สถาปัตย์ตัวร้ายกับยัยโยธาปากแจ๋ว•ตอนที่ 9

ความลับใต้รอยยิ้ม

ผลงานโดย เกียร์เปื้อนกาวใจ
"อุ๊ย... ดูท่าทางจะสวีทกันเกินหน้าที่เพื่อนร่วมงานไปหน่อยไหมคะคุณธาม? แล้วแบบนี้... แฟนตัวจริงของนาย เขาจะว่ายังไงล่ะเนี่ย?" ประโยคคาดคั้นแกมประชดประชันนั้นหลุดออกจากริมฝีปากของพรีมทันทีที่เธอผละตัวออกจากอ้อมแขนกึ่งบังคับของเขา ปลายนิ้วเรียวรีบยกขึ้นเสยผมปรกหน้าเพื่อซ่อนร่องรอยความร้อนผ่าวที่แล่นริ้วขึ้นมาถึงใบหู สาบานได้เลยว่าเธอไม่ได้ตั้งใจจะใจเต้นแรงกับสัมผัสใกล้ชิดเมื่อครู่ แต่วินาทีที่ปลายนิ้วอุ่นจัดของพ่อหนุ่มสถาปัตย์ตัวร้ายแตะลงบนแก้มเพื่อปัดเศษผงปูนออกให้นั้น มันมีกระแสไฟฟ้าบางอย่างแล่นพล่านจนสมองสั่งการให้ถอยหนีแทบไม่ทัน ธามไทชะงักไปนิด ดวงตาคมกริบภายใต้กรอบแว่นสายตาไหววับชั่วพริบตาก่อนจะแปรเปลี่ยนเป็นรอยยิ้มมุมปากที่กวนประสาทตามสไตล์ประจำตัว ร่างสูงโปรดในชุดช็อปสีดำเปื้อนฝุ่นก้าวเข้ามาประชิดอีกนิดจนพรีมต้องก้าวถอยหลังไปชนกับโต๊ะดราฟต์งาน "หึงเหรอคะคุณโยธา?" เสียงทุ้มต่ำเอ่ยเย้าแหบพร่า จงใจโน้มใบหน้าลงมาใกล้จนได้กลิ่นน้ำหอมผสมกลิ่นไม้จันทน์หอมจางๆ ลอยแตะจมูก "พูดซะยาวเหยียด... สรุปคือกลัวฉันปันใจให้คนอื่น หรือกลัวว่าจะไม่มีใครมาช่วยแก้แบบโครงสร้างให้เธอกันแน่" "เพ้อเจ้อใหญ่แล้วคุณธาม!" พรีมสวนกลับทันควัน ดวงตากลมโตตวัดมองค้อนวงใหญ่เพื่อกลบเกลื่อนความพิรุธในใจ มือเรียวผลักอกแกร่งให้ออกห่างอย่างไม่เกรงกลัว "แฟนคุณสวยระดับดาวคณะขนาดนั้น ใครจะกล้าไปเทียบ ลุยงานหน้างานเหนื่อยจะตาย ช่างปูนช่างเหล็กแถวนี้ยังน่ามองกว่าสถาปนิกปากเสียอย่างคุณซะอีกค่ะ!" ปากก็พูดจาเชือดเฉือนไม่ยอมแพ้ แต่ลึกๆ ในอกด้านซ้ายกลับเต้นผิดจังหวะจนน่าหงุดหงิด คำว่า 'แฟนตัวจริง' ที่เธอเพิ่งหลุดปากถามออกไปเมื่อครู่ มันตอกย้ำความจริงที่ว่า... พรีมกำลังสนใจเรื่องส่วนตัวของเขามากเกินไป มากเกินกว่าฐานะเพื่อนร่วมโปรเจกต์ตึกคณะวิศวะฯ ที่ต้องมา collaborate กับคณะสถาปัตย์ฯ แห่งนี้ ธามไทหรี่ตามองคนปากแข็งที่ยืนกอดอกเชิดหน้าชูตาใส่เขา แววตากวนๆ เมื่อครู่ฉายประกายบางอย่างที่ลึกล้ำขึ้น ชั่วขณะหนึ่ง... มันมีความอ่อนโยนและร่องรอยความเหนื่อยล้าที่ถูกซ่อนไว้ใต้รอยยิ้มเย้าแหย่ แต่มันก็รวดเร็วเสียจนพรีมคิดว่าเธออาจจะตาฝาดไปเอง "ถ้าพูดถึงแฟนตัวจริง... เธอก็ควรห่วงตัวเองก่อนดีกว่าไหมพรีม" ธามเปลี่ยนน้ำเสียงเป็นจริงจังขึ้นโดยไม่ทันตั้งตัว นิ้วเรียวยาวหยิบม้วนกระดาษแปลนงานขึ้นมาเคาะเบาๆ บนโต๊ะ "โปรเจกต์ตึกนี้ไม่ใช่แค่ส่งอาจารย์แล้วจบ แต่โครงสร้างโซนปีกตะวันตกที่เธอดึงดันจะใช้คานเหล็กรับน้ำหนักพิเศษนั่น... ถ้าคำนวณพลาดนิดเดียว คนที่จะซวยไม่ใช่ฉัน แต่คือทีมวิศวกรของเธอเอง... และที่สำคัญที่สุด คือตัวเธอที่ต้องลงไปคุมหน้างานจริง" บรรยากาศในห้องสตูดิโอเงียบลงไปถนัดตา แสงไฟนีออนสีขาวสาดส่องลงบนโต๊ะทำงานที่เต็มไปด้วยโมเดลกระดาษและเศษดินสอ พรีมเม้มริมฝีปากเข้าหากันเล็กน้อย ความดื้อรั้นในแววตาอ่อนลงเมื่อได้ยินน้ำเสียงที่เต็มไปด้วยความห่วงใยเจือความดุของเขา แม้จะห่อหุ้มด้วยวาจาขวานผ่าซาก แต่มันปฏิเสธไม่ได้เลยว่า... ธามไม่เคยละเลยรายละเอียดความปลอดภัยของเธอเลยสักครั้ง "ฉันคำนวณมาสามรอบแล้วน่า... ไม่พลาดหรอกค่ะ" พรีมพึมพำเสียงเบาลงโดยไม่รู้ตัว ดวงตาคู่สวยช้อนขึ้นมองหน้าคนตัวสูงที่ยืนนิ่ง "แล้ว... ที่นายคอยตามจู้จี้เรื่องแบบโครงสร้างเนี่ย เพราะกลัวงานพัง หรือกลัวฉันเดือดร้อนกันแน่ล่ะคะ คุณสถาปนิก" คำถามท้าทายนั้นทำให้ธามชะงักไปจริง2 เขานิ่งเงียบไปอึดใจใหญ่ ดวงตาคมกริบจ้องลึกเข้าไปในดวงตาของเธอนิ่งนาน ราวกับกำลังชั่งน้ำหนักบางอย่างในใจ ก่อนที่มุมปากหยักจะยกยิ้มขึ้นบางๆ เป็นรอยยิ้มที่ไม่มีความกวนประสาทเจือปนอยู่เลย... เป็นรอยยิ้มที่ดูจริงใจและอบอุ่นจนพรีมต้องเป็นฝ่ายหลบสายตาเสียเอง "ถ้าบอกว่ากลัวเธอเจ็บตัว... เธอกจะเลิกดื้อแล้วเชื่อฟังฉันบ้างไหมล่ะ" น้ำเสียงทุ้มต่ำที่เอמהออกมาอย่างไร้การปรุงแต่งนั้นทำเอาพรีมถึงกับลมหายใจสะดุด หัวใจดวงน้อยกระหน่ำเต้นแรงยิ่งกว่าตอนวิ่งขึ้นตึกคณะสถาปัตย์ห้ารอบเสียอีก เธอนิ่งอึ้งไปชั่วขณะ สมองประมวลผลไม่ทันกับความละมุนที่จู่ๆ ก็ถูกเสิร์ฟใส่หน้าแบบไม่ทันตั้งตัว ปกติมีแต่คำกัดเจ็บและสงครามประสาท แล้วจู่ๆ ผู้ชายปากร้ายคนนี้เอาโหมดไมโครเวฟนี้มาจากไหนกัน! "พ... พูดอะไรไม่เข้าท่า ฉันไม่ใช่เด็กๆ นะคะที่จะต้องมาคอยเชื่อฟังนาย" พรีมรีบแก้เขินด้วยการหันไปหยิบไม้บรรทัดสามเหลี่ยมบนโต๊ะมาถือไว้แน่น ทำทีเป็นสนใจลายเส้นแปลนงานตรงหน้า