“เซเลสเทีย! นังปีศาจ! แกหลอกฉัน!”
เสียงกรีดแหลมสูงของเลดี้มาร์กาเร็ตดังสะท้อนก้องไปทั่วห้องโถงจัดเลี้ยงอันโอ่อ่าของคฤหาสน์ดยุคแวนสไตน์ แสงไฟจากโคมระย้าคริสตัลนับร้อยดวงสาดส่องลงมาสะท้อนกับชุดราตรีผ้าไหมปักดิ้นทองที่ยับยู่ยี่จากการทรุดตัวลงนั่งกองกับพื้น เนื้อตัวของมาร์กาเร็ตสั่นเทาด้วยความโกรธเกรี้ยวและหวาดกลัว ใบหน้าที่เคยแต่งแต้มอย่างประณีตบิดเบี้ยวจนเสียโฉม ดวงตาเบิกโพลงจ้องมองร่างเพรียวระหงในชุดราตรีสีน้ำเงินเข้มราวกับเห็นอสูรกายจากขุมนรก
เซเลสเทียยกแก้วไวน์คริสตัลขึ้นจิบอย่างช้าๆ รอยยิ้มบางเบาที่มุมปากไม่ได้ไปถึงดวงตาคู่คมกริบที่ราวกับมองทะลุปรโปร่งไปถึงวิญญาณของอีกฝ่าย บรรยากาศรอบตัวเธอนิ่งสงบและทรงอำนาจอย่างประหลาด ตัดกับความวุ่นวายโกลาหลของเหล่าขุนนางชั้นสูงที่ต่างพากันถอยร่นออกไปเป็นวงกว้าง ราวกับกลัวว่าไฟบรรลัยกัลป์ที่กำลังแผดเผามาร์กาเร็ตจะกระเด็นมาโดนตัวพวกเขาเอง
“หลอกหรือคะ? มาร์กาเร็ต… ดิฉันเพียงแต่นำความจริงที่ท่านพยายามซ่อนไว้ใต้พรมมาเปิดเผยให้ฝ่าบาทและแขกผู้มีเกียรติในงานนี้ได้ยลโฉมต่างหาก”
น้ำเสียงนุ่มนวลแต่บาดลึกถึงขั้วหัวใจเอ่ยขึ้นอย่างใจเย็น เซเลสเทียกวาดสายตามองเอกสารปึกหนาในมือของเจ้ากรมพิธีการที่กำลังหน้าซีดเผือกด้วยความตกใจ ข้อมูลบัญชีลับที่ถูกซุกซ่อนไว้อย่างแนบเนียนถูกตีแผ่ออกมากลางงานเต้นรำประจำปี ซึ่งเป็นงานที่รวมตัวบุคคลผู้มีอิทธิพลสูงสุดในจักรวรรดิเอาไว้ทั้งหมด
“เจ้า… เจ้าไม่มีสิทธิ์! เอกสารพวกนั้นมัน… มันเป็นเรื่องโกหก!” เคานต์อาร์มันด์ บิดาของมาร์กาเร็ต พยายามก้าวออกมาข้างหน้า ใบหน้าอ้วนท้วมอาบด้วยเหงื่อกาฬ แม้จะพยายามรักษาฟอร์มของขุนนางผู้สูงศักดิ์ แต่เสียงที่สั่นเครือก็ทรยศความกลัวที่เกาะกินหัวใจ
“โกหกงั้นหรือคะ เคานต์อาร์มันด์?”
