กลิ่นอายสีน้ำมันราคาแพงผสมผสานกับความเงียบงันอันน่าอึดอัดของแกลเลอรีใจกลางกรุง คือสิ่งเดียวที่รินรดาปรารถนาในยามที่เธอกำลังตรวจเช็คความเรียบร้อยของโครงสร้างพื้นที่จัดแสดงงานศิลปะชิ้นใหม่ สถาปนิกสาวในชุดสูทเข้ารูปสีเทาเข้ม เนี๊ยบกริบทุกกระเบียดนิ้วตั้งแต่ปลายผมจรดรองเท้าส้นสูง กำลังใช้สายตาคมกริบราวกับเลเซอร์กวาดมองไปทั่วผนังปูนเปลือย
"เส้นสายของผนังส่วนนี้เอียงไปสามมิลลิเมตรค่ะคุณธันวา" รินรดาเอ่ยขึ้นโดยไม่แม้แต่จะหันไปมองชายหนุ่มร่างสูงที่ยืนกอดอกอยู่ข้างๆ
ธันวา หัวหน้าทีมวิศวกรผู้คุมงานและคู่แข่งคนสำคัญในโปรเจกต์รีโนเวตหอศิลป์แห่งนี้ หัวเราะในลำคอด้วยความระอา "คุณรินรดานี่ตาเพชรหรือหุ่นยนต์กันแน่นะ งานละเอียดขนาดนี้ ใครจะไปทำได้เป๊ะทุกกระเบียดนิ้วเหมือนไม้บรรทัดเดินได้อย่างคุณล่ะ"
"ถ้างานสถาปัตยกรรมไร้ซึ่งความแม่นยำ มันก็เป็นแค่เศษปูนที่รอวันถล่มค่ะ" รินรดาตอบกลับด้วยน้ำเสียงเรียบเฉย ทว่าเฉียบคมจนธันวาทำได้เพียงยักไหล่แล้วขอตัวเดินเลี่ยงไปทางอื่น
รินรดาถอนหายใจเบาๆ ปลายนิ้วเรียวภายใต้ถุงมือหนังสีดำยกขึ้นดันแว่นตากระจกใสกรอบบาง ก่อนจะก้าวเท้าเข้าไปยืนจ้องมองภาพวาดขนาดมหึมาที่แขวนโดดเด่นอยู่กลางห้องโถง มันคือภาพผลงานศิลปะแนว Abstract ที่เต็มไปด้วยรอยปาดของสีแดงฉานตัดกับสีดำทมิฬอย่างไร้ระเบียบ เธอยืนกอดอก ขมวดคิ้วมุ่นด้วยความขัดใจ
สำหรับสถาปนิกที่ทุกอย่างต้องอยู่ในบล็อกและคำนวณด้วยฟิสิกส์ ภาพนี้ช่างดูรกหูรกตาและไร้ซึ่งเหตุผลสิ้นดี
"มองแบบนั้น ระวังภาพจะทะลุออกมาตบหน้าคุณนะคะ สถาปนิกคนเก่ง"
เสียงหวานใสแต่เจือความกวนประสาทดังขึ้นจากด้านหลัง รินรดาชะงักเล็กน้อยก่อนจะหันขวับไปมอง เจ้าของเสียงเป็นหญิงสาวร่างโปร่งในชุดเอี๊ยมยีนเซอร์ๆ เลอะคราบสีน้ำมันที่บริเวณกระเป๋าหน้า เส้นผมสีน้ำตาลอ่อนถูกรวบส่งๆ ไว้ลวกๆ ด้วยดินสอไม้ ดวงตากลมโตคู่นั้นพราวระยับด้วยความขบขัน ขณะที่ริมฝีปากอิ่มระบายยิ้มกวนๆ ชวนให้รู้สึกหมั่นไส้เสียเหลือเกิน
รินรดากวาดสายตามองสำรวจผู้หญิงแปลกหน้าตั้งแต่หัวจรดเท้าด้วยแว่นตาที่ฉายความเย็นชา "คุณเป็นใคร และมีสิทธิ์อะไรมาวิจารณ์มุมมองของฉัน"
"ฉันก็แค่... คนที่สร้าง 'ความรก' ที่คุณกำลังยืนจ้องด้วยสายตารังเกียจเมื่อครู่นี้ไงคะ" เธอยักคิ้ว ก้าวเท้าเข้ามาใกล้รินรดาอย่างถือวิสาสะจนกลิ่นหอมอ่อนๆ ของดอกไม้ป่าลอยมาแตะจมูก สวนทางกับมาดเนี๊ยบๆ ของสถาปนิกสาวโดยสิ้นเชิง "เฌอริตาค่ะ ศิลปินผู้สร้างสรรค์ผลงานชิ้นที่คุณกำลังคิดในใจว่า 'มันคือขยะเปียกปูนชัดๆ' อยู่ตอนนี้"
