สถาปัตย์ตัวร้ายกับยัยโยธาปากแจ๋ว•ตอนที่ 13

ฝนตก รถติด และห้องของนายธาม

ผลงานโดย เกียร์เปื้อนกาวใจ
“ถอยไปเลยนะกรณ์ นายจะมายืนขวางทางระเบิดเวลาทำไมยะ!” เสียงตวาดแหวๆ ของมีนดังลั่นสนามคณะวิศวกรรมศาสตร์ ท่ามกลางเม็ดฝนเม็ดแรกที่เริ่มโปรยปรายลงมากระทบพื้นคอนกรีตจนส่งกลิ่นอายดินชื้นแฉะ กรณ์ที่เพิ่งโผล่พรวดพราดเข้ามาทักทายด้วยรอยยิ้มร่าเริงตามประสาหนุ่มสายชงตัวพ่อ ถึงกับชะงักกึก รอยยิ้มค้างเติ่งอยู่บนใบหน้าเมื่อกวาดสายตาไปเห็นใบหน้าบึ้งตึงของพรีมที่กำลังยืนกอดอกแน่น ดวงตากลมโตฉายแววหงุดหงิดระคนเหนื่อยล้าจากการคุมเทคอนกรีตหน้างานมาทั้งวัน “อ้าว เฮ้ย คุณมีน ใจเย็นสิครับ ผมแค่จะมาบอกว่าไอ้ธามมัน...” กรณ์ทำท่าจะอ้าปากแก้ตัว แต่พรีมกลับสะบัดหน้าหนีอย่างไม่สนใจไยดี “ฉันไม่สนว่านายธามอะไรนั่นจะทำอะไรอยู่! วันนี้เหนื่อยมามากพอแล้ว อย่ามาหาเรื่องให้ฉันต้องปวดหัวเพิ่มเลยนะ” พรีมสวนกลับทันควัน น้ำเสียงติดจะห้วนจัดด้วยความหงุดหงิดที่สะสมมาตั้งแต่เช้าตรู่ ไหนจะปัญหาเหล็กเสริมคานไม่ตรงสเปก ไหนจะฝนฟ้าที่ไม่เป็นใจจนงานเทคอนกรีตเกือบพังไม่เป็นท่า และตอนนี้... ท้องฟ้าที่เคยครึ้มเมฆเฉยๆ ก็ดันเปิดฉากพายุกระหน่ำเทลงมาอย่างไม่มีปี่มีขลุ่ย! ซ่า! หอรบแห่งความซวยกระหน่ำลงมาทันที สายฝนเม็ดโตสาดซัดลงมาอย่างบ้าคลั่งจนภายในไม่กี่วินาที พื้นที่รอบคณะวิศวะก็กลายเป็นทะเลสาดย่อมๆ มีนสบถเบาๆ ก่อนจะรีบกางร่มคันจิ๋วแล้ววิ่งหายเข้าไปในตึกภาควิชา ปล่อยให้พรีมยืนเคว้งคว้างอยู่ใต้ชายคาตึกเพียงลำพัง ให้ตายเถอะ! รถกระบะคู่ใจก็นอนแอ้งแม้งรอซ่อมอยู่ที่อู่ ส่วนมอเตอร์ไซค์รับจ้างก็ไม่มีทีท่าว่าจะฝ่าสายฝนนี้มาได้ พรีมกัดริมฝีปากแน่นอย่างขัดใจ ขณะกำลังจะก้าวเดินฝ่าสายฝนออกไปเรียกแท็กซี่ริมถนนใหญ่ ร่างสูงโปร่งในชุดเสื้อช็อปสีส้มอิฐของคณะสถาปัตยกรรมศาสตร์ก็ก้าวเข้ามาประชิดตัว พร้อมกับร่มกันฝนคันใหญ่ที่ถูกกางครอบคลุมร่างเธอไว้ทันท่วงที “จะเดินไปไหน ยัยโยธาหัวดื้อ อยากแปลงร่างเป็นลูกหมาตกน้ำหรือไง” น้ำเสียงกวนประสาทที่คุ้นเคยดังขึ้นเหนือศีรษะ พรีมชะงัก เงยหน้าขึ้นมองและพบกับใบหน้าหล่อเหลาที่มักจะมาพร้อมรอยยิ้มมุมปากและแววตาร้ายกาจ ธามไทนั่นเอง... ผู้ชายคนที่เธอไม่อยากเจอหน้าที่สุดในวันที่อารมณ์ดิ่งเหวแบบนี้ “เรื่องของฉัน นายจะไปไหนก็ไปเลยไป!” พรีมพยายามจะก้าวหนี แต่ธามกลับคว้าข้อศอกเธอไว้แน่น แรงบิดเบาๆ ดึงเธอให้เซเข้าไปใกล้แผงอกกว้างโดยไม่ทันตั้งตัว กลิ่นน้ำหอมผสมกับกลิ่นอายฝนจางๆ ลอยเข้าแตะจมูกจนหัวใจดวงน้อยกระตุกวูบอย่างไม่รักดี “อย่าดื้อน่า พายุเข้าขนาดนี้ รถไฟฟ้าก็คนแน่นเป็นปลากระป๋อง เดินออกไปตอนนี้เธอได้เป็นไข้หัว โกร๋นก่อนจะจบปีสามแน่” ธามเอ่ยด้วยน้ำเสียงที่อ่อนลงกว่าเดิมเล็กน้อย แม้ประโยคท้ายจะยังคงมีความกวนประสาทเจืออยู่ก็ตาม “รถฉันจอดอยู่โรงจอดรถสถาปัตย์ เดินไปทางนี้ใกล้กว่า” “ไม่ไป! ฉันกลับเองได้!” พรีมสะบัดแขนออกจากการเกาะกุม แต่มีหรือที่คนตัวสูงกว่าจะยอมปล่อย แรงดึงรั้งทำให้เธอจำใจต้องก้าวเดินเคียงข้างเขาภายใต้ร่มคันเดียวกันอย่างเลี่ยงไม่ได้ ไหล่บางเบียดชนเข้ากับลาดไหล่กว้างของเขาเบาๆ ทุกจังหวะการก้าวเดินสร้างความปั่นป่วนในอกจนพรีมต้องแอบสูดหายใจเข้าลึกๆ เพื่อควบคุมสติ ตลอดทางเดินข้ามคณะ บรรยากาศรอบตัวมีเพียงเสียงเม็ดฝนที่ซัดสาดกระทบพื้นและร่มผ้าใบ แต่มันกลับเงียบงันจนได้ยินเสียงหัวใจของตัวเองที่เต้นโครมครามแข่งกับสายฝน ธามไม่ได้พูดอะไรระหว่างทาง เขากลับทำหน้าที่กางร่มเอียงมาทางเธอเสียส่วนใหญ่ จนไหล่ข้างซ้ายของเขาเปียกชุ่มไปด้วยละอองฝนที่สาดเข้ามา พรีมลอบมองเสี้ยวหน้าคมสันนั้นด้วยความรู้สึกที่หลากหลาย... ปากร้าย เย่อหยิ่ง และชอบกวนประสาทเธอนัก แต่ทำไมเวลาแบบนี้... ถึงต้องใจดีด้วยเล่า? รถเก๋งคันหรูสีดำของธามจอดนิ่งสนิทอยู่ในโรงจอดรถที่ค่อนข้างเงียบเชียบ ทันทีที่ประตูรถเปิดออก ธามก็ดันหลังเเธอเบาๆ ให้เข้าไปนั่งข้างใน ก่อนที่เขาจะวิ่งอ้อมไปฝั่งคนขับ ภายในห้องโดยสารอบอุ่นกว่าภายนอกลิบลับ แอร์เย็นฉ่ำผสมกับความชื้นจากเสื้อผ้าทำให้พรีมเผลอยกมือขึ้นกอดอกลูบแขนตัวเองเบาๆ ธามเหลือบมองแวบเดียว ก่อนจะเอื้อมมือไปปรับระดับแอร์ในรถให้ลดความเย็นลง