เสียงปรบมือเยาะเย้ยของธน ากร กรรมการผู้จัดการฝ่ายขาย ดังก้องไปทั่วห้องประชุมใหญ่ จนกระทั่งเสียงสั่นต่ำของรินทร์เอ่ยขึ้นผ่านปลายสายในบทสนทนาก่อนหน้า—*ช่วยจัดการซื้อตึกสำนักงานใหญ่แห่งนี้ให้ราบเป็นหน้ากลองภายในสามชั่วโมงนี้ทีนะ... เพราะผมรำคาญกลิ่นเน่าเฟะของพวกสวะแถวนี้เต็มทนแล้วล่ะ*—และตอนนี้ เวลาสามชั่วโมงนั้นก็เหลือเพียงแค่สามนาทีสุดท้ายเท่านั้น
ธนากรหัวเราะร่วนจนพุงกระเพื่อม เขายกนาฬิกาแบรนด์หรูขึ้นดูหน้าปัดด้วยความสมเพชเวทนา ขณะกวาดสายตามองพนักงานต๊อกต๋อยที่เคยเป็นเบייהล่างให้เขาโขกสับมาตลอดสามปี รินทร์นั่งไขว่ห้างอยู่บนเก้าอี้พลาสติกสีซีดๆ ตัวเดิม ใบหน้าเรียบเฉยราwanรูปสลักน้ำแข็ง ไม่มีความหวาดกลัว ไม่มีความร้อนรน มีเพียงนัยน์ตาสีดำสนิทที่ลึกล้ำราวกับหุบเหวไร้ก้นบึง ซึ่งหากธนากรมีสติสักนิด เขาน่าจะสังเกตเห็นความเยือกเย็นที่น่ากลัวผิดมนุษย์นั้น
"หมดเวลาแล้วมั้งไอ้รินทร์!" ธนากรตบโต๊ะประชุมกระจกเสียงดังสนั่น เรียกรอยยิ้มสมเพชจากเหล่าหัวหน้าแผนกที่พากันเลียแข้งเลียขาเขา "ไหนล่ะตึกสำนักงานใหญ่ที่แกโม้ไว้? ไหนล่ะเงินหมื่นล้านที่แกอวดนักอวดหนา? แกคิดว่าตัวเองเป็นใครวะ แค่พนักงานกินเงินเดือนที่บริษัทกูจ้างมาเป็นหมาใช้งาน แกไม่มีปัญญาแม้แต่จะซื้อกาแฟสตาร์บัคส์แก้วละร้อยด้วยซ้ำ อย่าว่าแต่ตึกราคาสองพันล้านนี่เลย!"
ฟ้าใส ซึ่งยืนอยู่เคียงข้างเก้าอี้ของรินทร์ เม้มริมฝีปากแน่น มือเรียวบางกำชายเสื้อสูทของชายหนุ่มไว้จนยับยู่ยี่ แม้เธอจะเชื่อมั่นในตัวรินทร์หมดหัวใจจากปาฏิหาริย์ที่เขาแสดงให้เห็นในช่วงไม่กี่วันที่ผ่านมา แต่บรรยากาศการกดดันและสายตานับสิบที่จ้องมองมาด้วยความดูถูกเหยียดหยาม ก็ทำให้หัวใจดวงน้อยเต้นระทึกด้วยความหวาดหวั่น
รินทร์ไม่ตอบโต้ เขาเพียงแค่ยกปลายนิ้วขึ้นเคาะโต๊ะเป็นจังหวะช้าๆ *ต๊อก... ต๊อก... ต๊อก...* เป็นจังหวะที่บีบเค้นลมหายใจของคนในห้องให้ติดขัดอย่างไร้เหตุผล
"รินทร์... คุณไหวไหมคะ?" ฟ้าใสกระซิบถามเสียงสั่นด้วยความห่วงใย เธอไม่อยากให้เขากลายเป็นตัวตลกในสายตาของคนพวกนี้
รินทร์หันมามองหญิงสาว นัยน์ตาสีดำสนิทที่เย็นชาพลันอ่อนแสงลงชั่วขณะ เขาส่งยิ้มบางๆ ที่เปี่ยมด้วยความมั่นใจให้เธอ "เชื่อผมสิครับ... อ้อ หมายถึง เชื่อผมนะคะฟ้าใส คนอย่างพวกเรา ไม่จำเป็นต้องก้มหัวให้สวะที่เหเห่าหอนไปวันๆ อีกแล้ว"
คำพูดนั้นดังพอที่จะทำให้ธนากรหน้าดำคร่ำเครียดด้วยความโกรธเกรี้ยว
"ปากดีนักนะไอ้สตรีทเด็กเปรต! รปภ.! เข้ามาลากคอสองตัวนี้ออกไปโยนทิ้งข้างถนนซะ!" ธนากรตวาดลั่น รปภ. ร่างยักษ์สองคนก้าวพรวดพราดเข้ามาในห้องพร้อมกับสีหน้าถมึงทึง
ทว่า... ก่อนที่มือหยาบกร้านจะเอื้อมมาแตะตัวรินทร์ เสียงโทรศัพท์มือถือบนโต๊ะทำงานของธนากรก็แผדเสียงแหลมสูงขึ้นขัดจังหวะ
*กริ๊งงงงง!*
ธนากรขมวดคิ้วอย่างหงุดหงิด เขากดรับสายด้วยความฉุนเฉียว "มีอะไรวะ! ตอนนี้ฉันกำลังยุ่งกับการไล่ขยะออกจากบริษัทอยู่!"
