“องค์ชายทรงเข้าใจผิดคิดว่าห้องทำงานส่วนตัวของหม่อมฉันเป็นสนามเด็กเล่นในวังหลวงหรือเพคะ ถึงได้ไร้มารยาทเคาะประตูด้วยปลายดาบเช่นนี้?”
เสียงหวานใสที่เจือไปด้วยความเย้ยหยันดังขึ้นท่ามกลางความเงียบงัน เซเลสเทียไม่ได้ถอยหลังหนีแม้แต่ก้าวเดียว ร่างระหงในชุดกระโปรงยาวสีดำสนิทปักดิ้นเงินก้าวเท้าเข้ามาประจันหน้ากับผู้มาเยือน ดวงตาสีไพลินเข้มกวาดมองคมดาบที่สั่นระริกในมือขององครักษ์ด้วยความรู้สึกราวกับกำลังมองเศษขยะข้างทาง
องค์ชายลูคัสกัดฟันกรอด ใบหน้าหล่อเหลาบิดเบี้ยวด้วยความโกรธเกรี้ยว เขากวาดสายตามองไปรอบห้องที่เต็มไปด้วยกองเอกสารบัญชีและแผนที่สัมปทานเหมืองแร่อันรกร้าง ก่อนจะแค่นเสียงหัวเราะออกมาในลำคอ
“เซเลสเทีย! เธอเล่นตลกอะไรอยู่? ได้ข่าวว่าเธอเอาเงินก้อนสุดท้ายไปซื้อ ‘ซากหิน’ ที่หุบเขาอัสดงครามงั้นรึ? หุบเขาที่แม้แต่คนงานเหมืองยังส่ายหน้าหนีเพราะไม่มีแร่มีค่าเหลืออยู่เลยสักนิด เธอคงสติฟั่นเฟือนไปแล้วเพราะโดนปลดจากตำแหน่งราชินีสินะ ถึงได้เอาเงินไปละลายเล่นแบบคนโง่เขลา!”
ลูคัสก้าวเข้าไปใกล้ หวังจะใช้ความสูงข่มขู่หญิงสาวตรงหน้า ทว่าเขากลับต้องชะงัก เมื่อเงาร่างสูงโปรสง่างามของบุรุษผู้หนึ่งก้าวออกมาจากมุมมืดของห้อง
ดยุคคาร์เดียน... มหาเศรษฐีผู้กุมเส้นเลือดใหญ่แห่งการเงินของจักรวรรดิ รอยยิ้มเย็นชาปรากฏขึ้นที่มุมปากของเขา ดวงตาสีอำพันคู่นั้นราวกับสัตว์นักล่าที่กำลังจ้องมองเหยื่อที่เดินเข้ามาในกรงด้วยความสมัครใจ
“ระวังคำพูดด้วย องค์ชายลูคัส...” คาร์เดียนกล่าวด้วยน้ำเสียงทุ้มต่ำแต่น่าเกรงขาม “สถานที่แห่งนี้เป็นทรัพย์สินส่วนตัวของคู่หมั้นข้า หากท่านยังไม่รู้จักวิธีเคารพเจ้าของบ้าน เกรงว่ากองทัพการเงินของตระกูลคาร์เดียนคงต้องทบทวนสัญญากู้ยืมเงินของราชสำนักในสัปดาห์นี้เสียใหม่แล้วกระมัง”
คำขู่ที่เรียบง่ายแต่ทรงพลังทำเอาสีหน้าขององค์ชายลูคัสซีดเผือดลงทันที หนี้สินก้อนโตที่ราชสำนักติดค้างอยู่คือจุดอ่อนที่ทำให้เขาต้องหุบปากฉับ ลูคัสกลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบาก เขาปรายตามองเซเลสเทียด้วยความแค้นเคืองก่อนจะสะบัดหน้าหนี
“ฝากไว้ก่อนเถอะ! ข้าอยากจะรอดูนักเช่นกัน ว่าเธอจะเอาเศษหินโสโครกพวกนั้นไปทำกำไรได้อย่างไรในเมื่ออีกสามวัน สัมปทานนั้นจะถูกยึดคืนเพราะจ่ายภาษีไม่ไหว!”