พร้อมกับหยิบเสื้อแจ็คเก็ตฮู้ดสีเข้มที่เบาะหลังมาคลุมไหล่ให้เธอเงียบๆ “ไม่ต้องมาทำเป็นใจดีเลยนะ” พรีมพึมพำเสียงเบา เบี่ยงหน้ามองออกไปนอกกระจกที่ฝ้าขึ้นเป็นฝ้าขาวจากความชื้น “ใครใจดี ฉันแค่ไม่อยากให้วิศوةสาวแถวนี้เป็นปอดบวมตายคาKINรถฉันต่างหาก เดี๋ยวเป็นภาระต้องแบกไปส่งโรงพยาบาลอีก” ธามสวนกลับทันควันตามฟอร์ม ปากบอกไม่ใส่ใจแต่แววตาคู่คมกลับฉายประกายอ่อนโยนวูบหนึ่งก่อนจะจางหายไปอย่างรวดเร็ว รถยนต์เคลื่อนตัวออกจากมหาวิทยาลัยฝ่าสายฝนที่ยังคงกระหน่ำไม่ขาดสาย ทัศนวิสัยบนท้องถนนค่อนข้างแย่ รถติดยาวเหยียดเป็นแพจนแทบไม่ขยับ พรีมถอนหายใจออกมาเฮือกใหญ่เมื่อมองนาฬิกาหน้ารถที่บอกเวลาเกือบสองทุ่มแล้ว แบตเตอรี่โทรศัพท์มือถือเธอก็ดันมาหมดเกลี้ยงตั้งแต่ตอนคุมหน้างาน ป่านนี้มีนคงโทรตามจนมือถือระเบิดไปแล้วกระมัง “คอนโดเธออยู่ไกล ฝนตกแบบนี้รถติดนรกแตกแน่ๆ” ธามเอ่ยขึ้นทำลายความเงียบ “คืนนี้... ไปหลบฝนที่ห้องฉันก่อนแล้วกัน ค่อยกลับพรุ่งนี้เช้า” “ห๊ะ! นายว่าอะไรนะ?!” พรีมหันขวับ ดวงตากลมโตเบิกกว้างด้วยความตกใจ “ไม่เอาด้วยหรอก! ใครจะไปห้องนายกัน บ้าหรือเปล่า!” “บ้าตรงไหน ห้องฉันอยู่ใกล้แค่นี้เอง หรือเธอชอบนั่งรถติดอยู่บนถนนจนถึงเที่ยงคืน เชิญตามสบายนะ ฉันลงไปซื้อกาแฟแป๊บ” ธามจอดรถเทียบท่าหน้าคอนโดมิเนียมชื่อดังใกล้กับย่านมหาวิทยาลัย ก่อนจะดับเครื่องแล้วหันมามองเธอนิ่งๆ “จะลงมาดีๆ หรือจะให้ฉันอุ้มลงไป?” “นายธาม! คนฉวยโอกาส!” สุดท้าย... พรีมก็ต้องจำใจเดินตามร่างสูงลิ่วขึ้นมาบนชั้นสิบสองของคอนโดมิเนียมหรูอย่างไร้ทางเลือก ห้องพักของธามตกแต่งในสไตล์โมเดิร์นลอฟท์ตามสายวิชาชีพที่เจ้าตัวเรียน โทนสีเทา ดำ และปูนเปลือยดูเท่และเป็นระเบียบเรียบร้อยกว่าที่เธอคิดไว้เยอะ ไม่มีคราบกาวหรือเศษกระดาษโมเดลเกลื่อนกลาดอย่างที่จินตนาการไว้เลยแม้แต่น้อย “ห้องน้ำอยู่ทางนั้น เสื้อผ้าตัวใหญ่ของฉันแขวนอยู่ในตู้ หยิบมาใส่แทนชุดเปียกๆ ของเธอก่อนแล้วกัน ไม่งั้นไม่รับประกันนะว่าจะเป็นไข้จริงหรือเปล่า” ธามโยนผ้าขนหนูผืนนุ่มมาให้เธอรับไว้ได้อย่างหวุดหวิด