คราบน้ำตานั้นดูน่าสงสารจนหัวใจคนมองแทบสลาย—หากแต่ไม่ใช่สำหรับเลดี้เซเลสเทีย ผู้ซึ่งมองทะลุปรุโปร่งถึงรอยยิ้มบิดเบี้ยวภายใต้หน้ากาก ‘นางเอกผู้แสนดี’ ของเลดี้ไอรีน
“ดิฉันไม่คิดเลยนะคะ... ว่าพี่เซเลสเทียจะโกรธแค้นดิฉันถึงเพียงนี้” เสียงสะอื้นฮักของไอรีนดังขึ้นท่ามกลางห้องโถงจัดเลี้ยงอันหรูหราของงานราตรีสโมสรชั้นสูง สายตานับร้อยคู่พากันเหลียวมองมายังจุดเกิดเหตุ รัศมีแห่งความน่าเวทนาถูกขับเน้นให้เด่นชัดด้วยชุดกระโปรงยาวสีขาวบริสุทธิ์ที่จงใจตัดเย็บให้ดูราวกับลูกแกะผู้ไร้เดียงสา
เซเลสเทียปรายตามองหญิงสาวที่กำลังคุกเข่าอยู่เบื้องหน้า ริมฝีปากอิ่มเคลือบลิปสติกสีแดงกุหลาบยกยิ้มขึ้นเล็กน้อย รอยยิ้มนั้นไม่ได้มีความโกรธเกรี้ยวเจืออยู่เลยแม้แต่น้อย มีเพียงความขบขันเย้ยหยันราวกับกำลังมองดูตัวตลกพยายามแสดงละครสัตว์บนเวทีที่ผุพัง
“น้ำตาวิเศษจริงๆ ค่ะ เลดี้ไอรีน” เซเลสเทียเอ่ยด้วยน้ำเสียงราบเรียบ ทว่าก้องกังวานไปทั่วความเงียบสงบที่ถูกสร้างขึ้นโดยความตกใจของแขกเหรื่อ “หยดลงมาถูกจังหวะเวลาเสียจนดิฉันนึกว่าเธอผ่านการซ้อมหน้ากระจกมาไม่ต่ำกว่าสามรอบก่อนเข้างาน”
“พี่คะ! ทำไมท่านถึงพูดจาใจร้ายเช่นนี้ล่ะคะ?” ไอรีนสะดุ้งเฮือก เงยหน้าขึ้นสบตาพร้อมดวงตากลมโตที่เอ่อคลอด้วยหยาดน้ำตา ใบหน้ารูปไข่นั้นซีดเซียวลงอย่างน่าทะนุถนอม “เรื่องสร้อยข้อมือเพชรโบราณประจำตระกูล... ดิฉันแค่บอกว่ามันหายไปจากห้องแต่งตัว และมีคนเห็นว่าพี่... เอ่อ... เดินออกจากบริเวณนั้นเป็นคนสุดท้าย ดิฉันไม่ได้ตั้งใจจะกล่าวหาพี่เลยนะคะ!”
