"ลบเดี๋ยวนี้เลยนะ กรณ์!"
เสียงหวีดแหลมปนความกระäkกระอ่วนของฉันดังขึ้นทันที พร้อมกับที่ฉันพุ่งตัวเข้าใส่เป้าหมายราวกับเสือชีตาห์ตะครุบเหยื่อ มือเรียวคว้าหมับเข้าที่ข้อมือหนาของตาเพื่อนสนิทตัวแสบที่กำลังยกโทรศัพท์มือถือชูขึ้นฟ้าอย่างเหนือชั้น
ให้ตายเถอะ! ภาพเมื่อครู่... ภาพที่หน้าผากของเราสองคนเกือบจะชนกัน แถมจมูกยังเกือบจะเฉี่ยวกันอยู่รำไร ถ้านายกรณ์มันตาดีไม่เข้าเรื่องมาเห็นเข้า มีหวังข่าวลือเรื่องแม่สาววิโยธาปากแจ๋วกับนายสถาปัตย์ตัวร้ายคงแพร่สะพัดเร็วยิ่งกว่าไฟลามทุ่งในคณะแน่ๆ
"อุ๊ยๆๆ มือไวใจเร็วแฮะ แม่คุณ! ใจเย็นก่อนสิพรีม ฉันยังไม่ได้กดเซฟลงคลาวด์เลยนะ แค่แชร์เข้ากลุ่มไลน์ 'สถาปัตย์ไม่ยอมก้มหัวให้ใคร' ไปเอง..." กรณ์แกล้งทำเป็นอุทานเสียงหลง ร่างสูงโปร่งในชุดช็อปสีเลือดหมูเบี่ยงตัวหลบการจู่โจมของฉันได้อย่างคล่องแคล่ว รอยยิ้มกวนประสาทแปะอยู่บนใบหน้าหล่อเหลาแบบแบดบอยที่น่าหมั่นไส้เป็นที่สุด
"นายว่ายังไงนะ! นายส่งเข้ากลุ่มนั้นแล้วเหรอ!" ฉันเบิกตากว้าง ความโกรธพุ่งปรี๊ดขึ้นมาถึง ริ้วความร้อนแล่นพล่านไปทั่วใบหน้าจนรู้สึกได้ว่าพวงแก้วคงแดงก่ำไปหมดแล้ว ไม่ใช่เพราะเขินนะ! แต่มันคือความอับอายและโมโหต่างหากเล่า!
ส่วนต้นเหตุของเรื่อง... พ่อคุณหนูสถาปัตย์ปากร้ายอย่าง 'ธาม' กลับยืนกอดอกนิ่งสนิท ใบหล่อเหลานั้นเรียบเฉยราดด้วยความเย็นชาตามสไตล์ แต่ถ้าสังเกตให้ดี ดวงตาคมกริบคู่นั้นกลับไหววูบเล็กน้อยยามที่เขาเหลือบมองฉันที่กำลังยืนหอบหายใจฮึดฮัดอยู่ข้างกาย
"กรณ์... แกอยากโดนซ่อมโปรเจกต์จบด้วยตีนกาสามสิบหน้าในคืนนี้ไหม?" เสียงทุ้มต่ำเอ่ยขึ้นเรียบๆ แต่ทรงพลังพอกที่จะทำให้รอยยิ้มของกรณ์ชะงักกึก
ธามปรายตามองเพื่อนสนิทด้วยสายตาพิฆาต ชนิดที่ต่อให้เป็นน้ำแข็งก็คงละลายกลายเป็นจุลในสามวินาที ร่างสูงก้าวฉับๆ เข้าไปประชิดตัวกรณ์ มือหนากระชากสมาร์ทโฟนเจ้าปัญหาออกจากมือหนาของอีกฝ่ายได้อย่างง่ายดายโดยที่กรณ์ยังไม่ทันได้ตั้งตัว
"เฮ้ยๆ โหดร้ายว่ะธาม ฉันแค่หวังดีอยากให้เพื่อนมีอนาคต... อ้าว เห N! ลบทำไมวะนั่น!" กรณ์โอดครวญเมื่อเห็นธามกดหน้าจอไม่กี่ทีเพื่อลบรูปเจ้าปัญหาก่อนจะส่งคืนเจ้าของด้วยสีหน้าไร้อารมณ์
"ปากแบบนี้ คราวหน้าอย่าหาว่าฉันไม่ช่วยเคลียร์คิวงานดรอว์o123ให้นะ" ธามขู่เสียงลอดไรฟัน ก่อนจะหันมามองฉันที่ตอนนี้ยืนกอดอก เม้มปากแน่นด้วยความหงุดหงิดระคนไม่สบอารมณ์
บรรยากาศระหว่างเราสองคนกลับมาเงียบงันอีกครั้ง ทว่ามันไม่ใช่ความเงียบแบบน่าเบื่อ แต่มันอบอวลไปด้วยความอึดอัดประหลาดที่ทำให้หัวใจเจ้ากรรมเต้นผิดจังหวะอย่างน่ารำคาญ ฉันไม่ชอบความรู้สึกแบบนี้เลย... ความรู้สึกที่เหมือนตัวเองกำลังเสียเปรียบและควบคุมสถานการณ์ไม่ได้สักอย่าง
"มองอะไรเล่า!" ฉันกระแทกเสียงใส่คนที่ยืนจ้องหน้าฉันนิ่งๆ "จะกลับคณะตัวเองก็ไปสิ มายืนเกะกะขวางทางเดินสถาปัตย์ของนายอยู่ได้"
ธามเลิกคิ้วขึ้นข้างหนึ่ง มุมปากหยักลึกยกยิ้มขึ้นนิดๆ แบบที่เห็นแล้วอยากจะเอารองเท้าเซฟตี้ปาใส่หน้าสักที "ใครบอกว่าฉันจะกลับคณะ?"