เสียงทุ้มต่ำแต่ทรงพลังดังแทรกขึ้นจากความเงียบ บุรุษผู้ยืนเคียงข้างเซเลสเทียก้าวออกมาครึ่งก้าว Dux Cardeian (ดยุคคาร์เดียน) มหาเศรษฐีผู้กุมเส้นเลือดใหญ่ทางเศรษฐกิจของจักรวรรดิ ปรากฏกายในชุดสูทตัดเย็บประณีตสีดำสนิท ดวงตาคมปลาบดูลึกล้ำและเย็นชาดั่งน้ำแข็งขั้วโลก รังสีออำนาจกดดันแผ่ซ่านจนแขกเหรื่อหลายคนถึงกับหายใจไม่ออก
คาร์เดียนยกมือขึ้นส่งสัญญาณเบาๆ ลูกน้องในชุดสูทสีเข้มสองคนก็ก้าวเข้าไป
พร้อมกับโยนหีบเหล็กขนาดกลางลงกับพื้นเสียงดังสนั่น ฝาหีบที่เปิดออกเผยให้เห็นตราประทับทองคำแท้และสมุดบัญชีเล่มจริงที่ระบุตัวเลขการหลบเลี่ยงภาษีมูลค่ามหาศาลตลอดสามปีที่ผ่านมา
“นี่คือบัญชีรายรับ-รายจ่ายที่แท้จริงของเขตปกครองทางเหนือ ที่พวกท่านใช้เลี่ยงการส่งส่วยเข้าท้องคลังหลวงเป็นมูลค่ากว่าสามล้านเหรียญทองคำ” คาร์เดียนกล่าวด้วยน้ำเสียงเรียบเฉย แต่ทว่าเฉียบคมราวกับใบมีดโกน “และเส้นทางการเงินเหล่านี้… ถูกโอนเข้าบัญชีส่วนตัวของตระกูลอาร์มันด์ผ่านธนาคารกลางที่ข้าเป็นผู้ดูแลอยู่”
ความเงียบงันเข้าปกคลุมห้องโถงชั่วขณะ ก่อนที่เสียงซุบซิบนินทาจะดังระเบิดขึ้นราวกับผึ้งแตกรัง ขุนนางหลายคนที่เคยสนิทสนมกับตระกูลอาร์มันด์ต่างพากันก้าวถอยหลังเพื่อตัดความสัมพันธ์ทันที การหลบเลี่ยงภาษีในปริมาณมหาศาลขนาดนี้ไม่ใช่แค่เรื่องผิดกฎหมายธรรมดา แต่ความผิดฐานกบฏต่อราชบัลลังก์ชัดๆ!
มาร์กาเร็ตกรีดร้องออกมาอย่างสติหลุด เธอพยายามจะพุ่งเข้ามาทำร้ายเซเลสเทีย แต่ทว่าบอดี้การ์ดร่างยักษ์ของคาร์เดียนได้เข้ามาขวางเอาไว้ได้อย่างทันท่วงที แรงผลักเพียงนิดเดียวทำให้คุณหญิงผู้สูงศักดิ์ล้มลงไปกองกับพื้นอีกครั้งอย่างไร้ศักดิ์ศรี เครื่องเพชรราคาแพงที่ประดับอยู่บนเรือนร่างร่วงหล่นกระจายเกลื่อนพื้น
“ปล่อยฉันนะ! นังเซเลสเทีย แกมันก็แค่นางผู้หญิงตกอับที่สามีทิ้ง! แกไม่มีสิทธิ์มาทำกับฉันแบบนี้!” มาร์กาเร็ตแผדเสียงกรีดร้องด้วยความคับแค้นใจ ดวงตาแดงก่ำเต็มไปด้วยความเคียดแค้น
เซเลสเทียก้าวเข้าไปช้าๆ ปลายรองเท้าส้นสูงเหยียบลงบนชายกระโปรงผ้าไหมของมาร์กาเร็ตเบาๆ แต่ทว่ามั่นคง เธอโน้มตัวลงเล็กน้อย ใบหน้าประดับด้วยรอยยิ้มที่งดงามแต่กลับเย็นยะเยือกจนน่ากลัว
“สามีทิ้งงั้นหรือคะ? หรือควรพูดว่า… ดิฉันเป็นคนเขี่ยขยะชิ้นนั้นทิ้งเองต่างหากล่ะคะ มาร์กาเร็ต” เซเลสเทียกระซิบด้วยน้ำเสียงแผ่วเบา มีเพียงคนทั้งสองที่ได้ยิน “จำเอาไว้… คนที่เคยอยู่เบื้องต่ำอย่างดิฉัน วันนี้คือผู้กำหนดชะตากรรมของพวกคุณ ความสนุกเพิ่งจะเริ่มต้นขึ้นเท่านั้นค่ะ”
ในวินาทีนั้นเอง เสียงปรบมือช้าๆ และทรงพลังก็ดังขึ้นจากระเบียงชั้นสองของห้องโถง ร่างสูงสง่าในฉลองพระองค์ขององค์รัชทายาทก้าวออกมาจากเงานั้น พระเนตรคมกริบทอดมองลงมายังเหตุการณ์เบื้องล่างด้วยความสนใจระคนความเย็นชา
“ทำได้ดีมาก เลดี้เซเลสเทีย” พระองค์ตรัสขึ้นด้วยพระสุสานกังวานที่สะกดทุกสายตาให้หันไปมอง “หลักฐานแน่นหนาไร้ที่ติ… ทหาร! จับกุมตัวเคานต์อาร์มันด์และบุตรสาว ข้อหาทุจริตและยักยอกทรัพย์แผ่นดิน!”
