เสียงหัวoเราะเยาะเย้ยในห้องจัดเลี้ยงระดับเพנט์เฮาส์ใจกลางเมืองหรูหรา ดับลงราวกับมีใครกดปุ่มปิดเสียงทันทีที่บานประตูไม้สักทองสลักลายเบอร์รีทองคำถูกผลักเปิดออกด้วยปลายนิ้ว
กลิ่นอายของความตื่นตระหนกและความสงสัยระคนกันอบอวลขึ้นในอากาศ ท่ามกลางแสงไฟจากแชนเดอเลียร์คริสตัลนับพันดวงที่สาดส่องลงมากระทบกับเนื้อผ้าสูทสั่งตัดพิเศษสีเทาเข้มประกายมุก ซึ่งทอขึ้นจากเส้นใยขนแกะบริสุทธิ์ผสมผงเพชรแท้—มันคือผลงานชิ้นเอกระดับกูตูร์จากปารีสที่ไม่มีทางหาซื้อได้ตามบูติกทั่วไป และมีราคาค่าตัวสูงลิ่วจนสามารถซื้อคฤหาสน์หรูหลังย่อมๆ ได้ทั้งหลัง
รินทร์ก้าวเท้าเข้ามาด้านในด้วยจังหวะที่มั่นคงและเยือกเย็น สายตาสีเข้มคมกริบกวาดมองฝูงชนไฮโซที่ยืนถือแก้วแชมเปญค้างไว้กลางอากาศ ใบหน้าของแต่ละคนเผือดสีลงทีละน้อย ราวกับกำลังเห็นผีดิบฟื้นคืนชีพจากหลุมศพ
"นั่น... นั่นมันรินทร์ไม่ใช่เหรอ?"
เสียงกระซิบกระซาบดังขึ้นจากมุมหนึ่งของห้อง หญิงสาวในชุดราตรีเกาะอกปักเลื่อมเพชรขยับแว่นกันแดดราคาแพงบนศีรษะลงมามองซ้ำแล้วซ้ำเล่าด้วยความไม่เชื่อสายตา "ผู้ชายที่เคยตามตื๊อขอเศษเงินลงทุนจากพวกเราเมื่อสามเดือนก่อนเนี่ยนะ? เป็นไปได้ยังไงกัน!"
กวิน ซึ่งยืนอยู่ ณ จุดศูนย์กลางของห้องในชุดสูทแบรนด์ดังสีน้ำเงินเข้ม ชะתาการแกว่งแก้วไวน์ในมือ รอยยิ้มเย่อหยิ่งที่เคยประดับอยู่บนใบหน้าหล่อเหลาแข็งค้างจนกลายเป็นความบิดเบี้ยว ดวงตาคู่คมจ้องเขม็งไปยังร่างสูงโปร่งที่ยืนสง่างามอยู่เบื้องหน้า เขารู้จักสูทตัวนั้นดี... เพราะมันคือคอลเลกชันจำกัดจำนวนที่มีเพียงสามชุดในเอเชีย และหนึ่งในนั้นถูกปฏิเสธการขายให้แก่เขาด้วยเหตุผลที่ว่า *'คุณสมบัติของท่านยังไม่ผ่านเกณฑ์ความเป็นลูกค้าระดับแบล็กคาร์ดของแบรนด์'*
แต่ตอนนี้ มันกลับสวมอยู่บนร่างของไอ้สวะที่เขาเคยเหยียบย่ำลงกับพื้นดิน
"ไง กวิน สีหน้าดูไม่ค่อยดีเลยนะ" รินทร์เอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงราบเรียบ ทว่าทรงพลังจนสั่นประสาทคนฟังให้ไขว้เขว เขายกมุมปากขึ้นเล็กน้อยเป็นรอยยิ้มที่ไม่ได้ไปถึงดวงตา "ตกใจที่เห็นคนตายฟื้นคืนชีพ หรือว่าตกใจที่เห็นคนที่นายเคยคิดว่าจะไม่มีวันลืมตาอ้าปากได้ ยืนอยู่สูงกว่านายกันแน่?"
