"ถ้าคุณยังเดินเหยียบแนวท่อประปาที่ฉันเพิ่งมาร์กจุดไว้ด้วยรองเท้าผ้าใบเปื้อนโคลนคู่นั้นอีกครั้งเดียว ฉันจะถือว่าคุณจงใจก่อวินาศกรรมไซต์งานของฉันค่ะ คุณเฌอริตา"
น้ำเสียงของรินรดาไม่ได้ดัง แต่มันคมกริบจนเฉือนบรรยากาศฝุ่นตลบในอาคารพาณิชย์รีโนเวทให้เย็นเยียบลงถนัดตา สถาปนิกสาวเจ้าของโปรเจกต์ยืนกอดอกอยู่บนพื้นคอนกรีตเปลือย แว่นสายตาไร้กรอบสะท้อนแสงไฟนีออนชั่ววูบ ขณะที่ดวงตาสีเข้มจ้องมองผู้บุกรุกอย่างคาดโทษ
เฌอริตาชะงักเท้าที่กำลังจะก้าวข้ามกองอิฐมอญ เธอไม่ได้สะท้านกับรังสีอำมหิตที่อีกฝ่ายแผ่ออกมาเลยแม้แต่น้อย กลับกัน... ศิลปินสาวกลับอมยิ้มบางๆ ที่มุมปาก ดวงตากลมโตเป็นประกายซุกซนเหมือนเด็กที่กำลังสนุกกับการแกล้งคุณครูระเบียบจัด
"โธ่ สถาปนิกขา..." เฌอริตาลากเสียงยาวอย่างจงใจยั่วประสานก้าวเข้ามาใกล้ขึ้นอีกนิด จนรินรดาต้องเผลอกลั้นหายใจโดยอัตโนมัติเมื่อกลิ่นน้ำหอมกลิ่นดอกไม้ป่าเจือจางปะปนกับกลิ่นสีทาบ้าน "ศิลปินเขาก็ต้องใช้มุมมองแบบ 'สัมผัสจริง' สิคะ จะให้ฉันยืนมองแปลนกระดาษแห้งๆ บนโต๊ะทำงานแล้วจินตนาการเอาว่าผนังปูนนี่จะสีสวยแค่ไหน มันไม่ได้อารมณ์หรอกนะ"
"นี่ไม่ใช่พื้นที่แสดงงานศิลปะนะคะ นี่คือไซต์งานก่อสร้างที่มีกฎเหล็กชัดเจน ข้อแรก... ห้ามบุคคลภายนอกเข้าก่อนได้รับอนุญาต ข้อสอง... ห้ามเหยียบย่ำพื้นที่ที่ทำเครื่องหมายไว้ และข้อสาม..." รินรดาก้าวเข้าไปประชิดตัวอีกฝ่ายอย่างเหลืออด เธอสูงกว่าเฌอริตาอยู่เล็กน้อย ทำให้ต้องก้มลงมองสบตาตรงๆ "ห้ามเถียงฉันค่ะ"
"อุ๊ย มีข้อสามด้วยเหรอคะเนี่ย ทำไมฉันไม่เห็นเจอในเอกสารสัญญาเลยล่ะ หรือว่าคุณเพิ่งร่างขึ้นมาสดๆ ร้อนๆ ตอนเห็นหน้าฉันคะเนี่ย หืม?"
เฌอริตาเอียงคอถาม รอยยิ้มเจ้าเล่ห์ปรากฏบนเรียวปากอิ่ม เธอยื่นหน้าเข้าไปใกล้จนปลายจมูกแทบจะชนกับกรอบแว่นของรินรดา ความใกล้ชิดกะทันหันทำให้รินรดารู้สึกเหมือนถูกกระแสไฟฟ้าอ่อนๆ แล่นพล่านผ่านผิวหนัง สถาปนิกสาวรีบถอยหลังไปหนึ่งก้าวเพื่อรักษาพื้นที่ส่วนตัว แต่ทว่า... ส้นรองเท้าของเธอarดันไปสะดุดเข้ากับม้วนแปลนพิมพ์เขียวที่วางอยู่บนพื้น
"ระวังค่ะ!"