เสียงโห่ร้องและคำสั่งของทหารหลวงดังระงับ เคานต์อาร์มันด์ทรุดฮวบลงกับพื้น ร้องคร่ำครวญขอความเมตตาในขณะที่ถูกลากตัวออกไปอย่างไร้ความปรานี ส่วนมาร์กาเร็ตกรีดร้องสติแตกจนต้องถูกเจ้าหน้าที่ใช้ผ้าปิดปากและหามออกไปจากงาน
เซเลสเทียยืนมองภาพความล่มสลายของศัตรูด้วยแววตาสงบนิ่ง เธอยกแก้วไวน์ขึ้นดื่มจนหมดแก้ว ก่อนจะหันไปสบตากับคาร์เดียนที่ยืนอยู่ข้างกาย บุรุษผู้มอบทั้งความรักและอำนาจทั้งหมดให้เธออย่างไร้เงื่อนไข รอยยิ้มจริงใจปรากฏขึ้นบนใบหน้าของหญิงสาวเป็นครั้งแรกในค่ำคืนนี้
ทว่า ในขณะที่บรรยากาศกำลังผ่อนคลายลง เสียงแจ้งเตือนจากหน้าต่างระบบการเงินดิจิทัลส่วนตัวของเซเลสเทียก็ดังขึ้นในห้วงความคิด ตัวเลขยอดเงินในบัญชีลับพุ่งทะยานสูงขึ้นอีกสิบล้านเหรียญทองจากการยึดทรัพย์ฉุกเฉินของตระกูลอาร์มันด์ที่โอนเข้าสู่ระบบของเธอโดยอัตโนมัติ
และทันใดนั้นเอง… หน้าจอโฮโลแกรมสีดำสนิทที่ปรากฏขึ้นเฉพาะเธอ ก็สว่างวาบพร้อมกับข้อความเตือนภัยสีแดงฉานจากบุคคลที่ไม่คาดคิดที่สุด:
*[แจ้งเตือนฉุกเฉิน: บัญชีดำลำดับที่ 0 (เป้าหมายสูงสุดที่คุณตามหามาตลอดสามชาติ) เพิ่งทำการเคลื่อนไหวทางการเงินในเขตเมืองหลวง… และยอดเงินในบัญชีของคุณกำลังถูกแฮกจากบุคคลปริศนา!]*
เซเลสเทียชะงักกึก รอยยิ้มบนใบหน้าแข็งค้างในเสี้ยววินาที เมื่อเธอเงยหน้าขึ้นมองออกไปนอกหน้าต่างกระจกบานใหญ่ เฮลิคอปเตอร์ส่วนตัวสีดำสนิทไร้ร้ายสัญลักษณ์ใดๆ กำลังบินลดระดับลงจอดอย่างอารักขาบนลานจอดเฮลิคอปเตอร์ของคฤหาสน์ โดยมีร่างสูงโปรดของใครบางคนก้าวลงมาพร้อมกับรอยยิ้มเยาะที่ส่งตรงมาถึงเธอผ่านกระจกใส
ขอบคุณที่ร่วมเดินทางแก้แค้นและสะใจไปกับเอวาลินน์ปลายพู่กันนะคะ!
จักรพรรดินีผู้ล่มสลายขอกู้คืนราชบัลลังก์ด้วยบัญชีดำ•ตอนที่ 6
ตบหน้าศัตรูด้วยตัวเลข
ผลงานโดย เอวาลินน์ปลายพู่กัน
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (เอวาลินน์ปลายพู่กัน)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง จักรพรรดินีผู้ล่มสลายขอกู้คืนราชบัลลังก์ด้วยบัญชีดำ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!