สถาปัตย์ตัวร้ายกับยัยโยธาปากแจ๋ว•ตอนที่ 6

ค่ำคืนแห่งการปั่นโมเดล

ผลงานโดย เกียร์เปื้อนกาวใจ
"ถ้าไอ้แบบแปลนบ้านั่นมันห่วยแตกจนอาจารย์ธนากรแทบจะปาทิ้งใส่หน้า ฉันก็ไม่แปลกใจหรอกค่ะที่นายจะนั่งหน้าหงิกเป็นตูดเป็ดอยู่แบบนี้" เสียงใสๆ ที่ติดจะเหวี่ยงนิดๆ ของพรีมดังขึ้นท่ามกลางความเงียบงันของห้องสตูดิโอคณะสถาปัตย์ในยามวิกาล บรรยากาศรอบตัวอัดแน่นไปด้วยกลิ่นฉุนจางๆ ของกาวร้อน คัตเตอร์ และเศษโมเดลกระดาษอัดที่เกลื่อนกลาดเต็มโต๊ะทำงาน ตัวกระดาษชานอ้อยและโฟมบอร์ดถูกตัดแต่งเป็นชิ้นส่วนโครงสร้างตึกที่เพิ่งโดนสั่งรื้อทิ้งแบบยกเซตเมื่อช่วงเย็นที่ผ่านมา ธามเงยหน้าขึ้นจากซากโมเดลที่พังไม่เป็นท่า ดวงตาคมกริบภายใต้กรอบแว่นสายตาไหววูบด้วยความหงุดหงิดระคนเหนื่อยล้า เขากระตุกยิ้มมุมปาก คราบกาวตราช้างติดอยู่ที่นิ้วชี้ข้างขวาจนเขาต้องใช้เล็บอีกข้างแกะออกอย่างหัวเสีย "ปากเก่งชะมัดนะยัยโยธา... ถ้าเก่งนัก ทำไมตอนโดนอาจารย์เฉ่งเรื่องการรับน้ำหนักคานคอนกรีตเมื่อวาน ถึงได้ยืนใบหน้าซีดเป็นไก่ต้มล่ะคะคุณพิมพ์มาดา" ธามสวนกลับทันควัน น้ำเสียงทุ้มต่ำติดกวนประสาทตามIสไตล์นายธามไทคนเดิม แต่แววตาสีเข้มกลับไม่ได้ซ่อนความเครียดเอาไว้เลยแม้แต่น้อย โปรเจกต์ตึกคอมเพล็กซ์ผสมผสานระหว่างงานโครงสร้างทางวิศวกรรมและดีไซน์สถาปัตยกรรมชิ้นนี้คือน้ำพักน้ำแรงร่วมเดือนของพวกเขา และการโดนสั่งระงับกะทันหันเพราะ "ดีไซน์ล้ำเกินความเป็นจริงจนคำนวณแรงเฉือนไม่ได้" ก็เหมือนกับการตบหน้าฉาดใหญ่ใส่ความพยายามของทั้งคู่ พรีมถอนหายใจเฮือกใหญ่ เธอดึงยางรัดผมสีดำออกแล้วมسةผมยาวสลวยรวบเป็นมวยสูงอย่างลวกๆ ก่อนจะทิ้งตัวลงนั่งบนเก้าอี้สตูลไม้ฝั่งตรงข้าม ร่างเพรียวบางในชุดเสื้อช็อปวิศวะสีกรมท่าเปื้อนฝุ่นปูนไม่ได้ลดทอนความน่ามองลงเลยสักนิด นัยน์ตากลมโตจ้องมองอีกฝ่ายอย่างไม่ยอมแพ้ "ก็เพราะนายมันพวกติסטแตกไงธาม! ดีไซน์กระจกโค้งรับแสงน่ะมันสวยหรูดูแพงจนได้เกรดเอจากฝั่งสถาปัตย์ก็จริง แต่นายลืมไปหรือเปล่าว่าแผ่นดินไหวเบาๆ แถบชานเมืองก็ทำให้โครงสร้างเหล็กกล้าที่ฉันคำนวณมาแทบตายพังครืนลงมาได้ในพริบตาเดียว!" พรีมยื่นมือไปเคาะโต๊ะดังปังเพื่อเน้นย้ำความจริงอันโหดร้าย "เราต้องแก้แบบใหม่หมด... และเราเหลือเวลาอีกแค่สามวันก่อนส่งไฟนอล" ห้องสตูดิโอกว้างขวางที่เคยมีเสียงหัวเราะแซวเล่นของพวกกรณ์และมีนตอนนี้กลับเงียบสนัด มีเพียงเสียงแอร์เก่าๆ ที่ส่งเสียงครางหึ่งๆ แข่งกับเสียงถอนหายใจของคนทั้งคู่ ธามจ้องมองใบหน้าเนียนใสที่เริ่มมีรอยคล้ำใต้ตาจางๆ จากการไม่ได้นอนมาสองคืนติด เขารู้ดีว่ายัยตัวแสบตรงหน้าปากร้ายใจดีขนาดไหน ปากบอกว่าเหนื่อยและบ่นโน่นบ่นนี่ตลอดเวลา แต่ยัยนี่แหละที่หิ้วกาแฟกระป๋องกับขนมปังมาส่งเขาถึงโต๊ะตอนตีสามเมื่อคืนนี้ โดยที่ปากก็ยังไม่วายเหน็บแนมว่าเขาหน้าตาเหมือนหมีแพนด้าใกล้สูญพันธุ์ "รู้แล้วน่า..." ธามพึมพำเสียงเบาลงกว่าเดิม ความเกรี้ยวกราดในตอนแรกเริ่มเจือจางหายไป เหลือเพียงความอ่อนล้าที่เกาะกุมหัวใจ "ฉันไม่ได้ตั้งใจจะดื้อรั้น... แค่อยากให้ตึกนี้มันออกมาสมบูรณ์แบบที่สุด... ก็เท่านั้น" พรีมชะงักไปนิดเมื่อได้ยินน้ำเสียงที่อ่อนลงของคนตรงข้าม นัยน์ตาสีเข้มที่ปกติมักจะฉายแววท้าทาย ตอนนี้กลับสะท้อนภาพความเครียดสะสมที่แบกรับไว้คนเดียวมานาน ธามไทหนุ่มฮอตคณะสถาปัตย์ผู้มีรอยยิ้มแบดบอยกลบเกลื่อนทุกอย่าง แท้จริงแล้วก็แค่นักศึกษาปีสามคนหนึ่งที่กลัวความล้มเหลวไม่ต่างจากคนอื่น บรรยากาศรอบตัวเปลี่ยนไปอย่างเงียบเชียบ ความตึงเครียดจากเรื่องงานถูกแทนที่ด้วยความเงียบงันที่ชวนให้หัวใจเต้นผิดจังหวะ มือหนาของธามเอื้อมไปหยิบดินสอไม้ขึ้นมาหมุนเล่นในมือ สายตาคมกอดอกมองร่างบางที่นั่งเท้าคางมองแบบแปลนเก่าบนโต๊ะ "นี่..." พรีมเป็นฝ่ายทำลายความเงียบขึ้นมาก่อน น้ำเสียงของเธอนุ่มนวลกว่าปกติ "ถ้าเราลดองศาความโค้งของกระจกฝั่งทิศตะวันตกเฉียงลงสักสิบห้าองศา... แล้วเพิ่มเสาเข็มเจาะรับน้ำหนักตรงแกนกลางอีกสองจุด... นายคิดว่าโครงสร้างมันจะรับไหวไหม" ธามเลิกคิ้วขึ้นเล็กน้อย ทึ่งในความยืดหยุ่นและการทำงานอย่างมืออาชีพของยัยโยธาปากแจ๋วคนนี้ สมองของเธอนอกจากจะคิดเลขเก่งเป็นกรดแล้ว