ก่อนจะเดินหายเข้าไปในครัวเพื่อต้มน้ำร้อน พรีมกอดผ้าขนหนูแน่น สูดลมหายใจเข้าลึกๆ เพื่อสงบสติอารมณ์ที่กำลังปั่นป่วน เธอจัดการอาบน้ำชำระร่างกายจากคราบเหงื่อไคลและฝุ่นละอองหน้างานจนรู้สึกสดชื่นขึ้น ก่อนจะสวมเสื้อยืดสีดำตัวโคร่งของธามที่ยาวคลุมสะโพกพอดีตัว กลิ่นน้ำหอมผู้ชายจางๆ ที่ติดอยู่บนเนื้อผ้าทำให้หัวใจดวงน้อยเต้นผิดจังหวะอีกรอบอย่างช่วยไม่ได้ เมื่อเธอเดินออกมาจากห้องน้ำ กลิ่นหอมกรุ่นของบะหมี่กึ่งสำเร็จรูปและกาแฟร้อนก็ลอยอบอวลไปทั่วห้อง ธามยืนอยู่หน้าเคาน์เตอร์ครัวในชุดเสื้อกล้ามสีขาวและกางเกงวาสยบายๆ เผยให้เห็นกล้ามเนื้อช่วงไหล่และแผงอกสมส่วนที่บ่งบอกว่าเจ้าตัวดูแลตัวเองดีแค่ไหน “เสร็จแล้วก็มานั่งกินซะ รองท้องก่อนนอน เดี๋ยวจะเป็นโรคกระเพาะตายคาห้องฉัน” ธามเอ่ยปากโดยไม่หันมามอง แต่ชามบะหมี่ร้อนๆ ที่ถูกเลื่อนมาตรงหน้าบ่งบอกความใส่ใจที่เจ้าตัวพยายามซ่อนไว้ พรีมเม้มปากเล็กน้อย เดินไปนั่งลงที่เก้าอี้บาร์อย่างเงียบๆ ความหิวทำให้เธอไม่ปฏิเสธ ทั้งสองคนกินมื้อดึกท่ามกลางเสียงสายฝนที่ยังคงโปรยปรายกระทบกระจกหน้าต่างด้านนอก บรรยากาศที่เคยอึดอัดเริ่มคลายตัวลงทีละน้อย เหลือเพียงความเงียบสงบที่ชวนให้หัวใจเต้นแรงในแบบที่ไม่เคยเป็นมาก่อน “มองหน้าฉันแบบนี้... ติดใจความหล่อหรือติดใจฝีมือทำบะหมี่ของฉันล่ะ หื้ม?” ธามวางช้อนลง เงยหน้าขึ้นสบตาเธอตรงๆ รอยยิ้มเจ้าเล่ห์ปรากฏขึ้นที่มุมปากอีกครั้ง “หลงตัวเองชะมัด ใครมองนายกันยะ!” พรีมรีบหลบสายตา แสร้งก้มหน้าก้มตาตักเส้นบะหมี่เข้าปากเพื่อกลบเกลื่อนรอย20แดงที่เริ่มลามเลียขึ้นมาถึงใบหู ธามหัวเราะในลำคอเบาๆ เสียงทุ้มต่ำนั้นสั่นพร่าอยู่ในอก เขาขยับตัวลุกขึ้นยืนแล้วเดินอ้อมเคาน์เตอร์มาหยุดยืนซ้อนอยู่ด้านหลังเก้าอี้ที่เธอนั่งอยู่ ระยะห่างที่ใกล้ชิดจนเกินพอดีทำให้พรีมตัวแข็งทื่อ ลมหายใจอุ่นๆ ของเขาเป่ารดต้นคอระหงจนขนลุกซู่ “ปากแข็งจังนะ... พิมพ์มาดา” เสียงกระซิบแหบพร่าดังชิดริมใบหู ธามโน้มใบหน้าลงมาใกล้จนปลายจมูกโด่งเกือบจะสัมผัสกับแก้มเนียน พรีมสะดุ้งสุดตัว