"แก..." กวินเค้นเสียงลอดไรฟัน ใบหน้าเริ่มแดงก่ำด้วยความอับอายท่ามกลางสายตาของแขกเหรื่อหลายสิบคนที่หันมาจับจ้อง "แกเอาเงินที่ไหนมาซื้อชุดนี้! อย่าบอกนะว่าไปปล้นธนาคารมา หรือว่าไปเกาะผู้หญิงรวยที่ไหนกินอีก ถึงได้กล้าอาจหาญเดินเข้ามาเหยียบงานวันเกิดฉันแบบนี้!"
ความเงียบสงัดปกคลุมห้องจัดเลี้ยงอีกครั้ง ทุกคนต่างพยักหน้าเห็นด้วยกับข้อสันนิษฐานของกวิน ในวงสังคมไฮโซแห่งนี้ สถานะทางสังคมคือเครื่องวัดคุณค่าของมนุษย์ และพวกเขาก็พร้อมจะเชื่อว่ารินทร์เป็นแค่ไอ้ตัวตลกที่พยายามแต่งตัวเลียนแบบคนรวยเพื่อมาเรียกร้องความสนใจ
รินทร์ไม่โกรธเคือง เขาเพียงแต่หัวเราะในลำคอเบาๆ เป็นเสียงที่เย็นชาจนบาดลึกถึงขั้วหัวใจ
"การเกาะคนอื่นกินมันเป็นสันดานของนายต่างหาก กวิน" รินทร์ก้าวเข้าไปใกล้ชิดขึ้นอีกนิด จนกวินต้องเผลอถอยหลังไปหนึ่งก้าวโดยไม่รู้ตัว "จำโปรเจกต์อสังหาฯ ริมแม่น้ำที่นายแย่งเอาไปจากฉันเมื่อปีก่อนได้ไหม? ตอนนั้นนายหัวเราะเยาะฉันว่าโง่ที่เซ็นสัญญาโดยไม่รอบคอบ... แต่ตอนนี้ น่าแปลกใจนะ ที่บริษัทของครอบครัวนายกำลังจะล้มละลายเพราะไม่มีเงินหมุนเวียนแม้แต่บาทเดียว"
ดวงตาของกวินเบิกกว้างขึ้นทันที ความลับที่เขาพยายามปิดตายถูกเปิดโปงต่อหน้าธารกำนัล ความตื่นตระหนกฉายชัดบนใบหน้าจนปิดไม่มิด
"แก... แกพูดเรื่องอะไรวะ!" กวินตวาดเสียงลั่นเพื่อกลบเกลื่อนความกลัวที่กำลังกัดกินจิตใจ
"ฉันไม่ได้พูดเล่น" รินทร์ยกมือขึ้นจัดปกเสื้อสูทของตนเองอย่างใจเย็น ก่อนจะหยิบโทรศัพท์มือถือเครื่องหรูรุ่นพิเศษที่ทำจากไทเทเนียมแท้ขึ้นมาหมุนเล่นเบาๆ "และถ้าฉันจำไม่ผิด หุ้นร้อยละสี่สิบของบริษัทนาย ตอนนี้ถูกซื้อเก็บไว้ในพอร์ตของบริษัทลงทุนปริศนาแห่งหนึ่งหมดแล้ว... ซึ่งบังเอิญจริงๆ ที่บริษัทนั้นเป็นของฉันเอง"
เสียงฮือฮาดังระเบิดขึ้นทันที บรรดาไฮโซที่เคยยืนล้อมวงเลียแข้งเลียขากวินต่างรีบถอยร่นออกห่างจากทายาทหนุ่มผู้ตกอับราวกับรังเกียจเชื้อโรค สายตาทุกคู่ที่มองกวินแปรเปลี่ยนจากความชื่นชมเป็นการดูถูกและสมเพชเวทนา
กวินเข่าอ่อนยวบลงเล็กน้อย มือที่ถือแก้วไวน์สั่นเทาจนของเหลวสีแดงฉานกระฉอกเปื้อนเสื้อสูทราคาแพง "ไม่จริง... แกโกหก! แกเป็นใคร ถึงจะมีปัญญาซื้อหุ้นทั้งหมดนั่น!"