สิ้นเสียง ร่างขององค์ชายรัชทายาทและองครักษ์ก็ถอยร่นออกไปจากห้องอย่างไม่สบอารมณ์ ประตูไม้โอ๊กถูกกระแทกปิดลงเสียงดังสนั่นสะท้อนก้องไปทั่วโถงทางเดิน
เซเลสเทียถอนหายใจเบาๆ เธอทิ้งตัวลงนั่งบนเก้าอี้พนักสูงอย่างสง่างาม นิ้วเรียวยาวหมุนพัดลูกไม้ในมือเล่นช้าๆ โดยไม่มีทีท่าหวาดกลัวต่อคำขู่เมื่อครู่แม้แต่น้อย
“พวกเขาคิดว่าตัวเองฉลาดเสียเต็มประดา ที่จริงแล้วพวกเขาก็แค่ฝูงกบในกะลาที่มองไม่เห็นมหาสมุทรอันกว้างใหญ่” เซเลสเทียเอ่ยขึ้น รอยยิ้มเจ้าเล่ห์ปรากฏบนริมฝีปากอิ่ม “คาร์เดียน... แผนการขั้นแรกของเราพร้อมแล้วใช่ไหมคะ?”
คาร์เดียนเดินเข้ามาใกล้ เขาวางมือลงบนพนักเก้าอี้ด้านหลังที่เธอนั่งโน้มตัวลงกระซิบข้างใบหู น้ำเสียงของเขานุ่มนวลต่างจากเมื่อครู่ลิบลับ “ทุกอย่างเตรียมพร้อมตามบัญชีดำที่คุณต้องการแล้วเซเลสเทีย หุบเขาอัสดงครามไม่ได้มีแค่หินไร้ค่าอย่างที่พวกมันโง่เขลาเข้าใจ แต่ใต้ชั้นหินปะการังโบราณนั่น... คือแหล่งแร่ ‘มานาไทต์สีครามบริสุทธิ์’ ที่ใช้ขับเคลื่อนเครื่องจักรกลเวทมนตร์รุ่นใหม่ซึ่งกำลังจะเป็นที่ต้องการที่สุดในตลาดอีกสามเดือนข้างหน้า”
ดวงตาสีไพลินของเซเลสเทียทอประกายวาววับด้วยความสะใจ เธอย้อนเวลากลับมาพร้อมกับความทรงจำและระบบบัญชีดำที่บันทึกความลับของทุกตระกูลขุนนางไว้หมดสิ้น ในชาติที่แล้ว ขุนนางชั่วกลุ่มหนึ่งร่วมมือกันฮุบเหมืองนี้ไปหลังจากเธอล่มสลาย และใช้มันกอบโกยความมั่งคั่งจนน่า(เกลียด) แต่ในชาตินี้... เกมเปลี่ยนไปแล้วค่ะ
“พวกมันคิดว่ากำลังหัวเราะเยาะคนโง่ที่ซื้อซยะห์หินไร้ค่า แต่ความจริงแล้ว... พวกมันต่างหากที่กำลังขุดหลุมฝังศพทางการเงินให้กับตัวเอง” เซเลสเทียหยิบปากกาขนนกขึ้นมาจรดลงบนกระดาษสัญญา “ส่งจดหมายเชิญไปยังสมาคมพ่อค้าอิสระ และประกาศกว้านซื้อหุ้นเหมืองรอบข้างทั้งหมดในนามของบริษัทเราทันทีค่ะ”
“รับทราบตามบัญชาครับ องค์ราชินีของผม” คาร์เดียนโน้มตัวลงจุมพิตที่หลังมือของเธออย่างแผ่วเบา เป็นสัมผัสที่เต็มไปด้วยความภักดีและเสน่หาอันลึกซึ้ง
เวลาผ่านไปอย่างรวดเร็วราวกับติดปีก เพียงแค่ข้ามคืน ข่าวลือเรื่องที่เลดี้เซเลสเทียเอาเงินก้อนโตไปละลายซื้อเหมืองร้างก็แพร่สะพัดไปทั่วราชสำนัก เหล่าขุนนางต่างพากันหัวเราะเยาะในความไร้เดียงสาและความสิ้นเนื้อประดาตัวของอดีตราชินี พวกเขารอคอยวันที่เหมืองนั้นจะถูกยึดเพื่อที่ตนจะได้เข้าไปฉวยผลประโยชน์ต่อในราคาถูก
ทว่า... ในเช้าวันที่สาม ณ ท้องพระโรงอันโอ่อ่า เสียงฝีเท้าเร่งรีบของมหาดเล็กคนสนิทขององค์จักรพรรดิก็ดังขึ้นทำลายบรรยากาศอันเงียบสงบ
“ฝ่าบาท! เกิดเรื่องใหญ่แล้วพ่ะย่ะค่ะ!” มหาดเล็กวิ่งหน้าตาตื่นเข้ามาคุกเข่าต่อหน้าบัลลังก์ “ราคาหุ้นของบริษัทค้าแร่เวทมนตร์ในตลาดกลางพุ่งสูงขึ้นแบบก้าวกระโดดถึงสามร้อยเปอร์เซ็นต์ในชั่วข้ามคืน เนื่องจากมีการค้นพบแหล่งแร่มานาไทต์บริสุทธิ์ปริมาณมหาศาลที่... ที่...”
