ขอหย่าแล้วไง? ในเมื่อผมรวยกว่าคุณร้อยเท่า•ตอนที่ 6

ฟ้าใส คนเดียวที่อยู่ข้างผม

ผลงานโดย ต้นไม้ริมระเบียง
กลิ่นอายความอับชื้นของห้องเช่ารูหนูขนาดสิบตารางเมตรในอดีต ยังคงติดตรึงอยู่ในความทรงจำของรินทร์ราวกับรอยแผลเป็นที่ไม่มีวันจางหาย แต่ในวินาทีนี้ กลิ่นหอมจางๆ ของดอกมะลิซ้อนที่ลอยมาจากสร้อยข้อมือเงินเรียบง่ายบนข้อมือของหญิงสาวข้างกาย กลับเป็นสิ่งเดียวที่ดึงสติอันเย็นชาของเขาให้กลับมาสู่โลกแห่งความเป็นจริง "คุณรินทร์... แน่ใจแล้วเหรอคะว่าไม่อยากให้ฉันช่วยถือกระเป๋าเอกสาร?" เสียงหวานนุ่มที่เจือความห่วงใยอย่างบริสุทธิ์ใจดังขึ้น ฟ้าใสช้อนดวงตากลมโตคู่สวยขึ้นมองเขา แววตาคู่นั้นไม่มีความโลภ ความหวาดกลัว หรือแม้แต่เงาของความกระวนกระวายใจเจืออยู่เลยสักนิด ทั้งที่ในอีกไม่กี่นาทีข้างหน้า พวกเขากำลังจะก้าวออกไปเผชิญหน้ากับกลุ่มคนที่เคยเหยียบย่ำศักดิ์ศรีของรินทร์จนจมดิน และกำลังจะเห็นตระกูลใหญ่โตของกวินพังทลายลงด้วยอำนาจเงินตราอันไร้ขีดจำกัดของระบบที่เขาครอบครอง รินทร์ชะงักฝีมือที่กำลังจัดเนคไทสูทผ้าไหมอิตาลีราคาหลักแสน ริมฝีปากหยักลึกยกยิ้มขึ้นเล็กน้อย เป็นรอยยิ้มที่ไม่ได้ไปถึงดวงตา แต่มันเต็มไปด้วยความอ่อนโยนที่เขามีให้ผู้หญิงคนนี้เพียงคนเดียว "สำหรับคนอื่นแล้ว โลกใบนี้คือสนามรบที่เต็มไปด้วยหน้ากากและผลประโยชน์ค่ะฟ้าใส..." รินทร์เอ่ยด้วยน้ำเสียงทุ้มนุ่ม มือหนายื่นออกไปกุมมือเรียวบางที่เย็นเฉียบของหญิงสาวไว้เบาๆ "แต่สำหรับผม... คุณคือบ้านหลังเดียวที่ผมอยากกลับมาซุกตัวหลบภัยจากความโสมمของพวกมัน" คำพูดนั้นทำให้ฟ้าใสชะงัก เปลือกตาบางกะพริบลงช้าๆ เพื่อซ่อนความไหววูบในแววตา ความทรงจำเมื่อครึ่งปีก่อนไหลย้อนกลับมาในหัวราวกับฉากภาพยนตร์ซ้ำๆ วันที่รินทร์ถูกกวินและพรรคพวกกลั่นแกล้งจนต้องออกจากงาน ถูกแฟนเก่าทิ้งอย่างไร้เยื่อใยเพราะความจน และเกือบจะจบชีวิตลงด้วยการกินยานอนหลับเกินขนาดในห้องเช่าแคաբๆ แห่งนั้น มีเพียงเธอ... ผู้หญิงที่บังเอิญเดินถือปิ่นโตมาส่งแม่บ้านห้องข้างๆ แล้วได้ยินเสียงร้องขอความช่วยเหลือ เธอพังประตูเข้าไป ปั๊มหัวใจยื้อชีวิตผู้ชายคนนี้ไว้ด้วยสองมือของเธอเอง และคอยหาข้าวต้มร้อนๆ มาป้อนในวันที่รินทร์หมดอาลัยตายอยากในชีวิต โดยไม่เคยเอ่ยปากทวงถามถึงความมั่งคั่ง หรืออนาคตที่มองไม่เห็นเลยสักนิด "คุณรินทร์พูดเกินไปแล้วค่ะ..." ฟ้าใสหลบสายตา แก้มเนียนใสขึ้นสีเรื่อด้วยความเขินอาย ปลายนิ้วเรียวพยายามจะดึงมือกลับเบาๆ แต่รินทร์กลับกระชับมือเธอแน่นขึ้น "ผมไม่ได้พูดเกินจริงเลยค่ะ" รินทร์จ้องลึกเข้าไปในดวงตาคู่นั้น "ในวันที่ผมไม่มีแม้แต่เศษเหรียญจะซื้อข้าว คุณคือคนเดียวที่เอาเงินเก็บก้อนสุดท้ายมาวางไว้บนโต๊ะแล้วบอกว่า 'กินให้อิ่มก่อนนะคะคุณรินทร์ ชีวิตคนเราเริ่มต้นใหม่ได้เสมอ' จำได้ไหมคะ?" ฟ้าใสเม้มริมฝีปากแน่น เผลอยิ้มออกมาทั้งน้ำตาคลอเบ้า มืออีกข้างยกขึ้นเช็ดหางตาตัวเองเบาๆ "ตอนนั้นฉันแค่กลัวว่าคุณจะตายคาห้องจริงๆ ต่างหากล่ะคะ ไม่อย่างนั้นฉันคงหลอนไปตลอดชีวิตแน่ๆ" เสียงหัวเราะทุ้มต่ำในลำคอของรินทร์ช่วยทำลายบรรยากาศตึงเครียดรอบตัวลงได้อย่างน่าประหลาด เขายื่นมือไปเกลี่ยปอยผมที่ตกลงมาเคล้าแก้มเนียนของเธออย่างทะนุถนอม