ยังเข้าใจวิธีประนีประนอมกับงานศิลปะได้อย่างน่าทึ่ง "ถ้าทำแบบนั้น... มุมมองตึกจากด้านหน้าจะหายไปครึ่งหนึ่งนะ" ธามแกล้งท้วงเสียงอ่อน ทั้งที่ในใจแอบเห็นด้วยร้อยเปอร์เซ็นต์ "แต่อย่างน้อยตึกมันก็ไม่ถล่มลงมาทับหัวคนตายหรอกค่ะคุณสถาปนิก!" พรีมค้อนขวับใส่ ทำปากยื่นอย่างหมั่นไส้ "เลือกเอาค่ะ ว่าจะยอมให้ตึกมันดูแปลกตาลงนิดหน่อย หรือจะให้อาจารย์ไล่ไปเรียนปีหนึ่งใหม่อีกรอบ" ธามหัวเราะออกมาเบาๆ เสียงหัวเราะทุ้มต่ำในลำคอที่นานๆ ครั้งพรีมจะได้ยิน ทำให้หัวใจดวงน้อยของสาววิศวะกระตุกวูบอย่างไม่มีสาเหตุ รอยยิ้มมุมปากของธามในตอนนี้ไม่มีความกวนประสาทเจือปนอยู่เลย มีแต่ความอบอุ่นที่ส่งผ่านแววตาคู่คมคู่นั้นตรงมายังเธอ "โอเค... ตามใจควีนโยธาก็ได้ครับ" ธามเอ่ยเสียงนุ่ม พร้อมกับดึงกระดาษไขแผ่นใหม่มาวางทับลงบนแปลนเดิม "ไหน... เริ่มแก้ตรงไหนก่อนดีล่ะ หือ?" เวลาล่วงเลยผ่านไปเนิ่นนานเท่าไหร่ไม่มีใครรู้ หยาดฝนปรอยๆ เริ่มโปรยปรายลงมากระทบกระจกหน้าต่างห้องสตูดิโอ ส่งเสียงซ่าๆ เคล้ากับเสียงลมหายใจสม่ำเสมอ กลิ่นกระดาษและหมึกพิมพ์อบอวลไปทั่วพื้นที่แคบๆ บนโต๊ะทำงาน กองกระดาษร่างแบบถูกแทนที่ด้วยรอยปากกาเมจิกสีแดงและน้ำเงินที่โยงเส้นยั้วเยี้ยจนเต็มแผ่น ในที่สุด งานโครงสร้างเฟสแรกก็เสร็จสมบูรณ์ทันเวลาฟ้าสาง พรีมฟุบหน้าลงแนบกับแขนตัวเองที่วางพาดอยู่บนโต๊ะทำงาน ความเหนื่อยล้าที่สะสมมาตลอดทั้งคืนโถมเข้าใส่จนเปลือกตาคู่สวยหนักอึ้ง เธอดำดิ่งสู่ห้วงนิทราไปอย่างรวดเร็ว โดยไม่ทันรู้ตัวเลยว่าร่างสูงของคนที่นั่งอยู่ฝั่งตรงข้ามกำลังขยับตัวเข้ามาใกล้ ธามวางปากกาในมือลงอย่างเงียบเชียบ เขานั่งมองใบหน้าด้านข้างของคนที่หลับใหลไปแล้วอย่างเผลอไผล เส้นผมสีดำสนิทที่หลุดลุ่ยลงมาคลอเคลียข้างแก้มเนียนใสทำให้ธามอดไม่ได้ที่จะยื่นมือออกไปเกลี่ยมันให้อย่างเบามือ กลัวเหลือเกินว่าเสียงลมหายใจของเขาจะปลุกให้คนตรงหน้าตื่นขึ้นมา ใบตอนที่พรีมหลับสนิท เธอดูลดความพยศลงไปหมดสิ้น เหลือเพียงความนุ่มนวลที่ทำเอาหัวใจของหนุ่มสถาปัตย์เต้นระรัวไม่เป็นจังหวะ ธามโน้มใบหน้าเข้าไปใกล้โดยไม่รู้ตัว