ทั้งที่ใบหน้าร้อนผ่าวราดด้วยบลัชออนสีแดงจัด ธามมองท่าทีลนลานของแม่สาววิศวะปากแจ๋วแล้วก็เผลอหลุดหัวเราะออกมาเบาๆ เสียงหัวเราะทุ้มต่ำในลำคอที่นานๆ ครั้งจะหลุดออกมา ยิ่งทำให้พรีมรู้สึกเหมือนตัวเองกำลังจะสติหลุด "ดื้อจริงๆ..." ธามส่ายหัวเบาๆ ก่อนจะเอื้อมมือมาหยิบปากกาเคมีจากมือเธอไปดึงปลอกออก แล้วก้มลงแก้เส้นไลน์แปลนโครงสร้างตรงจุดที่พรีมยังลังเลให้ดูอย่างคล่องแคล่ว "ตรงนี้... เธอกลัวมันรับน้ำหนักไม่ไหวใช่ไหม? ถ้าเพิ่มค้ำยันเหล็กกล้าคาร์บอนสูงตรงมุมนี้เข้าไปอีกจุด มันจะช่วยกระจายแรงกดทับได้ดีขึ้นสามสิบเปอร์เซ็นต์ โดยที่ยังคงความโปร่งโล่งตามคอนเซปต์โมเดิร์นทรอปิคอลที่ฉันออกแบบไว้... เข้าใจไหมครับ... เอ๊ย... เข้าใจไหมคุณโยธา?" ธามเกือบหลุดคำว่า 'ครับ' ออกมาตามความคุ้นชิน แต่ก็เบรกตัวเองไว้ทันเมื่อนึกถึงฟอร์มที่ต้องรักษาไว้ พรีมแอบอมยิ้มกับท่าทางสะดุดกึกของเขาเมื่อครู่ ความโกรธเคืองหรือความหมั่นไส้ก่อนหน้านี้มลายหายไปจนหมดสิ้น เหลือเพียงความอบอุ่นละมุนละไมที่แผ่ซ่านอยู่ในอกอย่างประหลาด กลิ่นหอมสะอาดจากตัวเขาผสมกับความใส่ใจในรายละเอียดงาน ทำให้พรีมตระหนักได้ว่า... ภายใต้ท่าทางกวนประสาทและกำแพงความหยิ่งทะนง ธามไทซ่อนความอ่อนโยนและความเอา ໃຈใส่เอาไว้มากมายขนาดไหน แต่ทว่า... ความเงียบสงบและบรรยากาศสีชมพูจางๆ ในห้องสตูดิโอ กลับต้องถูกทำลายลงในเสี้ยววินาทีต่อมา เมื่อเสียงฝีเท้าหนักๆ พร้อมกับเสียงผลักประตูกระจกบานใหญ่เปิดออกอย่างไร้มารยาทดังขึ้นขัดจังหวะ "ไอ้ธาม! งานมึงถึงไหนแล้ววะ... เฮ้ย! ทำไมพวกมึงสองคนมายืนใกล้กันขนาดนี้วะเนี่ย หรือกูมาขัดจังหวะอะไรสวีทหวานแหววของพวกมึงหรือเปล่าเนี่ยฮะ!" เสียงตะโกนโهاกเหวกของกรณ์เพื่อนรักสายชงดังลั่นห้อง พร้อมกับร่างสูงที่ก้าวเข้ามาพร้อมถุงกาแฟเต็มสองมือ แต่สายตากลับเบิกกว้างด้วยความตื่นเต้นระคนอยากรู้อยากเห็น พรีมสะดุ้งสุดตัว รีบกระโดดถอยหลังห่างจากธามสามก้าวทันที ราวกับโดนไฟช็อต ใบหน้าที่แดงอยู่แล้วยิ่งแดงแจ๋ลามไปจนถึงต้นคอ ธามหันไปถลึงตาใส่เพื่อนสนิทตัวดีทันที พร้อมกับเอ่ยเสียงลอดไรฟันด้วยความหงุดหงิดที่โดนขัดจังหวะ "ไอ้กรณ์! ปากมึงนี่นะ... ถ้าเข้ามาเร็วกว่านี้อีกนิดเดียว