สัมผัสที่อ่อนโยนนี้ตัดกันอย่างสิ้นเชิงกับความเหี้ยมเกรียมในแววตาของเขาที่จะใช้จัดการกับศัตรูในอีกไม่กี่นาทีข้างหน้า "ไปกันเถอะค่ะ..." รินทร์กระซิบข้างใบหูของหญิงสาวด้วยน้ำเสียงอ่อนโยน ทว่าก้องกังวานในความรู้สึกของทุกคนในห้อง "ได้เวลาไปดูเขาเริ่มทุบตึกต้อนรับสวะพวกนี้ออกจากชีวิตเราแล้วล่ะค่ะ" ประตูห้องสูทเพนต์เฮาส์สุดหรูชั้นบนสุดของโรงแรมระดับเจ็ดดาวเปิดออก ผู้อำนวยการฝ่ายบริหารของโรงแรมพร้อมด้วยบอดี้าร์ดสวมสูทสีดำสนิทสBายสี่คนยืนโค้งคำนับรออยู่ด้วยความนอบน้อมจนแทบชิดติดพื้น ท่าทีที่เปลี่ยนจากหน้ามือเป็นหลังมือนี้คือผลลัพธ์แรกของความรวยระดับมหาเศรษฐีที่ระบบปลดล็อกให้เขาเมื่อรุ่งสาง ฟ้าใสสูดลมหายใจเข้าลึก ฃעהก้าวเดินเคียงข้างรินทร์ลงไปยังชั้นล่างที่มีการจัดงานเลี้ยงประมูลอสังหาริมทรัพย์ครั้งใหญ่ ซึ่งกวินและตระกูลอภิสิทธิ์ชนกำลังรวมตัวกันอยู่ที่นั่นเพื่อหัวเราะเยาะความล้มเหลวในอดีตของเขา สายตาทุกคู่ในห้องโถงใหญ่หันมามองเป็นตาเดียวเมื่อประตูลิฟต์ส่วนตัวเปิดออก ร่างสูงสง่าในชุดสูทสั่งตัดพิเศษของรินทร์ก้าวเข้ามาอย่างมั่นคง โดยมีหญิงสาวหน้าตาจิ้มลิ้มในชุดเดรสเรียบหรูสีฟ้าอ่อนเดินเคียงข้าง รัศมีแห่งความเย่อหยิ่งเย็นชาที่แผ่ออกมาจากตัวรินทร์ทำให้บรรยากาศในงานเงียบกริบลงทันที กวินที่ถือแก้วไวน์ยืนอยู่ท่ามกลางกลุ่มนักธุรกิจผู้ดีตีนแดง ถึงกับสำลักเครื่องดื่มในปากเมื่อเห็นหน้าอดีตลูกน้องที่ตนเคยสั่ง รปภ. ลากคอออกนอกบริษัทเมื่อสามเดือนก่อน "เฮ้ย! นั่นมัน... รินทร์ไม่ใช่เหรอวะ?" เสียงซุบซิบดังขึ้นจากมุมห้อง กวินวางแก้วไวน์ลงบนถาดของบริกรด้วยสีหน้าบิดเบี้ยว เขาสะบัดหน้าเดินตรงเข้ามาหารินทร์ด้วยท่าทางกร่างตามนิสัยสันดานเดิม โดยมีสายตาเยาะเย้ยของพวกพ้องคอยจับจ้อง "โอ๊ะ โอ... นึกว่าใครที่ไหน ไอ้ลูกจ้างกระจอกนี่เอง!" กวินเหยียดยิ้มกว้าง แกล้งพูดเสียงดังให้คนทั้งงานได้ยิน "กล้าดียังไงถึงโผล่หัวเข้ามาในงานระดับนี้วะ? หรือว่าแอบปลอมตัวเป็นเด็กเสิร์ฟเข้ามาหาเศษเงินแถวนี้? น่าสมเพชจริงๆ..." รินทร์ไม่ได้ตอบโต้เขาทันที เขากลับหันไปมองฟ้าใสที่ยืนอยู่ข้างกาย เห็นเธอยังคงสงบนิ่งและส่งยิ้มบางๆ ให้กำลังใจเขา รินทร์จึงหันกลับมาหากวินด้วยแววตาเรียเฉยไร้ความรู้สึก ราวกับกำลังมองมดปลวกตัวหนึ่งที่กำลังดิ้นรนอยู่บนฝ่ามือ "ปากเก่งดีนี่กวิน..." รินทร์เอ่ยด้วยน้ำเสียงเรียบเรื่อย ทว่าทรงพลังจนกวินชะงักไปชั่วขณะ "น่าเสียดายนะ... ที่อีกสามนาทีข้างหน้า ปากดีๆ ของแก คงจะไม่มีสิทธิ์แม้แต่จะอ้าพูดอะไรได้อีก" "100,000,000 บาทครับท่านประธาน! กว้านซื้อหุ้นบริษัทของตระกูลกวินจนหมดเกลี้ยงแล้วครับ!" เสียงโทรศัพท์มือถือในกระเป๋าเสื้อของเลขาตระกูลกวินที่ยืนอยู่ไม่ไกลดังขึ้นท่ามกลางความเงียบงัน... --- ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกคนที่ร่วมเดินทางและส่งเสียงเชียร์ให้รินทร์และฟ้าใสในตอนนี้นะคะ
สารจากนักเขียน (ต้นไม้ริมระเบียง)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ขอหย่าแล้วไง? ในเมื่อผมรวยกว่าคุณร้อยเท่า นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%