"ถ้าคุณคิดจะเอาข้ออ้างเรื่องฮวงจุ้ยงี่เง่ามาพังดีไซน์มินิมอลของฉัน ฉันแนะนำให้คุณไปจ้างหมอผีสร้างบ้านแทนที่จะเป็นสถาปนิกค่ะ คุณเฌอริตา"
ปลายนิ้วเรียวสวยที่สวมแหวนเงินเกลี้ยงจรดลงบนขอบโต๊ะทำงานไม้สักทองอย่างแรงจนเกิดเสียงกระทบเบาๆ รินรดาในชุดสูทเข้ารูปสีเทาเข้มสะท้อนภาพลักษณ์ของสถาปนิกสาวผู้ไร้ซึ่งความปรานีต่อความไม่มีระเบียบ เธอยืนค้ำยันร่างระหงเข้าหาหญิงสาวอีกคนที่นั่งไขว่ห้างเอกเขนกอยู่บนโซฟาหนังสีน้ำตาลคาราเมลอย่างสบายอารมณ์
เฌอริตาแค่นหัวเราะในลำคอ ดวงตากลมโตพราวระยับหลังกรอบแว่นทรงวินเทจกวาดมองร่างที่กำลังพยายามรักษามาดนิ่งของสถาปนิกสาวตรงหน้าอย่างนึกสนุก ศิลปินสาวตวัดปลายพู่กันในมือที่เปื้อนสีอะคริลิกสีส้มแคดเมียมเล่นไปมา ก่อนจะเงยหน้าขึ้นสบตาคู่คมที่ฉายแววหงุดหงิดอย่างเห็นได้ชัด
"หมอผีคงออกแบบห้องสตูดิโอให้ผนังกันเสียงสะท้อนเวลาฉันวาดรูปไม่ได้หรอกค่ะคุณริน... อีกอย่าง ฮวงจุ้ยที่ว่านั่น ฉันแค่บอกว่าอยากให้เตียงนอนหันไปทางทิศตะวันออกเพื่อรับพลังงานชีวิต ไม่ได้บอกให้คุณทุบกำแพงบ้านทิ้งสักหน่อย ทำไมต้องทำหน้าเหมือนฉันไปจุดไฟเผาสำนักงานคุณด้วยล่ะคะ"
"เพราะแปลนที่คุณแก้มาล่าสุด มันทำลายโครงสร้างรับน้ำหนักที่ฉันคำนวณไว้สามรอบถ้วนค่ะ!" รินรดาแทบจะกัดฟันกรวด เธอขยับแว่นสายตาด้วยความหงุดหงิดระคนระอา "คุณเป็นศิลปินนะคุณเฌอริตา ไม่ใช่เด็กอนุบาลที่จะมาเอาแต่ใจในรายละเอียดทางวิศวกรรม ถ้าคุณอยากได้ห้องนอนที่รับแสงเช้าจนหัวฟู ก็เชิญไปซื้อบ้านจัดสรรสำเร็จรูปค่ะ ไม่ใช่มาจ้างคนระดับฉันให้ออกแบบบ้านสไตล์ Modern Brutalism ให้เสียเวลา"
บรรยากาศภายในห้องประชุมเล็กของสตูดิโอสถาปัตยกรรมอบอวลไปด้วยประจุไฟฟ้าแห่งความขัดแย้งที่พุ่งสูงปรี๊ด รินรดารู้สึกว่าการรับลูกค้ารายนี้คือความผิดพลาดครั้งใหญ่ที่สุดในรอบปีของการทำงาน แต่ทว่า... ค่าจ้างก้อนโตที่ถูกโอนเข้ามาล่วงหน้าถึงห้าสิบเปอร์เซ็นต์พร้อมข้อแม้ว่า 'ต้องเป็นรินรดาเท่านั้น' กลับเป็นโซ่ตรวนที่ทำให้เธอยังต้องยืนเถียงกับยัยศิลปินจอมเพี้ยนคนนี้อยู่ตรงนี้
เฌอริตาวางพู่กันลงบนโต๊ะ ส่งเสียงจิ๊จ๊ะในลำคอเบาๆ ก่อนจะลุกขึ้นยืนเต็มความสูง เธอไม่ได้ถอยหนีแรงกดดันจากสายตาเย็นชาคู่นั้น กลับก้าวเข้าไปประชิดใกล้ขึ้นอีกนิด จนกลิ่นหอมอ่อนๆ ของดอกลิลลี่ผสมกลิ่นสีน้ำมันลอยมาแตะจมูกของสถาปนิกสาว
"ถ้าฉันยอมรับเงื่อนไขโครงสร้างทางวิศวกรรมสุดเนี๊ยบของคุณ... คุณจะยอมตามใจฉันเรื่องห้องวาดรูปไหมล่ะคะ" เฌอริตาเอียงคอถาม รอยยิ้มเจ้าเลفةปรากฏขึ้นที่มุมปาก "เรามาทำสัญญาประนีประนอมกันดีกว่า คุณรินรดาคนเก่ง คุณคุมเรื่องโครงสร้างและความปลอดภัย... ส่วนฉันคุมเรื่องความสุขและจิตวิญญาณของบ้านหลังนี้ ดีลไหมคะ?"