รินรดาเผลอถอยหลังไปครึ่งก้าวเมื่อระยะห่างระหว่างเธอกับศิลปินสาวลดลงจนน่าใจหาย ความมั่นใจและท่าทีเย่อหยิ่งของเฌอริตาทำเอาสถาปนิกสาวถึงกับมุมปากกระตุก
"ถ้าคุณรู้ตัวว่าผลงานมันดูเหมือนขยะเปียกปูน อย่างน้อยก็มีความตระหนักรู้ที่ดีนะคะ" รินรดาเชิดหน้าขึ้นเล็กน้อย ดวงตาสีเข้มจ้องลึกเข้าไปในดวงตากลมโตคู่นั้น "ในฐานะสถาปนิกที่ต้องรับผิดชอบพื้นที่ตรงนี้ ฉันบอกได้เลยว่างานศิลปะที่ไร้ทิศทางและระเบียบแบบแผน มันทำลายสมดุลของสถาปัตยกรรมรอบข้างหมด"
เฌอริตาหัวอกเบาๆ เสียงหัวเราะสดใสแต่กวนประสาทดังขึ้นท่ามกลางความเงียบ เธอเอียงคอมองรินรดาด้วยแว่นสายตาที่ห้อยอยู่ตรงปลายจมูก "สมดุลเหรอคะ? ชีวิตคนเรามันไม่ได้มีแค่เส้นตรงกับมุมฉากหรอกนะคะคุณสถาปนิก บางครั้งความงามมันก็ซ่อนอยู่ความยุ่งเหยิงที่ไม่มีสูตรคำนวณนี่แหละ"
"ความยุ่งเหยิงไม่มีวันสร้างความงามที่ยั่งยืนหรอกค่ะ มันสร้างได้แค่ความวุ่นวาย" รินรดายืนกรานเสียงแข็ง พลางจ้องมองรอยเปื้อนสีเขียวที่แก้มเนียนใสของคนตรงหน้าอย่างขัดหูขัดตา "และก่อนที่คุณจะมาสอนฉันเรื่องศิลปะ ช่วยเช็ดสีที่แก้มของคุณให้เรียบร้อยก่อนเถอะค่ะ มันดูไม่เป็นมืออาชีพเอาเสียเลย"
เฌอริตาชะงักไปนิดเมื่อถูกโจมตีด้วยประโยคนี้ แทนที่จะโกรธ เธอกลับยกมือขึ้นป้ายแก้มลวกๆ แล้วยิ้มกว้างจนตาหยี "อ้าวเหรอคะ นึกว่ามันคือเสน่ห์ปลายจวัก... เอ๊ย เสน่ห์ปลายพู่กันเสียอีก งั้นขอบคุณที่เตือนนะคะคุณ..." เธอยื่นหน้าเข้ามาใกล้รินรดาอีกนิดโดยไม่ทันตั้งตัว จนลมหายใจอุ่นๆ รดรินอยู่ใกล้แก้ม "คุณสถาปนิกชื่ออะไรนะคะ? เราจะได้คุยกันอีกยาว เพราะดูท่า... พื้นที่ของคุณกับงานศิลปะของฉันคงต้องตีกันไปอีกนาน"
รินรดาหัวใจกระตุกวูบอย่างไม่ทราบสาเหตุ เธอนิ่งงันไปชั่วขณะเมื่อสบเข้ากับดวงตาที่เต็มไปด้วยประกายความท้าทายนั้น ความใกล้ชิดกะทันหันทำให้กลิ่นหอมเฉพาะตัวของอีกฝ่ายแทบจะแทรกซึมเข้ามาในโสตประสาท เธอกัดริมฝีปากแน่น ตั้งใจจะเอ่ยปากไล่ให้คนตรงหน้าถอยออกไปให้พ้นรัศมีสายตา
ทว่าก่อนที่ริมฝีปากบางเฉียบจะได้เอื้อsเอ่นถ้อยคำเชือดเฉือนใดๆ ออกมา เสียงฝีเท้าหนักๆ พร้อมกับเสียงทุ้มต่ำของธันวาก็แทรกดังขึ้นจากด้านหลังซะก่อน
"อ้าว ริน... อยู่นี่เอง ผู้อำนวยการแกลเลอรีอยากพบคุณเรื่องแปลนโครงสร้างด่วนเลย... เอ๊ะ นี่คุณเฌอริตา ศิลปินหลักของเรานี่เอง รู้จักกันแล้วเหรอครับ?"