ปลายจมูกโด่งแทบจะชนกับกลุ่มผมหอมกรุ่นของอีกฝ่าย ระยะห่างระหว่างกันลดลงจนแทบไม่เหลือช่องว่าง บรรยากาศรอบตัวอบอุ่นและเงียบงันจนได้ยินเสียงหัวใจของตัวเองดังชัดเจน ธามก้มมองริมฝีปากอิ่มที่มักจะใช้เถียงเขาฉอดๆ ทุกครั้งที่เจอหน้ากัน ก่อนจะเผลออมยิ้มออกมาบางเบา "ยัยตัวแสบเอ๊ย..." ธามกระซิบแผ่วเบาด้วยน้ำเสียงที่เต็มไปด้วยความเอ็นดูระคนคลั่งรัก "เวลาหลับ...็นน่ารักดีเหมือนกันนี่หว่า" ในจังหวะที่ธามกำลังจะผละตัวออกด้วยความเกรงใจ ทันใดนั้นเอง... **ปัง!** เสียงประตูห้องสตูดิโอถูกผลักเปิดออกอย่างแรง พร้อมกับร่างสูงโปร่งของกรณ์เพื่อนสนิทสายชงที่ก้าวพรวดพราดเข้ามาพร้อมแก้วกาแฟในมือ โดยมีมีนเดินตามหลังมาติดๆ "ไอ้ธาม! กาแฟมา... เฮ้ย!" กรณ์ชะงักกึก ตาโตเท่าไข่ห่านเมื่อเห็นภาพตรงหน้า—เพื่อนสนิทตัวดีของเขากำลังโน้มตัวเข้าใกล้พรีมในระยะประชิด ชนิดที่ปลายจมูกแทบจะชนกันคาโต๊ะทำงาน! ธามสะดุ้งสุดตัว รีบผงะถอยหลังกลับไปตั้งหลักแทบไม่ทัน ใบหน้าหล่อเหลาที่ปกติไม่เคยสะทกสะท้านกับอะไรร้อนผ่าวขึ้นมาอย่างห้ามไม่อยู่ ส่วนพรีมที่สะดุ้งตื่นเพราะเสียงโวยวายก็ลุกพรวดขึ้นมาด้วยความตกใจ ง้าวมือเตรียมฟาดใส่ใครก็ตามที่กล้าขัดจังหวะทันที "ไอ้กรณ์! แกอยากตายใช่ไหมวะ!" พรีมโวยวายเสียงดังลั่นห้อง หน้าแดงก่ำด้วยความเขินอายผสมความโกรธ กรณียกมือขึ้นยอมจำนน รอยยิ้มเจ้าเล่ห์ผุดขึ้นบนใบหน้าทันที "อุ๊บส์... กูพลาดเอง กูไม่น่าขัดจังหวะเลิฟซีนยามเช้าของพวกมึงเลยว่ะ ต่อเลยๆ กูออกไปรอข้างนอกก็ได้!" ธามหันไปถลึงตาใส่เพื่อนสนิทตัวแสบ ก่อนจะหันกลับมามองพรีมที่ตอนนี้หน้าแดงแจ๋จนลามไปถึงใบหู บรรยากาศชวนฟินเมื่อครู่ปลิวหายไปในอากาศ แต่หัวใจของคนทั้งคู่กลับเต้นแรงยิ่งกว่าเดิมเสียอีก -------------------------------------------------- ขอบคุณนักอ่านทุกคนที่แวะมาเติมกาวใจให้กันในตอนนี้นะคะ!
สารจากนักเขียน (เกียร์เปื้อนกาวใจ)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง สถาปัตย์ตัวร้ายกับยัยโยธาปากแจ๋ว นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%