สิ้นคำพูดนั้น เสียงซุบซิบนินทาก็เริ่มดังระงับไปทั่วห้องโถง บรรดาขุนนางและเลดี้ผู้สูงศักดิ์ต่างเริ่มใช้สายตาวิพากษ์วิจารณ์มองมาที่เซเลสเทีย ทว่าเจ้าตัวกลับยืนกอดอกอย่างสง่างาม ไหล่ตั้งตรงดั่งหงส์ผู้สูงศักดิ์โดยไม่มีทีท่าหวาดหวั่นแม้แต่น้อย
เซเลสเทียขยับตัวก้าวเข้าไปหาช้าๆ ส้นรองเท้าคริสตัลกระทบพื้นหินอ่อนเกิดเสียงก้องกังวานเป็นจังหวะ ราวกับเสียงนาฬิกาแห่งความตายที่กำลังนับถอยหลังให้ผู้ที่กำลังโกหก
“กล่าวหาว่าดิฉันขโมยงั้นหรือคะ?” เซเลสเทียทวนคำ นัยน์ตาสีไพลินเข้มข้นขึ้นวับวามด้วยประกายอันตราย เธอย่อตัวลงเล็กน้อยเพื่อให้ใบหน้าอยู่ในระดับเดียวกับไอรีนที่ยังคงคุกเข่าอยู่ “น่าเสียดายจริ๊ง... ที่คนฉลาดอย่างเธอ มักจะลืมเช็กให้ดีเสียก่อนว่า ‘เหยื่อ’ ที่เธอกำลังจะขย้ำ เขามีอำนาจซื้อตึกทั้งหลังนี้ได้ด้วยปลายนิ้วเดียวหรือเปล่า”
ไอรีนชะงักกึก ความหวาดกลัวสายหนึ่งวาบผ่านดวงตาคู่นั้นอย่างรวดเร็วก่อนจะถูกกลบเกลื่อนด้วยความน่าสงสารตามเดิม “พี่หมายความว่าอย่างไรคะ... ดิฉันไม่เข้าใจ”
“ไม่ต้องเข้าใจหรอค่ะ แค่ ‘ดู’ ก็พอ”
เซเลสเทียสะบัดมือเบาๆ ทันใดนั้น ประตูบานคู่มหาสะพานของห้องโถงก็ถูกผลักเปิดออกด้วยแรงมหาศาล ร่างสูงสง่าในชุดสูทสั่งตัดเข้ารูปสีดำสนิทของ ‘ดยุคคาร์เดียน’ ก้าวเข้ามาพร้อมกับความกดดันอันหนักอึ้งที่แผ่ซ่านไปทั่วบรรยากาศ แววตาคมกริบราวนกอินทรีย์กวาดมองผู้คนในงานก่อนจะหยุดอยู่ที่ร่างของภรรยาสุดที่รัก พร้อมกับรอยยิ้มมุมปากที่มอบให้เธอเพียงผู้เดียว
คาร์เดียนไม่ได้เดินมามือเปล่า ด้านหลังของเขาคือหัวหน้าพ่อบ้านประจำตระกูลดยุคผู้ถือแท็บเล็ตหน้าจอเรืองแสงล้ำสมัย ซึ่งเชื่อมต่อกับระบบฐานข้อมูลการเงินและการรักษาความปลอดภัยทั้งหมดของเมืองหลวง
“ตรวจสอบเสร็จเรียบร้อยแล้วครับท่านดัชเชส” เสียงทุ้มต่ำทรงอำนาจของคาร์เดียนเอ่ยขึ้นท่ามกลางความเงียบงัด เขาเดินมาหยุดยืนเคียงข้างเซเลสเทีย พร้อมกับยื่นมือหนาออกมาโอบเอวคอดกิ่วของเธอไว้ด้วยความแสดงความเป็นเจ้าของอย่างเปิดเผย “กล้องวงจรปิดมุมอับของห้องแต่งตัวเมื่อช่วงเย็น บันทึกภาพขณะที่ ‘เลดี้ไอรีน’ เป็นคนหยิบสร้อยข้อมือเส้นนั้นใส่ลงไปในกระเป๋าถือของเธอเองด้วยความสมัครใจ... และถ้ายังไม่สะใจพอ...”
คาร์เดียนส่งสัญญาณมือให้พ่อบ้านก้าวออกไปข้างหน้า
“ทางเรายังตรวจสอบพบเส้นทางการเงินที่น่าสนใจมากๆ อีกด้วยนะคะ” เซเลสเทียต่อบทสนทนาด้วยน้ำเสียงหวานหยาดเยิ้มแต่เย็นเยียบถึงกระดูก “บัญชีลับที่โอนเงินสดจำนวนมหาศาลจาก ‘ตระกูลเคานต์ผู้ยากจน’ ของเธอ เข้าไปสมทบทุนซื้อหุ้นของบริษัทจัดหาข่าวลือ... เพื่อจ้างคนมาปล่อยข่าวทำลายชื่อเสียงของดิฉันโดยเฉพาะ”
เพล้ง!