มือเรียวเล็กยกขึ้นดันแผงอกกว้างของเขาไว้ แต่กลายเป็นว่าเธอกลับถูกวงแขนแข็งแรงกักตัวไว้ในอ้อมกอดกลายๆ โดยปริยาย “ถอยไปนะธาม... นายจะทำอะไร!” พรีมพยายามเปล่งเสียงดุ แต่หัวใจเจ้ากรรมกลับเต้นรัวรากับกลองชุดจนกล Mัวว่าอีกฝ่ายจะได้ยิน “ไม่ได้ทำอะไร... แค่อยากพิสูจน์หน่อยว่าปากแจ๋วๆ ของเธอนี่... เวลาอยู่ใกล้ๆ จะยังเก่งเหมือนตอนอยู่คณะวิศวะหรือเปล่า” ธามกระซิบเสียงพร่า แววตาคมกริบที่มองมาเต็มไปด้วยประกายความคลั่งรักที่ซ่อนอยู่ภายใต้ความกวนประสาทมานานนับปี ใบหน้าหล่อเหลาโน้มเข้ามาใกล้เรื่อยๆ จนระยะห่างระหว่างริมฝีปากเหลือเพียงแค่คืบเดียว ดวงตากลมโตของพรีมเบิกกว้างด้วยความตื่นตระหนก สมองขาวโพลนคิดอะไรไม่ออกเมื่อลมหายใจร้อนผ่าวรดรินอยู่บนริมฝีปากของเธอเอง ติ๊งหน่อง! เสียงกริ่งหน้าห้องพักดังขึ้นผ่ากลางบรรยากาศชวนใจเต้นแรงราวกับมีใครจงใจมาขัดจังหวะ! ธามชะงักกึก สีหน้าหล่อเหลาฉายแววหงุดหงิดระคนแปลกใจอย่างปิดไม่มิด ส่วนพรีมอาศัยจังหวะชุลมุนนี้ผลักอกเขาเต็มแรงแล้วกระโดดผลุนผลาญถอยหลังไปตั้งหลักที่โซฟา ธามสบถเบาๆ อย่างขัดใจ ก่อนจะเดินไปกระชากประตูห้องเปิดออกด้วยใบหน้าบึ้งตึงที่พร้อมจะกินหัวคนมาเคาะห้องรบกวนเวลาสำคัญ แต่ทว่า... บุคคลที่ยืนยิ้มแป้นแล้นอยู่หน้าประตูพร้อมกับถุงขนมเต็มสองมือ กลับทำให้ธามต้องเบิกตากว้างด้วยความตกตะลึง “เฮ้ยไอ้ธาม! กูผ่านมาแถวนี้ เลยซื้อเบียร์มาฝาก... อ้าว เฮ้ย! ทำไมหน้าตาบูดบึ้งแบบนั้นวะ หรือกูมาขัดจังหวะอะไรมึงกับยายวิศوةหรือเปล่าเนี่ย ฮ่าๆๆ!” เสียงหัวเราะร่าเริงของ *กรณ์* ดังลั่นห้องพัก ท่ามกลางสายตาคมกริบของธามที่พร้อมจะแปลงร่างเป็นฆาตกรฆ่าเพื่อนสนิทตัวเองหมกห้องในสามวินาทีข้างหน้า! *รี้ดเดอร์คะ... เตรียมหมอนไว้จิกเพิ่มอีกสียใบได้เลย เพราะศึกรักครั้งนี้กำลังจะเดือดระอุขึ้นยิ่งกว่าเดิมในตอนหน้าค่ะ!*
สารจากนักเขียน (เกียร์เปื้อนกาวใจ)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง สถาปัตย์ตัวร้ายกับยัยโยธาปากแจ๋ว นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%