เสียงกระแทกของถ้วยชาพอร์ซเลนราคาแพงลงบนโต๊ะไม้โอ๊กสีเข้มดังสนั่น ท่ามกลางความเงียบงันที่กดดันจนแทบหายใจไม่ออกในห้องรับรองส่วนตัวของธนาคารหลวง
"เลดี้เซเลสเทีย... คุณกำลังเสียสติไปแล้วหรือคะ?"
น้ำเสียงเยียบเย็นดุจน้ำแข็งขั้วโลกของดยุคคาร์เดียนดังขึ้น เขาคือมหาเศรษฐีผู้กุมเส้นเลือดใหญ่ทางเศรษฐกิจครึ่งค่อนจักรวรรดิ ดวงตาคมกริบสีเทาเข้มคู่นั้นจ้องมองหญิงสาวตรงหน้าด้วยความรู้สึกที่ผสมผสานระหว่างความฉุนเฉียวและความระแวงสงสัย บุรุษผู้ไม่เคยยอมก้มหัวให้ใครผู้นี้ กลับต้องมานั่งขมวดคิ้วมุ่นให้กับข้อเสนอที่ฟังดูราวกับเรื่องเพ้อฝันของเด็กอมมือ
เซเลสเทียไม่ได้สะดุ้งสะเทือน เธอเพียงแต่ยกมุมปากขึ้นเป็นรอยยิ้มบางเบา ราวกับนางพญาผู้ถือไพ่เหนือกว่าในทุกมือ ดวงตาคู่สวยพินิจพิจารณาชายหนุ่มผู้ยืนเคียงข้างเธอมาตั้งแต่ในวันที่เธอตกต่ำที่สุด—มือหนาที่กำหมัดแน่นบนตักนั้นสั่นเทาเล็กน้อย ไม่ใช่ด้วยความกลัว แต่เป็นเพราะความโกรธที่เธอกล้าเอาอนาคตของตัวเองมาเดิมพันกับความเสี่ยงอันบ้าคลั่งนี้
"ดิฉันมีสติตียิ่งกว่าใครค่ะ, ท่านคาร์เดียน" เซเลสเทียเอ่ยด้วยน้ำเสียงนุ่มนวล ทว่าหนักแน่นกังวานทุกพยางค์ เธอโน้มตัวไปข้างหน้าเล็กน้อย กลิ่นหอมจางๆ ของดอกกุหลาบป่าลอยวนเวียนอยู่ในอากาศ "สิ่งที่คุณเห็นว่าเป็น 'ความบ้าคลั่ง' แท้จริงแล้วคือช่องว่างมูลค่ามหาศาลที่ตระกูลขุนนางเก่าแก่กำลังมองข้าม และดิฉัน... จะเป็นคนกวาดผลกำไรทั้งหมดนั้นเข้ากระเป๋าของเราเอง"
คาร์เดียนแค่นหัวเราะในลำคอ เสียงนั้นเย็นเยียบจนบาดลึกถึงขั้วหัวใจ "คุณเอาความมั่นใจมาจากไหน? บัญชีดำของสภาขุนนางที่คุณถืออยู่ในมือตอนนี้ เป็นแค่เศษกระดาษไร้ค่าที่รอวันถูกเผาทำลาย พวกมันมีแต่หนี้สินท่วมหัวและอำนาจที่กำลังเสื่อมถอย ไม่มีธนาคารไหนในทวีปนี้กล้าปล่อยกู้ให้คุณหรอกค่ะ เลดี้เซเลสเทีย"
"ถ้าเช่นนั้น... ทำไมท่านถึงยังนั่งฟังดิฉันอยู่จนถึงตอนนี้ล่ะคะ?"
เซเลสเทียสวนกลับทันควัน นัยน์ตาคู่คมกริบสะท้อนภาพใบหน้าหล่อเหลาที่เต็มไปด้วยความดื้อรั้นของบุรุษตรงหน้า เธอรู้ดีว่าจุดอ่อนของดยุคคาร์เดียนไม่ใช่เงินทอง อำนาจ หรือชื่อเสียง แต่เป็นความภักดีอันมืดบอดที่เขามีต่อเธอ—ความภักดีที่เคยผลักดันให้เขาต้องยอมสูญเสียทุกอย่างในชาติภพก่อน
หญิงสาวหยิบเอกสารแผ่นหนึ่งออกจากแฟ้มหนังสีดำสนิท เลื่อนมันไปบนโต๊ะกระจกเงาด้วยปลายนิ้วเรียวงามที่สวมแหวนมรกตเม็ดโต เอกสารแผ่นนั้นไม่มีตราประทับของขุนนางใดๆ แต่มันคือ "แผนผังโครงสร้างการถือหุ้นลับ" ของกลุ่มการค้าที่ใหญ่ที่สุดในจักรวรรดิ ซึ่งคาร์เดียนเองใช้เวลาตามล่ามานานแรมปีแต่ยังไม่เคยเข้าถึง
ดวงตาคมกริบของมหาเศรษฐีหนุ่มกวาดตามองตัวเลขบนกระดาษแผ่นนั้นเพียงปราดเดียว ลมหายใจของเขาก็สะดุดกึก ร่างสูงใหญ่ที่เคยเอนพิงพนักเก้าอี้อย่างผ่อนคลายกลับยืดตัวตรงขึ้นทันที ความตื่นตระหนกฉายชัดผ่านแววตาคู่คมที่ปกติมักจะไร้ระลอกคลื่น
"นี่มัน..." คาร์เดียนพึมพำเสียงแผ่วเบา ดวงตาเบิกกว้างขึ้นเล็กน้อยอย่างไม่อยากจะเชื่อสายตา "คุณไปได้ข้อมูลนี้มาจากไหน? โครงข่ายนี้ถูกซ่อนไว้ภายใต้ชื่อตัวแทนอำพรางไม่ต่ำกว่าสชั้น!"