ธันวาเดินเข้ามาแทรกกลางระหว่างพวกเธอทั้งสองคน รินรดารีบผละตัวถอยหลังออกมาทันที จัดเสื้อสูทให้เข้ารูปเพื่อเรียกความเยือกเย็นกลับคืนมา ใบหน้าสวยเฉียบเชิดขึ้นเล็กน้อยเพื่อปกปิดความปั่นป่วนแปลกประหลาดที่เพิ่งเกิดขึ้นในอกเมื่อครู่
"ยังไม่ทันได้ทำความรู้จักกันอย่างเป็นทางการหรอกค่ะคุณธันวา แค่... กำลังปรับทัศนคติกันนิดหน่อย" เฌอริตาตอบพลางส่งยิ้มหวานหยดย้อยให้ธันวา แต่สายตากลับเหลือบมองรินรดาที่ยืนตีหน้านิ่งเป็นหินทื่ออยู่ข้างๆ พร้อมกับขยิบตาให้ทีหนึ่งอย่างซุกซน
รินรดาสูดลมหายใจเข้าลึกๆ เพื่อระงับความรู้สึกแปลกประหลาดที่กำลังตีรวนในใจ เธอปรายตามองเฌอริตาเป็นครั้งสุดท้ายก่อนจะหมุนตัวเตรียมเดินหนี
"ถ้าคุยกันเรื่องทัศนคติ ฉันเกรงว่าเราคงไม่มีวันจูนกันติดหรอกค่ะคุณเฌอริตา เพราะเส้นตรงกับเฉดสีสะเปะสะปะ... ไม่มีวันขนานกันได้"
รินรดากล่าวทิ้งท้ายด้วยน้ำเสียงราบเรียบแต่เฉียบขาด ก่อนจะก้าวเท้าฉับๆ เดินเลี่ยงออกไปโดยไม่หันกลับมามองอีกเลย โดยไม่รู้เลยว่า... แววตาของศิลปินสาวที่มองตามแผ่นหลังบางนั้นไม่ได้มีความโกรธเคืองแม้แต่น้อย กลับเต็มไปด้วยประกายความสนุกสนานและความท้าทายที่ถูกจุดขึ้นอย่างเงียบๆ
และในวินาทีที่รินรดาผลักประตูกระจกเพื่อเดินเข้าสู่โซนสำนักงานด้านใน เสียงฝีเท้าฝั่งตรงข้ามทางเดินก็หยุดกะทันหัน พร้อมกับร่างสูงสมส่วนของใครบางคนที่ก้าวสวนเข้ามาในห้องโถงจัดแสดงด้วยสีหน้าเคร่งเครียด
รินรดานิ่งงันไปทันทีเมื่อเงยหน้าขึ้นสบตากับบุคคลที่ไม่คาดฝันที่สุดในเวลานี้—
"คุณพ่อ...!"
ฝากกดเข้าชั้นและหัวใจเป็นกำลังใจให้ "กลิ่นลิลลี่สีขาว" ด้วยนะคะ
แปลนรักร้าย ยัยสถาปนิกป้ายแดง•ตอนที่ 1
เส้นตรงกับเฉดสี
ผลงานโดย กลิ่นลิลลี่สีขาว
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (กลิ่นลิลลี่สีขาว)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง แปลนรักร้าย ยัยสถาปนิกป้ายแดง นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!