“ที่ไหน!” จักรพรรดิผู้ทรงประทับอยู่บนบัลลังก์ผุดลุกขึ้นด้วยความตกใจ
“ที่... หุบเขาอัสดงครามพ่ะย่ะค่ะ!”
สิ้นคำพูดนั้น ท้องพระโรงทั้งห้องก็ตกอยู่ในความเงียบงันราวกับป่าช้า ใบหน้าขององค์ชายลูคัสที่ยืนอยู่แถวหน้าเผือดซีดลงจนไร้สีเลือด เขารู้สึกเหมือนมีค้อนเหล็กอันมหึมาทุบลงกลางศีรษะอย่างแรง เมื่อตระหนักได้ทันทีว่า... หุบเขาไร้ค่าที่เขาหัวเราะเยาะเมื่อสามวันก่อน บัดนี้ได้กลายเป็นขุมทรัพย์ที่มั่งคั่งที่สุดในจักรวรรดิไปเสียแล้ว!
และเจ้าของกรรมสิทธิ์ทั้งหมด... หาใช่ใครอื่นไม่ นอกเหนือจากสตรีผู้ที่เขากเพิ่งจะไปดูถูกเหยียดหยามถึงถิ่น
ในขณะเดียวกัน ที่คฤหาสน์ส่วนตัวอันหรูหรา เซเลสเทียกำลังจิบชาอุ่นๆ อย่างสบายใจบนโซฟาผ้ากำมะหยี่สีแดงเพลิง เสียงแจ้งเตือนจากระบบบัญชีดำในหัวดังขึ้นอย่างต่อเนื่อง พร้อมกับตัวเลขกำไรสุทธิที่พุ่งทะยานจนทะดุเพดาน
เธอยกยิ้มมุมปากอย่างงดงาม ดวงตาสีไพลินมองลอดหน้าต่างออกไปยังท้องฟ้ากว้างด้วยความรู้สึกพึงพอใจขั้นสุด
ก้าวแรกของการเอาคืนช่างหอมหวานเสียจริงค่ะ... และเกมนี้ ก็เพิ่งจะเริ่มต้นขึ้นเท่านั้น
ปัง!
เสียงประตูห้องรับแขกถูกถีบเปิดออกอีกครั้งอย่างแรง พร้อมกับการปรากฏตัวของร่างอันสั่นเทาขององค์ชายลูคัสที่บุกเข้ามาด้วยสภาพเนื้อตัวมอมแมมและดวงตาแดงก่ำด้วยความคลุ้มคลั่ง เขาพุ่งตรงเข้ามาหาเซเลสเทียพร้อมกับกริชในมือที่เงื้อขึ้นสูงด้วยความขาดสติ!
“เซเลสเทีย! นังปีศาจ! แกหลอกฉัน!”
(โปรดติดตามตอนต่อไปนะคะ)
ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกคนที่ร่วมเดินทางแก้แค้นและสะใจไปด้วยกันนะคะ! — เอวาลินน์ปลายพู่กัน
จักรพรรดินีผู้ล่มสลายขอกู้คืนราชบัลลังก์ด้วยบัญชีดำ•ตอนที่ 5
ก้าวแรกของนักลงทุน
ผลงานโดย เอวาลินน์ปลายพู่กัน
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (เอวาลินน์ปลายพู่กัน)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง จักรพรรดินีผู้ล่มสลายขอกู้คืนราชบัลลังก์ด้วยบัญชีดำ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!