"ทะ... ท่านกรรมการผู้จัดการครับ! เกิดเรื่องใหญ่แล้วครับ!" เสียงปลายสายเป็นเลขาฯ ส่วนตัวของประธานบริษัทใหญ่ น้ำเสียงสั่นเครือจนแทบฟังไม่ได้ศัพท์ "มะ... มีผู้ถือหุ้นรายใหญ่คนใหม่กว้านซื้อหุ้นทั้งหมดของบริษัทเราผ่านตลาดหลักทรัพย์แบบบล็อกดีลในราคาพรีเมียม! ตอนนี้... ตอนนี้เขาถือหุ้นในมือเกินเจ็ดสิบเปอร์เซ็นต์แล้วครับ!"
ธนากรชะงัก รอยยิ้มเยาะค้างเติ่งอยู่บนใบหน้า "ว่ายังไงนะ? หุ้นเจ็ดสิบเปอร์เซ็นต์? ใครหน้าไหนมันจะมีปัญญาทำแบบนั้น! บริษัทเรามูลค่าตลาดตั้งกี่หมื่นล้าน!"
"คะ... ฅนคนนั้น... เขาอยู่ที่นั่นครับ!" เสียงเลขาฯ หอบแฮกด้วยความตื่นตระหนก "เขาคือ... เจ้าของใหม่ที่จะมาเปลี่ยนแปลงทุกอย่าง ท่านประธานคนเก่าถูกบอร์ดบริหารปลดพ้นตำแหน่งทันทีเมื่อห้านาทีที่แล้ว และ... และคำสั่งแรกของท่านประธานคนใหม่คือ..."
เลขาฯ กลืนน้ำลายลงคอatอย่างยากลำบาก ก่อนจะประกาศิตชื่อที่ทำให้ธนากรถึงกับหูอื้อตาลาย
"คำสั่งแรกคือ... ไล่พนักงานระดับบริหารและหัวหน้าแผนกทุกคนที่มีส่วนเกี่ยวข้องกับการกดขี่ข่มเหงพนักงาน ออกจากตึกนี้ภายในสิบห้านาที! และ... และทุบตึกสำนักงานใหญ่ทิ้งเพื่อสร้างสวนสาธารณะครับ!"
โทรศัพท์มือถือในมือของธนากรหลุดร่วงจากอุ้งมือกระแทกพื้นกระเบื้องเสียงดัง *เพล้ง!* หน้าจอตแตกละเอียดไม่ต่างจากโลกทั้งใบของเขาในเวลานี้
ความเงียบงันราวกับป่าช้าเข้าปกคลุมห้องประชุมทันที ทุกสายตาที่เคยทอดมองรินทร์ด้วยความดูถูกเหยียดหยาม ค่อยๆ เปลี่ยนเป็นความหวาดกลัวสุดขีด ร่างของธนากรทรุดฮวบลงไปนั่งกองกับพื้น ราวกับกระดูกสันหลังถูกดึงออกไปจนหมดสิ้น
รินทร์ค่อยๆ ลุกขึ้นยืนเต็มความสูง จัดปกเสื้อสูทราคาแพงที่เพิ่งสั่งตัดพิเศษให้เข้าที่อย่างใจเย็น เขาเดินเข้าไปใกล้ธนากรที่กำลังเงยหน้าขึ้นมองเขาด้วยแววตาที่สั่นระริกราวกับเห็นผีสาง
"คุณ... คุณมัน... เป็นใครกันแน่..." ธนากรละล่ำละลักถาม เสียงแหบแห้งจนแทบไม่เป็นภาษา
รินทร์โน้มตัวลงเล็กน้อย นัยน์ตาคมกริบมองลอดผ่านกรอบแว่นสายตาที่ไม่ได้มีค่าอะไรนอกจากเป็นเครื่องประดับ "ผมก็แค่พนักงานต๊อกต๋อย... ที่คุณเคยบอกว่าไม่มีปัญญาแม้แต่จะซื้อกาแฟแก้วละร้อยยังไงล่ะครับ... อ้อ ขอโทษทีนะคะ ติดปากไปหน่อย ฉันหมายถึง 'ยังไงล่ะคะ'" รินทร์ยิ้มเยาะที่มุมปาก น้ำเสียงทุ้มนุ่มแต่เยือกเย็นจนกระดูกสันหลังของธนากรเย็นวาบ