"แล้วนายจะยืนอยู่ตรงนี้ทำซากอะไรล่ะ? หรือว่าโคนขาวยังไม่พอ อยากให้ฉันช่วยตอกตะปูฝังเสาเข็มให้ตรงนี้เลยไหม?"
"ปากดีจริงนะยัยเตี้ย..." ธามพึมพำเบาๆ แต่หูฉันดีพอที่จะได้ยินครบทุกพยางค์ ร่างสูงทิ้งตัวลงนั่งพิงเก้าอี้ไม้ตัวยาวหน้าสตูดิโอออกแบบอย่างไม่ี่แคร์สื่อ ก่อนจะปรายตามองโต๊ะทำงานรกๆ ของฉันที่มีกองกระดาษแปลนโครงสร้างกองโตสุมอยู่ "ทำงานไปสิ จะยืนจ้องหน้าฉันจนท้องได้รึไง"
"ใครมองนายยะ! อย่าหลงตัวเองให้มันมากนักเลยธามไท!" ฉันแหวใส่เสียงดังลั่น ก่อนจะสะบัดหน้าหนีแล้วทรุดตัวลงนั่งกับเก้าอี้พลาสติกหน้าโต๊ะทำงานของตัวเองบ้าง หยิบดินสอขึ้นมาหมุนเล่นในมือแก้เก้อ พยายามไม่สนใจสายตาคมกริบที่ยังคงมองตรงมาเป็นระยะ
ให้ตายเถอะ... ตาบ้านี่กินอะไรเป็นอาหาร ถึงได้หน้ามึนหน้าทนขนาดนี้!
เวลาผ่านไปเกือบสิบนาทีโดยไม่มีใครปริปากพูดอะไรออกมาอีก กรณ์ตัวแสบขอตัวปลีกวิสัยไปหาแฟนสาวที่คณะบริหารปล่อยให้เราสองคนนั่งจมอยู่กับความเงียบและเสียงลมพัดผ่านโครงสร้างเหล็กดิบๆ ของตึกคณะที่กำลังรีโนเวท ฉันก้มหน้าก้มตาคำนวณแรงเฉือนคานคอนกรีตเสริมเหล็กในสมุดโน้ต สมองอันปราดเปรื่องเริ่มโฟกัสกับตัวเลขและสูตรฟิสิกส์ตรงหน้าจนลืมความอึดอัดเมื่อครู่ไปเสียสนิท
กระทั่ง... มีเงาดำทอดทับลงมาบนกระดาษวาดแบบของฉัน
ฉันเงยหน้าขึ้นด้วยความหงุดหงิด คิดว่าคงเป็นยัยมีนที่เพิ่งกลับมาจากห้องน้ำ แต่ทว่า... สิ่งที่ปรากฏอยู่ตรงหน้ากลับไม่ใช่เพื่อนสนิทสายแฟชั่นของฉัน
แก้วกาแฟกระดาษสีคราฟท์เรียบๆ ถูกวางลงบนโต๊ะทำงานอย่างเบามือ หยดน้ำเกาะพราวรอบแก้วบ่งบอกว่ามันเพิ่งถูกซื้อมาสดๆ ร้อนๆ จากร้านกาแฟหัวมุมตึกคณะสถาปัตย์ที่ขึ้นชื่อเรื่องความเข้มข้นจนตาค้าง และที่สำคัญ... ตรงหลอดกระดาษสีน้ำตาลนั้น มีโน้ตโพสต์อิทสีเหลืองอ่อนแปะอยู่ พร้อมลายมือหวัดๆ แต่เป็นระเบียบที่คุ้นตา
*‘เลิกทำหน้าเป็นยักษ์กินตึกสักที กินซะ สมองจะได้ไม่ฝืด’*
ฉันชะงักกึก หัวใจกระตุกวูบไปชั่วขณะ รีบหันขวับไปมองรอบตัว ทว่าระเบียงทางเดินยาวเหยียดตอนนี้กลับว่างเปล่า ไม่มีเงาร่างสูงโปรดของนายสถาปัตย์ตัวร้ายยืนอยู่ตรงนั้นเสียแล้ว มีเพียงกลิ่นหอมกรุ่นของเอสเพรสโซ่ผสมนมสดจางๆ ที่ลอยแตะจมูก ยืนยันว่าเมื่อครู่ไม่ได้ตาฝาดไป
ฉันเอื้อมมือไปหยิบแก้วกาแฟนั้นขึ้นมาอย่างช้าๆ ปลายนิ้วสัมผัสกับความเย็นชื้นของแก้วกระดาษ ความรู้สึกบางอย่างอุ่นวาบขึ้นมาในอกอย่างห้ามไม่อยู่ รอยยิ้มบางๆ เผลอผุดขึ้นที่มุมปากโดยไม่รู้ตัว
ยัยบ้าเอ๊ย... ปากบอกว่าเกลียดนักเกลียดหนา แต่ทำไมหัวใจถึงได้เต้นแรงเป็นกลองเพลแบบนี้ฟะ!