เฌอริตาไว, มือเรียวคว้าหมับเข้าที่เอวบางของรินรดาตามสัญชาตญาณ แรงดึงทำให้ร่างทั้งสองร่างเซถลาล้มลงไปบนโซฟาเก่าคลุมพลาสติกที่กองอยู่มุมห้อง รินรดารู้สึกว่าโลกทั้งใบหมุนเคว้ง ก่อนที่แผ่นหลังจะสัมผัสกับความนุ่มของเบาะโซฟา โดยมีร่างอุ่นของศิลปินสาวทาบทับอยู่ด้านบน
ความเงียบเข้าปกคลุมชั่วขณะ ได้ยินเพียงเสียงลมหายใจที่กระชั้นชิดของคนทั้งคู่ รินรดานิ่งค้างไป ดวงตาเบิกกว้างเมื่อตระหนักว่าตอนนี้ใบหน้าของเฌอริตาอยู่ห่างจากเธอแค่คืบเดียว กลิ่นกายหอมหวานเฉพาะตัวลอยวนอยู่ปลายจมูกจนสติที่เคยควบคุมไว้อย่างดีเริ่มกระเจิง
"อืม... เพิ่งรู้ว่าโซฟาตัวนี้ นุ่มกว่าที่คิดนะคะเนี่ย" เฌอริตา กระซิบเสียงพร่า แววตาพราวระยับเต็มไปด้วยความสนุกสนานที่ได้แกล้งคนตัวแข็งทื่อ
รินรดาเม้มริมฝีปากแน่น หัวใจเต้นรำด้วยจังหวะที่ผิดปกติจนน่าหงุดหงิด เธอพยายามรวบรวมความเยือกเย็นทั้งหมดที่มีแล้วเอ่ยเสียงลอดไรฟัน "ลุก... ออกไปจากตัวฉันเดี๋ยวนี้เลยนะคะ เฌอริตา"
"ไม่เอาค่ะ จนกว่าคุณจะยอมยกเลิก 'กฎเหล็ก' ข้อสามของคุณ" เฌอริตาต่อรอง ดวงตากลมโตหรี่ลงมองริมฝีปากที่เม้มเข้าหากันอย่างถือดี "ฉันจะวาดภาพฝาผนังตามจินตนาการของฉัน และคุณ... ห้ามเข้ามาวุ่นวาย ตกลงไหมคะ?"
"คุณมัน..." รินรดากัดฟันกรอด มือเรียวที่วางอยู่บนอกเสื้ออีกฝ่ายกำแน่นด้วยความหมั่นไส้ ทว่าก่อนที่เธอจะทันได้พ่นคำพูดเชือดเฉือนใส่หน้าคนฉวยโอกาส เสียงฝีเท้าหนักๆ พร้อมกับเสียงทุ้มอันคุ้นเคยก็ดังแทรกขึ้นตรงทางเข้าโซนห้องโถง
"อ้าว ริน... ผมโทรหาคุณตั้งนานทำไมไม่รับสาย"
ธันวา สถาปนิกหนุ่มคู่แข่งทางธุรกิจ ก้าวเข้ามาหยุดยืนอยู่ตรงหน้าห้องโถงพอดี ดวงตาคมกริบกวาดมองภาพตรงหน้า—รินรดานอนอยู่ใต้ร่างของเฌอริตาบนกองโซฟาเก่าในท่าทางที่ชวนเข้าใจผิดอย่างถึงที่สุด
รินรดารemปะทะกับสายตาตกใจปนแปลกใจของธันวา สมองของเธอขาวโพลนในเสี้ยววินาทีนั้น
ฝากกดเข้าชั้นและหัวใจเป็นกำลังใจให้ "กลิ่นลิลลี่สีขาว" ด้วยนะคะ
แปลนรักร้าย ยัยสถาปนิกป้ายแดง•ตอนที่ 3
กฎเหล็กของสถาปนิก
ผลงานโดย กลิ่นลิลลี่สีขาว
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (กลิ่นลิลลี่สีขาว)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง แปลนรักร้าย ยัยสถาปนิกป้ายแดง นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!