"ความลับของพวกปลิงดูดเลือดในราชสำนัก ก็เปรียบเสมือนกระจกเงาที่มีรอยร้าวค่ะ ยิ่งพวกมันพยายามปกปิดมากเท่าไหร่ รอยแตกก็ยิ่งเด่นชัดมากขึ้นเท่านั้น" เซเลสเทียกล่าวด้วยรอยยิ้มเย้ยหยัน เธอประสานมือไว้บนตักอย่างสง่างาม "ดิฉันไม่ได้มาขอร้องให้ท่านช่วยลงทุนแบบคนไร้ทางสู้... แต่ดิฉันกำลังยื่น 'โอกาสทอง' ที่จะผูกขาดเศรษฐกิจของจักรวรรดิทั้งจักรวรรดิไว้ในกำมือของเราสองคนต่างหากล่ะคะ"
ความเงียบงันเข้าปกคลุมห้องรับรองอีกครั้ง แต่ครั้งนี้บรรยากาศกลับเต็มไปด้วยกระแสไฟฟ้าแห่งความตึงเครียดที่พร้อมจะระเบิดได้ทุกเมื่อ คาร์เดียนจ้องมองหญิงสาวตรงหน้า ราวกับเพิ่งตระหนักได้ว่าผู้หญิงที่เคยร้องไห้ซบไหล่เขาในห้องใต้ดินอันมืดมิดเมื่อหลายปีก่อน ได้หายสาบสูญไปอย่างไร้ร่องรอย หลงเหลือไว้เพียงแต่นางพญาผู้เย่อหยิ่งและเฉียบขาดคนนี้... คนที่เขายอมมอบทั้งวิญญาณให้อย่างเต็มใจ
มือหนาเอื้อมไปหยิบปากกาหมึกซึมด้ามหรูบนโต๊ะ นิ้วเรียวยาวของเขาสั่นน้อยๆ ยามเมื่อจรดปลายปากกาลงบนสัญญาฉบับนั้น ทว่าก่อนที่หมึกหยดแรกจะแตะลงบนกระดาษ เสียงเคาะประตูดังขึ้นสามครั้งอย่างเร่งรีบ ตามด้วยร่างของพ่อบ้านประจำตระกูลคาร์เดียนที่พรวดพราดเข้ามาด้วยใบซีดเผือก
"นายท่านขอรับ! แย่แล้วครับ... ทางสำนักพระราชวังส่งราชองครักษ์มาอายัดบัญชีทั้งหมดของเลดี้เซเลสเทียแล้ว! พวกเขากำลังบุกเข้ามาที่นี่!"
คาร์เดียนชะงักกึก ดวงตาสีเทาเข้มตวัดกลับมามองเซเลสเทียทันทีด้วยแววตาที่เต็มไปด้วยคำถามและความห่วงใยระคนกัน ทว่าหญิงสาวกลับไม่มีทีท่าตกใจแม้แต่น้อย เธอยังคงจิบคั้นชาอย่างใจเย็น ราวกับเสียงประกาศศึกเมื่อครู่เป็นเพียงเสียงเพลงบรรเลงประกอบมื้อบ่าย
เซเลสเทียค่อยๆ วางถ้วยชาลงอย่างนุ่มนวล เธอเงยหน้าขึ้นสบตาคาร์เดียน รอยยิ้มพราวระยับปรากฏขึ้นที่มุมปากอย่างท้าทาย
"ปล่อยให้พวกมันเข้ามาเถอะค่ะ..." เธอกระซิบเสียงแผ่วเบาแต่ก้องกังวานในความเงียบ "เพราะบัญชีดำที่ดิฉันถืออยู่... กำลังรอเวลาเช็คบิลพวกมันพอดีเลยล่ะค่ะ"
ประตูดันไม้โอ๊กบานใหญ่ถูกกระชากเปิดออกอย่างไร้ความเกรงใจ ร่างขององค์ชายรัชทายาทผู้เย่อหยิ่งก้าวเข้ามาพร้อมกับทหารองครักษ์นับสิบชีวิตที่ชักดาบออกAเปล่งประกายวาววับในความมืด แต่ก่อนที่องค์ชายจะได้เอ่ยปากกล่าวหาใดๆ เซเลสเทียก็ลุกขึ้นยืนเต็มความสูง เธอสะบัดพัดลูกไม้ในมือเบาๆ ส่งยิ้มหวานหยาดเยิ้มแต่เย็นเยียบจนคนมองต้องเสียวสันหลังวาบให้กับผู้มาเยือนใหม่—ผู้ที่กำลังจะเดินเข้ามาสู่หลุมพรางมรณะที่เธอขุดรอไว้ด้วยมือของตนเอง
ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกคนที่ร่วมเดินทางและสนับสนุนกันมาโดยตลอดนะคะ แล้วพบกันใหม่ในตอนหน้าค่ะ! — เอวาลินน์ปลายพู่กัน
จักรพรรดินีผู้ล่มสลายขอกู้คืนราชบัลลังก์ด้วยบัญชีดำ•ตอนที่ 4
พบกับผู้กุมชะตาการเงิน
ผลงานโดย เอวาลินน์ปลายพู่กัน
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (เอวาลินน์ปลายพู่กัน)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง จักรพรรดินีผู้ล่มสลายขอกู้คืนราชบัลลังก์ด้วยบัญชีดำ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!