รินทร์โน้มตัวลงไปกระซิบข้างหูของกวินด้วยน้ำเสียงที่แผ่วเบา แต่กลับดังชัดเจนก้องอยู่ในโสตประสาทของทุกคนในห้อง
"ฉันคือคนที่นายไม่มีวันเอื้อมถึง... และในอีกสามนาทีข้างหน้า ธนาคารจะส่งจดหมายยึดทรัพย์เพนท์เฮาส์หลังนี้ เพราะเจ้าของที่แท้จริงอย่างฉัน ได้สั่งระงับวงเงินกู้ทั้งหมดของครอบครัวนายเรียบร้อยแล้ว"
รินทร์ผละตัวออกมายืนตรงอย่างสง่างาม เขาปัดฝุ่นที่มองไม่เห็นบนไหล่สูทเบาๆ ก่อนจะหมุนตัวเดินกลับหลังเพื่อมุ่งหน้าไปยังประตูทางออก โดยไม่แม้แต่จะชายตามองกวินที่ทรุดฮวบคุกเข่าลงกับพื้นพรมราคาแพงด้วยความสิ้นหวัง
ทว่า ในวินาทีที่มือของรินทร์กำลังจะเอื้อมไปสัมผัสกับที่จับประตูทองคำเพื่อก้าวออกไปรับแสงสว่างแห่งชัยชนะ เสียงโทรศัพท์มือถือในกระเป๋าเสื้อสูทของเขาก็แผดเสียงดังขึ้นทำลายความเงียบงัน
รินทร์ชะงักฝีเท้า เขาก้มลงมองหน้าจอที่ปรากฏชื่อสายเรียกเข้า... เป็นเบอร์แปลกจากต่างประเทศที่ไม่มีการบันทึกข้อมูล แต่รหัสพื้นที่ระบุชัดเจนว่าเป็นเกาะส่วนตัวแห่งหนึ่งในมหาสมุทรแปซิฟิก
นิ้วเรียวยาวกดรับสายอย่างไม่รีบร้อน เสียงทุ้มต่ำและเย็นยะเยือกของชายชราคนหนึ่งดังลอดออกมาจากลำโพง ท่ามกลางความเงียบสนิทที่ทุกคนกำลังตั้งใจเงี่ยหูฟัง
*"คุณรินทร์ครับ... ทางเราตรวจสอบพบความผิดปกติของการโอนเงินจำนวนหนึ่งหมื่นล้านดอลลาร์เข้าสู่บัญชีลับของคุณเมื่อสักครู่... และตอนนี้ ทางการกำลังตรวจสอบว่าคุณอาจพัวพันกับเครือข่ายฟอกเงินระดับโลก คุณจะให้ทางเราจัดการเคลียร์ให้เลยไหมครับ หรือจะปล่อยให้ตำรวจสากลไปเยี่ยมคุณที่งานเลี้ยงตอนนี้ดี?"*
รินทร์นิ่งเงียบไปชั่วขณะ ดวงตาคมกริบหันกลับมามองฝูงชนในงานที่กำลังอ้าปากค้างด้วยความตกตะลึงสุดขีดอีกครั้ง... ก่อนที่รอยยิ้มเย้ยหยันจะผุดขึ้นที่มุมปากอย่างช้าๆ
**************************************************
ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ร่วมเดินทางและสนับสนุนกันมาโดยตลอดนะคะ หวังว่าจะชื่นชอบความสะใจในบทนี้ค่ะ!
ขอหย่าแล้วไง? ในเมื่อผมรวยกว่าคุณร้อยเท่า•ตอนที่ 7
งานเลี้ยงไฮโซลุกเป็นไฟ
ผลงานโดย ต้นไม้ริมระเบียง
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ต้นไม้ริมระเบียง)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ขอหย่าแล้วไง? ในเมื่อผมรวยกว่าคุณร้อยเท่า นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!