รินรดากวาดสายตาสำรวจใบหน้าเนียนใสที่อยู่ห่างกันแค่คืบ ดวงตาสีน้ำตาลคู่สวยนั้นเต็มไปด้วยประกายท้าทายที่ชวนให้หัวใจคนมองกระตุกวูบอย่างประหลาด รินรดาพยายามดึงสติตัวเองให้กลับมาสู่โหมดมืออาชีพ เธอถอยหลังไปหนึ่งก้าวเพื่อเว้นระยะห่างที่อันตรายเกินไป
"สถาปัตยกรรมที่ดีไม่ได้มีแค่โครงสร้างกับจิตวิญญาณค่ะ มันต้องมีตรรกะด้วย" รินรดาเชิดหน้าขึ้น ปรับน้ำเสียงให้กลับมาเรียบเฉยดังเดิม "แต่... ถ้าคุณยืนยันว่าจะไม่รื้อแปลนของฉันตามอำเภอใจอีก ฉันอาจจะพิจารณาเรื่องตำแหน่งหน้าต่างห้องวาดรูปให้ใหม่... แค่ 'อาจจะ' นะคะ"
"ใจร้ายจังเลยนะคะ" เฌอริตาหัวเราะเบาๆ ในลำคออย่างไม่ยี่หระกับท่าทีตั้งกำแพงนั้น เธอยื่นมือเรียวที่เปื้อนสีเล็กน้อยออกไปตรงหน้า "ตกลงตามนี้ค่ะคุณสถาปนิกจอมเฮี้ยบ... เอาสัญญามา เซ็นกันให้จบๆ ไปเลยดีกว่า ฉันจะได้รีบกลับไปปั่นงานส่งแกลเลอรีเสียที"
รินรดากลอกตาเล็กน้อยก่อนจะหยิบแฟ้มหนังสีดำที่บรรจุสัญญาว่าจ้างฉบับสมบูรณ์ขึ้นมาเปิดออก เธอยื่นปากกาหมึกซึมด้ามหรูให้พร้อมกับชี้นิ้วไปยังบรรทัดสุดท้ายที่ต้องลงลายมือชื่อ
ดวงตากลมโตของเฌอริตากวาดมองข้อMความในสัญญาผ่านๆ ก่อนจะจรดปลายปากกาลงไปอย่างรวดเร็วโดยไม่ลังเล ลายมือหวัดๆ แต่มีเอกลักษณ์ปรากฏชัดเจนบนกระดาษแผ่นหนา รินรดารับแฟ้มคืนมาตรวจสอบความถูกต้องด้วยความเคยชิน ทว่าในวินาทีที่เธอกำลังจะปิดแฟ้มลงนั้นเอง เสียงเคาะประตูก็กระแทกเข้ามาขัดจังหวะเสียก่อน
"ก๊อกๆ! ขอโทษที่มารบกวนเวลาอันมีค่าครับท่านสถาปนิกคนเก่ง พอดีผมผ่านมาแถวนี้เลยแวะเอาขนมมาฝาก..."