มึงจะได้เห็นศพสถาปนิกโดนวิศวกรฆ่าหมกโต๊ะดราฟต์แน่!" "โอ๊ะๆๆ โหดร้ายจังวะเพื่อนรัก ก็กูเห็นพวกมึงยืนมองตากingตากันหวานหยดย้อยจนมดจะขึ้นตึกคณะอยู่แล้วเนี่ย!" กรณ์ยังคงลอยหน้าลอยตาแซวต่อไม่หยุด พลางหันมาส่งยิ้มเจ้าเลاخให้พรีม "ว่าไงล่ะน้องพรีม โดนไอ้ธามมันแกล้งอะไรหรือเปล่า หน้าแดงเชียว หรือว่า... กำลังจะใจอ่อนแพ้ความหล่อของมันแล้วล่ะจ๊ะ?" พรีมเม้มปากแน่น รีบคว้ากระเป๋าเป้คู่ใจขึ้นมาสะพายไหล่ทันทีเพื่อหนีความเขินอายที่พุ่งทะลุปรอท เธอหันไปมองหน้าธามที่ตอนนี้กำลังส่งสายตาเชิงขอโทษปนเอ็นดูมาให้ ซึ่งนั่นยิ่งทำให้หัวใจเธอเต้นแรงจนแทบจะกระเด็นออกมานอกอก "ฉันขอตัวกลับไปนอนเอาแรงก่อนนะคะ พรุ่งนี้ต้องตื่นไปลุยหน้างานแต่เช้า... ส่วนเรื่องแบบโครงสร้าง ตรงที่นายแก้ให้เมื่อกี้... ฉันจะเอาไปพิจารณาดูอีกทีค่ะ!" พรีมกล่าวรวบรัดด้วยน้ำเสียงหอบๆ เตรียมจะเดินเลี่ยงหนีออกไปทางประตู แต่ทว่า... ก่อนที่เธอจะก้าวพ้นขอบประตูห้องสตูดิโอ มือหนาของธามก็เอื้อมมาคว้าข้อมือเธอไว้เบาๆ รั้งให้เธอต้องหยุดชะงักและหันกลับไปมอง ดวงตาคมกริบของสถาปนิกตัวร้ายมองตรงเข้ามาในดวงตาของเธออย่างสื่อความหมาย รอยยิ้มมุมปากจางๆ ปรากฏขึ้นอีกครั้ง พร้อมกับกระซิบลอดริมฝีปากด้วยน้ำเสียงทุ้มต่ำที่ทำให้โลกทั้งใบของพรีมหยุดหมุนไปชั่วขณะ "พรุ่งนี้... ตอนลงหน้างาน เธอต้องสวมหมวกนิรภัยแล้วเดินอยู่ข้างๆ ฉันตลอดห้ามห่างนะพรีม... เพราะถ้าเธอเจ็บตัวขึ้นมาอีก คนที่จะทนไม่ได้... คือฉันเอง" คำพูดนั้นทิ้งท้ายไว้กลางอากาศ พร้อมกับจังหวะที่หัวใจของพรีมหล่นวูบไปอยู่ที่ตาตุ่ม เธอเบิกตากว้างด้วยความตกตะลึง ปากอ้าค้างจะเถียงกลับแต่ก็พูดไม่ออก ได้แต่ยืนแข็งทื่อเป็นหินท่ามกลางสายตาแซววDของกรณ์ที่ยืนอยู่ข้างหลัง... (โปรดติดตามตอนต่อไป... งานหน้างานพรุ่งนี้ จะมีอุปสรรคอะไรรออยู่ และพ่อหนุ่มสถาปนิกจะแสดงความคลั่งรักออกมาอีกแค่ไหน ห้ามพลาดนะคะ!) --- ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกคนที่แวะมาเติมกาวใจให้กันนะคะ เจอกันตอนหน้าค่ะ! - เกียร์เปื้อนกาวใจ
สารจากนักเขียน (เกียร์เปื้อนกาวใจ)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง สถาปัตย์ตัวร้ายกับยัยโยธาปากแจ๋ว นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%