หน้าจอโทรศัพท์บนโต๊ะไม้ตัวเตี้ยสว่างวาบขึ้นท่ามกลางความเงียบงันของห้องนั่งเล่น
แสงสีฟ้าจากหน้าจอสะท้อนเข้ากับดวงตากลมโตของพรีมที่กำลังหรี่มองมันด้วยความสนใจระคนขบขัน ในขณะที่ธามไท ซึ่งยืนค้ำโต๊ะอยู่ด้วยท่าทางเตรียมหาเรื่อง ร่างสูงใหญ่ชะงักกึกทันที ดวงตาคมกริบหรี่ลงจนแทบจะเป็นเส้นตรง จ้องเขม็งไปยังหน้าจอมือถือเครื่องนั้นราวกับมันเป็นระเบิดเวลาที่พร้อมจะระเบิดใส่หน้าเขาได้ทุกเมื่อ
"ใครวะ?"
น้ำเสียงห้วนจัดหลุดออกมาจากริมฝีปากหยักของพ่อหนุ่มสถาปัตย์ปีสามทันทีโดยไม่ต้องเสียเวลาคิด ธามก้าวพรวดเดียวเข้ามาประชิดโต๊ะราวกับเสือชีตาร์ตะครุบเหยื่อ มือหนาทำท่าจะคว้าโทรศัพท์เครื่องนั้นขึ้นมาดูให้รู้แล้วรู้รอด แต่มีหรือที่ยัยโยธาปากแจ๋วอย่างพรีมจะยอมให้ทำตามอำเภอใจ
พรึบ!
พรีมไวatกว่า ไวเสียยิ่งกว่าเกียร์รถแข่งของเธอบนสนาม เธอคว้ามือถือเครื่องนั้นมากอดแนบอกไว้ทันที พร้อมกับเอี้ยวตัวหลบ รอยยิ้มเจ้าเล่ห์ผุดขึ้นที่มุมปากสวยอย่างจงใจยั่วโมโห
"เรื่องส่วนตัวค่ะคุณสถาปนิก ไม่ทราบว่ามีสิทธิ์อะไรมาตรวจโทรศัพท์ชาวบ้านคะ?" พรีมลอยหน้าลอยตาถาม เสียงใสๆ เจือแววเย้าแหย่ที่ทำเอาคนฟังอยากจะยกมือขึ้นมาขยี้หัวตัวเองด้วยความหมั่นไส้
"ฉันเป็นเจ้าของห้อง... และเธอกำลังนั่งอยู่ในอาณาเขตของฉัน เพราะฉะนั้น ทุกอย่างที่เกิดขึ้นในรัศมีสามเมตรนี้อยู่ในความดูแลของฉันหมด" ธามอ้างสิทธิ์อย่างไร้เหตุผลสิ้นดี ใบหน้าหล่อเหลาบึ้งตึงขึ้นอีกหลายระดับเมื่อเห็นรอยยิ้มระรื่นนั่น "แล้วไอ้รอยยิ้มเมื่อกี้มันคืออะไร หน้าตาน่าหมั่นไส้แบบนั้น ใครส่งมา... ไอ้พี่กรณ์เหรอ หรือว่าไอ้วิศวะโยธาปีสี่คนไหนที่เคยมาช่วยเธอยกเหล็กเส้นหน้าไซต์งาน?"
พรีมหลุดหัวเราะคิกออกมาเบาๆ กับท่าทางหวงก้างแบบไม่เนียนเอาเสียเลยของคนตัวโต เธอช้อนสายตาขึ้นมองคนหน้ายักษ์ที่ยืนค้ำหัวอยู่ พร้อมกับเอียงคอถามด้วยน้ำเสียงกวนประสาท
"หึงเหรอคะ?"
"ฮh... หึงบ้าบออะไรของเธอ!" ธามสวนกลับทันควัน เสียงสูงปรี๊ดจนผิดวิสัยหนุ่มฮอตมาดนิ่ง ร่างสูงรีบผละถอยหลังไปหนึ่งก้าวราวกับโดนไฟลวก สองมือยกขึ้นกอดอกทำท่าตีสีหน้าขรึมกลบเกลื่อนพิรุธที่พุ่งทะลุเพดาน "ใครจะไปว่างหึงคนปากจัดอย่างเธอ ฝันไปเถอะพรีม ฉันแค่กลัวว่าโทรศัพท์เธอจะทำโต๊ะไม้ราคาแพงของฉันเป็นรอยต่างหาก"
"อ๋อเหรอคะ โต๊ะไม้อัดราคาหลักร้อยเนี่ยนะทำเป็นหวง" พรีมเบะปากใส่ความปากแข็งของพ่อตัวดีอย่างหมั่นไส้ เธอแกล้งกดเปิดหน้าจออ่านข้อความแวบหนึ่งแล้วเงยหน้าขึ้นสบตาเขา แววตาเป็นประกายซุกซน "แต่ก็นะ... คนเขาทักมาถามว่านอนหรือยัง แถมยังบอกว่า *'คิดถึงนะ พรุ่งนี้เจอกัน'* ซะด้วยสิ แบบนี้ฉันควรจะตอบกลับว่ายังไงดีล่ะคะเนี่ย?"