น้ำเสียงทุ้มนุ่มที่คุ้นเคยดังขึ้นพร้อมกับการผลักประตูห้องประชุมเปิดผางเข้ามาโดยไม่รอให้อذنอนุญาต ร่างสูงโปรดของ 'ธันวา' สถาปนิกหนุ่มคู่แข่งคนสำคัญก้าวเข้ามาพร้อมรอยยิ้มพราวเสน่ห์ในมือถือกล่องเบเกอรี่ชื่อดัง ธันวาชะงักไปเล็กน้อยเมื่อเห็นว่าภายในห้องไม่ได้มีแค่รินรดา แต่ยังมีเฌอริตากำลังยืนอยู่ใกล้ชิดกับเธอในระยะประชิด
รินรดาขมวดคิ้วมุ่นทันที ความหงุดหงิดพุ่งพล่านขึ้นมาอีกระลอกเมื่อเห็นหน้าอดีตรุ่นพี่ร่วมคณะที่ชอบทำตัวน่ารำคาญตามรังควานเธอกลางที่ทำงาน
"ที่นี่ไม่ใช่ร้านกาแฟนะคะคุณธันวา และคุณไม่มีสิทธิ์เดินเข้ามาในห้องประชุมส่วนตัวของฉันโดยไม่ได้รับอนุญาต" รินรดาเอ่ยเสียงเย็นเยียบ บรรยากาศรอบตัวลดฮวบลงจนติดลบ
ธันวาหัวเราะในลำคออย่างไม่สะทกสะท้าน สายตาคมกริบกวาดมองทั้งรินรดาและเฌอริตาสลับกันไปมาด้วยแววตาเจ้าเล่ห์ เธอยกยิ้มมุมปากก่อนจะเอ่ยประโยคที่ทำให้รินรดาต้องกำมือแน่น
"อ้าว เฌอริตา? นี่เธอยังมาเสียเวลางมโข่งกับสถาปนิกมือตกยุคคนนี้อยู่อีกเหรอเนี่ย? ฉันเตือนด้วยความหวังดีนะ... แปลนบ้านที่เธอกำลังจะสร้างเนี่ย ถ้าให้ฉันออกแบบให้ รับรองว่าปังกว่าและไม่เชยระเบิดแบบนี้แน่"
เฌอริตาหรี่ตาลงรอยยิ้มขี้เล่นเมื่อครู่มลายหายไปในพริบตา เธอหันไปมองหน้าธันวาด้วยแววตานิ่งสนิท ก่อนจะเหลือบกลับมามองรินรดาที่กำลังขบกรามแน่นด้วยความโกรธ
ทว่า ก่อนที่รินรดาจะได้อ้าปากตอกกลับอดีตรุ่นพี่จอมสาระแนคนนั้น เฌอริตากลับเป็นฝ่ายก้าวเข้าไปคว้าแขนเรียวของสถาปนิกสาวเอาไว้แน่น พร้อมกับเอ่ยประโยคที่ทำให้ทั้งห้องตกอยู่ในความเงียบงัน...
"ขอโทษนะคะคุณธันวา... พอดีฉัน 'เซ็นสัญญา' จ้างคุณรินรดาไปเรียบร้อยแล้วเมื่อกี้ และที่สำคัญ..." เฌอริตาจงใจลากเสียงยาว ขยับเข้าไปกระซิบข้างหูรินรดาเบาๆ แต่จงใจให้ธันวาได้ยินชัดเจน "ฉันชอบงานที่ 'เชย' แต่มีเจ้าของแบบนี้มากกว่างานดาดๆ ของคุณค่ะ เชิญกลับไปได้แล้วนะคะ"
รินรดาสะبัดหน้าขวับไปมองเสี้ยวหน้าด้านข้างของศิลปินสาวหัวรั้น หัวใจที่เคยเต้นเป็นจังหวะปกติกลับกระหน่ำรัวขึ้นมาอย่างไม่ทราบสาเหตุ เมื่อปลายนิ้วอุ่นจัดของเฌอริตาวยไล้อยู่บนหลังมือของเธอผ่านเนื้อผ้าสูทอย่างจงใจหยอกเย้า
ฝากกดเข้าชั้นและหัวใจเป็นกำลังใจให้ "กลิ่นลิลลี่สีขาว" ด้วยนะคะ
แปลนรักร้าย ยัยสถาปนิกป้ายแดง•ตอนที่ 2
แปลนบ้านที่ไร้ข้อสรุป
ผลงานโดย กลิ่นลิลลี่สีขาว
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (กลิ่นลิลลี่สีขาว)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง แปลนรักร้าย ยัยสถาปนิกป้ายแดง นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!