"จำไว้นะครับธนากร... เงินน่ะ อาจจะไม่ได้ซื้อความสุขได้ทุกอย่าง..." รินทร์หยิบบัตรเครดิตโลหะสีดำสนิทไร้ขีดจำกัด (Black Card) ออกมาจากกระเป๋าเสื้อสูท หมุนเล่นเบาๆ ระหว่างนิ้วเรียวยาว "แต่มันสามารถซื้อหัวหัวหน้าห่วยๆ อย่างคุณ ทุบตึกที่คุณภูมิใจนักหนา และเหยียบย่ำศักดิ์ศรีที่คุณเคยใช้รังแกคนอื่น ให้จมดินได้ภายในพริบตาเดียว"
ในวินาทีนั้นเอง เสียงเครื่องยนต์คำรามกึกก้องสะเทือนเลื่อนลั่นจากด้านนอกหน้าต่างกระจกใสบานใหญ่ ทุกคนหันไปมองตามเสียง และภาพที่ปรากฏเบื้องหน้าก็ทำให้ทุกคนต้องอ้าปากค้างจนแทบกลืนกินอากาศไม่ลง
เฮลิคอปเตอร์ส่วนตัวสีดำสนิท ลายพรางทองอร่าม สลักตราสัญลักษณ์ประจำตระกูลเศรษฐีอันดับหนึ่งของประเทศ ค่อยๆ ลดระดับลงจอดอย่างสง่างามบนลานจอดเฮลิคอปเตอร์ชั่วคราวที่ถูกเนรมิตขึ้นบนดาดฟ้าตึกสำนักงานใหญ่แห่งนี้อย่างรวดเร็วราวกับเวทมนตร์!
ประตูเฮลิคอปเตอร์เปิดออก พร้อมกับการปรากฏตัวของชายชุดสูทสีดำนับสิบคนที่ก้าวลงมาตั้งแถวต้อนรับอย่างเป็นระเบียบ ก่อนที่หัวหน้าผู้บริหารสูงสุดคนใหม่ของเครือข่ายธุรกิจระดับโลกจะก้าวออกมายืนสง่านิ่ง และโค้งคำนับให้ทิศทางที่รินทร์ยืนอยู่ด้วยความเคารพสูงสุด!
ฟ้าใสเบิกตากว้างด้วยความตกตะลึง มือเรียวปิดปากตัวเองแน่นขณะมองภาพตรงหน้า สัมผัสได้ถึงหัวใจของชายหนุ่มที่ยืนเคียงข้างเธอว่ามันทรงพลังและไร้ซึ่งขีดจำกัดเพียงใด
รินทร์ปรายตามองธนากรที่ตอนนี้ลงไปนอนหมอบราบกับพื้น ร้องไห้ฟูมฟายราวกับสุนัขจนตรอก ก่อนที่ชายหนุ่มจะยื่นบัตรสีดำสนิทในมือส่งให้ฟ้าใสถือไว้เบาๆ
"ไปกันเถอะครับฟ้าใส..." รินทร์กระซิบข้างใบหูของหญิงสาวด้วยน้ำเสียงอ่อนโยน ทว่าก้องกังวานในความรู้สึกของทุกคนในห้อง "ได้เวลาไปดูเขาเริ่มทุบตึกต้อนรับสวะพวกนี้ออกจากชีวิตเราแล้วล่ะค่ะ"
ยอดเยี่ยมและน่าติดตามขนาดนี้ หวังว่าจะถูกใจนักอ่านทุกท่านนะคะ!
ขอหย่าแล้วไง? ในเมื่อผมรวยกว่าคุณร้อยเท่า•ตอนที่ 5
เงินคือพระเจ้า
ผลงานโดย ต้นไม้ริมระเบียง
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ต้นไม้ริมระเบียง)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ขอหย่าแล้วไง? ในเมื่อผมรวยกว่าคุณร้อยเท่า นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!