เพล้ง!
เหมือนมีเสียงกระจกแตกดังขึ้นในความรู้สึกของธามไท
ต่อให้เขาจะพยายามปั้นหน้าให้ตายด้านแค่ไหน แต่สันกรามที่ขบเข้าหากันจนนูนเด่นและปลายนิ้วที่จิกเข้าที่ต้นแขนตัวเองก็ฟ้องชัดเจนว่าคำพูดเมื่อครู่ของพรีมมันเข้าไปสะกิดต่อมความหงุดหงิดในอกเขาเข้าอย่างจัง บรรยากาศรอบตัวลดฮวบลงจนแทบติดลบ ความเงียบโรยตัวลงมาครู่หนึ่งก่อนที่ธามจะตัดสินใจก้าวเข้าไปประชิดตัวเธออีกครั้ง คราวนี้ดวงตาคมกริบคู่นั้นจริงจังจนพรีมเผลอกลืนน้ำลายลงคออื้ออึงโดยไม่รู้ตัว
"ส่งมาว่า... นอนแล้ว ฝันถึงหมาแถวนี้อยู่" ธามก้มหน้าลงกระซิบชิดริมหูของคนตัวเล็ก เสียงทุ้มต่ำพร่าพร่าที่ดังลอดไรฟันทำเอาหัวใจดวงน้อยๆ ของพรีมกระตุกวูบอย่างแรง กลิ่นน้ำหอมผู้ชายเจือจางผสมกับกลิ่นบุหรี่จางๆ ลอยเข้ามารบกวนประสาทสัมผัสจนเธอแทบจะลืมหายใจ "แล้วก็บอกมันด้วยว่า... เลิกยุ่งกับคนของคนอื่นซะที"
พรึบ!
ความร้อนพุ่งทะยานขึ้นมาสูบฉีดบนใบหน้าของพรีมจนร้อนผ่าว เธอรู้สึกเหมือนเลือดในกายสูบฉีดเร็วจนน่ากลัว ประโยคหลังที่หลุดออกมาจากปากคนปากแข็งทำเอาเธอถึงกับใบรับประทาน สมองที่เคยประมวลผลคำนวณโครงสร้างคอนกรีตได้รวดเร็วดั่งติดเทอร์โบ กลับชะงักกึกจนหมุนต่อไม่พาย
*คน... คนของคนอื่นงั้นเหรอ?*
พรีมเบิกตากว้าง หันขวับไปมองหน้าคนพูดที่ตอนนี้ทำลอยหน้าลอยตาเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น ทั้งๆ ที่ใบหูข้างที่อยู่ใกล้เธอนั้นขึ้นสีแดงแจ๋จนลามไปถึงต้นคอ
"ใครเป็นคนของนายไม่ทราบ!" พรีมแหวลั่นเพื่อกลบเกลื่อนความสั่นไหวในน้ำเสียง พยายามดันแผงอกกว้างให้ออกห่างจากระยะประชิดที่อันตรายต่อหัวใจ "พูดจาเพ้อเจ้ออะไรอีกแล้วเนี่ย ดึกแล้วนะธาม กลับห้องนายไปเลยไป!"
"อ้าว ไล่เหรอ?" ธามเลิกคิ้วกวนๆ แต่ดวงตากลับพราวระยับด้วยรอยยิ้มเอ็นดูที่เจ้าตัวไม่รู้ตัวด้วยซ้ำว่าเผลอแสดงออกมา ร่างสูงไม่ได้ถอยหนีตามแรงผลัก بلกลับใช้มือข้างหนึ่งยันขอบพนักโซฟาไว้ ขังพรีมให้อยู่ในอ้อมแขนกลายๆ "เมื่อกี้ยังชวนคุยอยู่เลย แท็กซี่ก็เรียกให้ ข้าวก็หาให้กิน แถมยัง... ยอมนั่งฟังฉันบ่นเรื่องโปรเจกต์ตั้งนานสองนาน พอโดนไล่ต้อนเข้าหน่อยทำเป็นไล่ฉันกลับห้องนะยัยโยธา"
"ก็..." พรีมเม้มปากแน่น หัวใจเต้นโครมครามจนกลัวว่าคนตรงหน้าจะได้ยิน "ก็ใครใช้ให้พูดจาแปลกๆ ล่ะ ใครเขาให้มาบอกว่า... ว่าเป็นคนของใคร หน้าไม่อาย!"
"หน้าไม่อายตรงไหน พูดความจริงทั้งนั้น" ธามทิ้งเสียงนุ่มลงอย่างกะทันหัน ความกวนประสาทเมื่อครู่หายวับไปกับตา เหลือเพียงแววตาลุ่มลึกที่จ้องมองลึกลงมาในดวงตาของเธอ นิ้วเรียวยาวของสถาปนิกหนุ่มยื่นออกไปเกลี่ยปอยผมที่หลุดลุ่ยลงมาปรกแก้มใสของพรีมแผ่วเบา สัมผัสอุ่นจัดจากปลายนิ้วนั้นทำเอาพรีมตัวแข็งทื่อราวกับถูกสาป "พรีม..."
