยความเคียดแค้นสุดชีวิต "เจ้าคิดว่าชนะข้าแล้วงั้นรึ? หลินมู่หลาน... เจ้ายังไม่รู้ด้วยซ้ำว่าใครเป็นคนฆ่ามารดาของเจ้าจริงๆ!" คำพูดนั้นหยุดลมหายใจของมู่หลานลงทันที นางตัวแข็งทื่อราวกับถูกสาป ความลับที่นางฝังไว้ในใจมาตลอดหลายปีถูกขุดขึ้นมาในจังหวะที่นางกำลังจะได้รับชัยชนะ มือของมู่หลานสั่นระริกขณะที่หันไปมองจ้าวเหวินหลงที่กำลังก้าวเข้ามาใกล้ สายตาของฮ่องเต้ที่เคยมองนางด้วยความเย็นชา บัดนี้กลับเปลี่ยนไปเป็นแววตาที่เต็มไปด้วยความลึกลับและ... ความลับที่ดำมืดเกินกว่าจะหยั่งถึง "เจ้าบอกว่าใครเป็นคนสั่งตายมารดาของนางนะ กุ้ยเฟย?" จ้าวเหวินหลงเอ่ยด้วยน้ำเสียงเรียบเฉย ทว่ากลับสร้างความตระหนกไปทั่วทั้งห้อง เขาก้มลงมาประคองร่างของมู่หลานที่แทบจะยืนไม่อยู่ แล้วกระซิบเบาๆ ที่ข้างหูให้นางได้ยินเพียงผู้เดียว "มู่หลาน... คนที่สั่งปลิดชีพมารดาเจ้าในวันนั้น ไม่ใช่กุ้ยเฟยหลินซูหรอกนะ แต่เป็นตัวเราเอง... คนที่เจ้าเฝ้าอาศัยไออุ่นเพื่อหวังจะแก้แค้น แท้จริงแล้วคือคนเดียวกันกับที่เจ้าต้องแลกด้วยชีวิตเพื่อเอาคืน" ไป๋เหลียนหวาขอขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางผ่านช่วงเวลาอันแสนบีบคั้นหัวใจนี้ไปกับมู่หลานนะคะ
สารจากนักเขียน (ไป๋เหลียนฮวา)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เล่ห์รักหงส์สังหาร: บัลลังก์เลือดสะเทือนรัก นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%