ราวกับมีค้อนยักษ์ฟาดลงกลางใจของไอรีน ใบหน้าที่เคยงดงามและเปื้อนคราบน้ำตา บัดนี้ถอดสีจนขาวซีดเผือดริมฝีปากสั่นระริกจนพูดไม่ออก เธอล้มพับลงไปกองกับพื้นอย่างไร้ซึ่งสง่าราศี ความจริงที่ถูกเปิดเผยอย่างรวดเร็วและไร้ความปรานี ทำให้แผนการทั้งหมดที่เธอวางแผนมานานแรมเดือนพังทลายลงในพริบตา
“เป็นไปไม่ได้... เป็นไปไม่ได้เด็ดขาด! พวกคุณโกหก!” ไอรีนกรีดร้องออกมาด้วยความสติแตก ภาพลักษณ์นางเอกผู้แสนดีหลุดลุ่ยจนไม่เหลือชิ้นดี เธอพยายามคลานเข้าไปหาแขกผู้ใหญ่คนหนึ่งเพื่อขอความช่วยเหลือ แต่กลับไม่มีใครกล้าแม้แต่จะชายตามอง เนื่องจากทุกคนต่างรู้ดีว่าการเป็นศัตรูทางการเงินกับดยุคคาร์เดียนนั้นหมายถึงการถูกเนรเทศออกจากสังคมชั้นสูงไปตลอดกาล
เซเลสเทียมองดูภาพความพินาศตรงหน้าด้วยแววตาเรียเฉย ความสะใจลอยวนอยู่ในอกแต่เธอก็เลือกที่จะเก็บมันไว้ใต้ใบหน้าที่นิ่งสงบ
“ความจริงก็คือความจริงค่ะ เลดี้ไอรีน” เซเลสเทียเอ่ยกระซิบด้วยน้ำเสียงแผ่วเบาที่ได้ยินกันเพียงสองคน “ในนิยายเดิมเธออาจจะเป็นนางเอกที่โชคเข้าข้าง... แต่ในโลกที่มี ‘เงินตราและอำนาจ’ เป็นผู้กำหนดกฎเกณฑ์อย่างแท้จริง... เธอก็เป็นได้แค่ตัวประกอบที่รอวันถูกเขี่ยทิ้งเท่านั้นแหละค่ะ”
ก่อนที่ไอรีนจะได้อ้าปากแก้ตัว เสียงแจ้งเตือนจากโทรศัพท์มือถือราคาแพงของแขกในงานนับร้อยเครื่องก็ดังขึ้นพร้อมกันอย่างพร้อมเพรียง ข้อความและหลักฐานภาพเคลื่อนไหวจากระบบของตระกูลดยุคถูกส่งตรงไปยังสมาร์ตโฟนของทุกคนในรัศมีหนึ่งกิโลเมตรเรียบร้อยแล้ว
คาร์เดียนก้มลงกระซิบข้างใบหูของเซเลสเทียด้วยน้ำเสียงนุ่มนวล “จัดการจบเท่านี้ดีไหมครับที่รัก... หรือจะให้ผมสั่งอายัดทรัพย์สินทั้งหมดของตระกูลเธอในวินาทีนี้เลยดี?”
เซเลสเทียอมยิ้มบางๆ เธอเงยหน้าขึ้นมองสามีผู้กุมอำนาจการเงินครึ่งหนึ่งของจักรวรรดิ ก่อนจะกดหน้าจอสมาร์ตโฟนของตนเองเพื่อยืนยันคำสั่งสุดท้าย
[ระบบยืนยันการทำธุรกรรม: อนุมัติการซื้อกิจการและถอนใบอนุญาตการค้าของตระกูลเคานต์คู่กรณีเรียบร้อยแล้ว วงเงินที่ใช้: 50,000,000 เหรียญทอง]
ขอบคุณที่ติดตามอ่านและร่วมเดินทางไปกับเลดี้เซเลสเทียนะคะ แล้วพบกันใหม่ในตอนหน้าค่ะ!
จักรพรรดินีผู้ล่มสลายขอกู้คืนราชบัลลังก์ด้วยบัญชีดำ•ตอนที่ 8
คำลวงของนางเอกผู้แสนดี
ผลงานโดย เอวาลินน์ปลายพู่กัน
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (เอวาลินน์ปลายพู่กัน)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง จักรพรรดินีผู้ล่มสลายขอกู้คืนราชบัลลังก์ด้วยบัญชีดำ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!