เสียงเรียกที่ทุ้มนุ่มและจริงจังจนน่าใจหายทำให้พรีมต้องเงยหน้าขึ้นสบตาเขาอย่างไร้ทางเลี่ยง
"ห... อะไรอีกเล่า"
"ถ้าฉันบอกว่า..." ธามเว้นจังหวะไปนิดหนึ่ง ดวงตาคมไหววูบคล้ายกำลังลังเลบางอย่าง แต่ในขณะเดียวกันก็มีความมุ่งมั่นบางอย่างฉายชัดอยู่ข้างใน "ที่ทำทุกวันนี้... ที่หงุดหงิดเวลาเห็นคนอื่นทักมาหาเธอ ที่คอยวนเวียนอยู่ใกล้ๆ ทั้งที่ปากบอกว่ารำคาญ..."
ลมหายใจอุ่นร้อนเป่ารดอยู่ใกล้แค่เอื้อม พรีมรู้สึกเหมือนโลกทั้งใบหยุดหมุน เสียงนาฬิกาแขวนผนังที่เคยดังติ๊กต็อกราวกับหายสาบสูญไปจากโสตประสาท เธอกลั้นหายใจรอฟังประโยคถัดไปที่กำลังจะเอื้อnออกจากริมฝีปากของคนตรงหน้า หัวใจเต้นระรัวจนแทบจะกระเด็นออกมานอกอก
ธามก้มหน้าลงมาอีกนิด จนปลายจมูกโด่งรั้นเกือบจะชนกับแก้มเนียนของเธออยู่รำไร ริมฝีปากหยักขยับจะเอื้อนเอ่ยคำสารภาพที่ค้างคาอยู่ในใจมานาน
กริ๊งงงง!
เสียงกริ่งประตูหน้าห้องพักดังขึ้นแทรกกลางอากาศยามดึกแบบไม่ให้ซุ่มให้เสียง ทำลายบรรยากาศสีชมพูที่กำลังก่อตัวขึ้นจนพังทลายลงในพริบตาเดียว!
ธามสะดุ้งเฮือกถอยหลังผละออกห่างจากพรีมทันทีด้วยความหงุดหงิดถึงขีดสุด ใบหน้าหล่อเหลาบิดเบี้ยวด้วยความโกรธเกรี้ยวราวกับอยากจะเดินไปพังประตูห้องให้รู้แล้วรู้รอด ส่วนพรีมเองก็สะดุ้งเฮือก ใบหน้าที่แดงก่ำเมื่อครู่เปลี่ยนเป็นสีหน้าตื่นตระหนกและโล่งอกปนเปกันไปอย่างบอกไม่ถูก
"ใครมาวะเวลานี้..." ธามสบถออกมาเสียงต่ำอย่างหัวเสียสุดขีด ก่อนจะหันมามองหน้าพรีมที่ทำตาโตใส่เขา "นั่งอยู่นี่ อย่าเพิ่งไปไหน!"
พูดจบทาสหนุ่มก็สะบัดหน้าเดินกระแทกส้นเท้าด้วยความหงุดหงิดมุ่งตรงไปยังประตูกระจกหน้าห้องทันที มือหนากระชากเปิดประตูออกกว้างด้วยแรงอารมณ์ที่คุกรุ่น พร้อมจะอัดหน้าใครก็ตามที่บังجังหวะชีวิตรักของเขาเวลานี้
ทว่า... ร่างของคนที่ยืนยิ้มแป้นแล้นอยู่หน้าประตูในชุดนอนลายการ์ตูน พร้อมกับหิ้วถุงทุเรียนหมอนทองกลิ่นฟุ้งกระจาย กลับทำให้ธามต้องเบิกตากว้างค้างเติ่ง
"อ้าว... ไอ้ธาม ยังไม่นอนเหรอวะ พอดีกูแวะซื้อทุเรียนหน้าปากซอยมาฝาก... อ้าว ยัยพรีมก็อยู่ด้วยเหรอเนี่ย โทษทีวะ กูมาขัดจังหวะอะไรมึงป่ะเนี่ย?"
กรณ์ เอ่ยทักด้วยรอยยิ้มร่าเริง โดยไม่รู้ตัวเลยแม้แต่น้อยว่ากำลังเหยียบระเบิดเวลาลูกใหญ่ที่พร้อมจะระเบิดใส่หน้าเขาในอีกสามวินาทีข้างหน้า!
โปรดติดตามตอนต่อไป...
เกียร์เปื้อนกาวใจ ขอตัวไปหยิบถังดับเพลิงมาเคลียร์คิวให้พ่อคุณก่อนนะคะ! 🔥
สถาปัตย์ตัวร้ายกับยัยโยธาปากแจ๋ว•ตอนที่ 12
คำสารภาพครึ่งๆ กลางๆ
ผลงานโดย เกียร์เปื้อนกาวใจ
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (เกียร์เปื้อนกาวใจ)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง สถาปัตย์ตัวร้ายกับยัยโยธาปากแจ๋ว นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!