"ฮั่นแน่! อะไรเนี่ยแก้วกาแฟใครอ่ะพรีม หน้าบานเชียวนะยะ"
เสียงแหลมใสของมีนที่เพิ่งเดินถือแฟ้มงานกลับเข้ามาดังขึ้นขัดจังหวะพอดี ยัยเพื่อนตัวดีชะโงกหน้าเข้ามามองแก้วกาแฟในมือฉันพร้อมกับดวงตาเป็นประกายวิบวับด้วยความอยากรู้อยากเห็น
ฉันรีบหุบยิ้มทันที ทำทีเป็นตีหน้ายุ่งแล้ววางแก้วลงบนโต๊ะตามเดิม "เปล่าสักหน่อย! กาแฟบ้าอะไรก็ไม่รู้ รสชาติขมชะมัด ใครจะไปอยากกิน"
พูดจบก็ทำท่าจะดันแก้วนั้นหลบไปไว้มุมโต๊ะ แต่สายตาดันเหลือบไปเห็นตัวหนังสือเล็กๆ ที่เขียนเพิ่มเติมอยู่มุมล่างสุดของโพสต์อิท... ฉันก้มลงอ่านมันชัดๆ อีกครั้งด้วยความตกใจ
*‘ปล. ถ้าไม่อยากให้ฉันมานั่งเฝ้าทุกวัน... ก็ดื่มให้หมดแก้วซะ’*
คำขู่หน้าไม่อายนั้นทำเอาฉันถึงกับสำลักน้ำลายตัวเอง แทบอยากจะกรีดร้องออกมาดังๆ ให้ลั่นตึกวิโยธา!
ยัยมีนที่ชะโงกหน้าเข้ามาอ่านทันพอดี ส่งเสียงกรี๊ดกร๊าดลั่นระเบียงทันที "กรี๊ดดด! แม่เจ้าโว้ย! นี่มันน้ำตาลเรียกพี่ชัดๆ นายนั่นซื้อให้แกเหรอพรีม พ่อหนุ่มสถาปัตย์มาไม้ไหนเนี่ย โรแมนติกแบบซึนๆ ตายๆๆ ชั้นเขินแทน!"
"มีน! เงียบเสียงไปเลยนะ!" ฉันหน้าแดงแจ๋ รีบเอามือปิดปากเพื่อนสนิทตัวแสบแทบไม่ทัน หัวใจเต้นรัวระรัวยิ่งกว่าตอนคำนวณสถิติตึกถล่มเสียอีก
ทว่า... ในเสี้ยววินาทีนั้นเอง เสียงแจ้งเตือนจากสมาร์ทโฟนบนโต๊ะก็ดังขึ้น *'Ping'*
ฉันเหลือบไปมองหน้าจอที่สว่างวาบขึ้นมา เป็นข้อความจากแอปพลิเคชันแชทสีเขียว... จากโปรไฟล์ของคนที่ไม่คิดว่าจะทักมาหาฉันในเวลานี้
**Thaim:** *'ดื่มหรือยัง? หรือต้องให้ฉันเดินกลับไปป้อนถึงที่?'*
และเมื่อฉันเงยหน้าขึ้นมองไปทางบันไดหนีไฟฝั่งเชื่อมตึกที่ควรจะว่างเปล่า... ร่างสูงโปร่งของธามในชุดช็อปเปื้อนกาวกำลังยืนพิงกำแพงกอดอกมองตรงมาที่ฉันพอดี ดวงตาคมกริบคู่นั้นทอประกายระยิบระยับด้วยรอยยิ้มเจ้าเล่ห์ที่มุมปาก...
ขอบคุณที่ติดตามอ่านตอนนี้นะคะ! หวังว่าจะฟินจิกหมอนกับความซึนของนายธามเขานะคะ แล้วพบกันใหม่ตอนหน้าค่ะ!
สถาปัตย์ตัวร้ายกับยัยโยธาปากแจ๋ว•ตอนที่ 4
กาแฟแก้วนั้นที่เธอซื้อให้
ผลงานโดย เกียร์เปื้อนกาวใจ
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (เกียร์เปื้อนกาวใจ)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง สถาปัตย์ตัวร้ายกับยัยโยธาปากแจ๋ว นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!