ขอหย่าแล้วไง? ในเมื่อผมรวยกว่าคุณร้อยเท่า•ตอนที่ 8

ใครกันแน่ที่กระจอก?

ผลงานโดย ต้นไม้ริมระเบียง
"เครื่องประดับชิ้นนี้... สำหรับคนที่มีปัญญาจ่าย ไม่ใช่สำหรับคนที่ยืนอ้าปากค้างรอเศษทานค่ะ" เสียงทุ้มต่ำแต่นุ่มนวลที่เปล่งออกมาจากริมฝีปากของรินทร์ไม่ได้ดังกระโชกโฮกฮาก แต่ทว่ากลับทรงพลังราวกับค้อนเหล็กที่ตอกลงกลางใจของบรรดาแขกเหรื่อผู้ดีตีนแดงในงานประมูลเครื่องประดับชั้นนำแห่งนี้ บรรยากาศรอบกายเงียบงัดลงทันที ราวกับว่าออกซิเจนในห้องโถงหรูหราราคาแพงถูกสูบออกจนหมดสิ้น รินทร์ยืนกอดอกอย่างสบายอารมณ์ สายตาคมกริบกวาดมองกลุ่มคนที่เคยรุมเหยียดหยามเขาเมื่อไม่กี่นาทีที่แล้วด้วยความเวทนา ระหว่างที่ฟ้าใส หญิงสาวผู้เคียงบ่าเคียงไหล่เขามาตั้งแต่ยามยาก ยืนส่งยิ้มบางๆ อย่างรู้ทัน เธอยื่นมือเรียวไปสัมผัสแขนเสื้อสูทตัดเย็บพิเศษของเขาเบาๆ เป็นเชิิงเตือนสติไม่ให้เขาเล่นสนุกกับมดปลวกเหล่านี้จนเกินงาม แต่ในแววตากลมโตคู่นั้นกลับประกายระยิบระยับด้วยความสะใจไม่แพ้กัน กวิน หน้าซีดเผือกจนแทบไม่เหลือสีเลือด ริมฝีปากของทายาทมหาเศรษฐีผู้หยิ่งยโสสั่นระริก ดวงตาเบิกกว้างด้วยความไม่อยากเชื่อ ภาพของรินทร์ในอดีตที่เคยสวมเสื้อผ้าเก่าๆ ซอมซ่อและก้มหัวให้เขาซ้อนทับขึ้นมา แต่มันกลับถูกฉีกกระชากจนแหลกละเอียดด้วยสูทราคาแพงระยับและรัศมีแห่งอำนาจที่แผ่ออกมาจากตัวชายหนุ่มในยามนี้ "ทะ... เป็นไปไม่ได้!" กวินเค้นเสียงลอดไรฟันออกมาด้วยความเคียดแค้น มือทั้งสองข้างกำเข้าหากันจนเล็บจิกเข้าไปในเนื้อ "แกมันก็แค่... แค่ไอ้เศษสวะที่ฉันเคยไล่ออกไปจากชีวิต! เอาเงินมาจากไหนวะ? หรือว่าไปปล้นธนาคารมา!" คำกล่าวหาที่เต็มไปด้วยความอิจฉาริษยาและไร้ซึ่งความตรรกะเรียกเสียงหัวเราะเบาๆ ในลำคอจากรินทร์ รินทร์ปรายตามองกวินราวกับมองมดปลวกที่ไต่อยู่บนพื้นรองเท้า เขาย่างสามขุมเข้าไปหากวินอย่างช้าๆ เสียงรองเท้าหนังชั้นดีกระทบพื้นหินอ่อนดัง ก๊อป... ก๊อป... ทุกย่างก้าวสร้างแรงกดดันมหาศาลจนกวินต้องถอยหลังโดยไม่รู้ตัว "ปล้นเหรอคะ? กวินคะ สมองคุณคงเสื่อมไปตามอายุขัยแล้วกระมัง" รินทร์ยิ้มเยาะ "โลกนี้น่ะ คนที่รวยจนคุณจินตนาการไม่ออกยังมีอีกเยอะค่ะ เพียงแต่... ที่ผ่านมาคุณมองไม่เห็น เพราะสายตาของคุณมันคับแคบอยู่แค่ในกะឞาบกะลาของตระกูลตัวเองเท่านั้นเอง" "แก...!" กวินหน้าดำคร่ำเครียดด้วยความอัปยศอดสู ท่ามกลางสายตาของเซเลบและนักธุรกิจนับร้อยคนที่กำลังจ้องมองมาเป็นตาเดียว เสียงซุบซิบนินทาเริ่มดังระงมขึ้นอีกครั้ง แต่คราวนี้เป้าหมายไม่ได้อยู่ที่รินทร์อีกต่อไป หากแต่พุ่งเป้ามาที่กวินผู้กำลังเสียหน้าอย่างหนัก รินทร์ไม่สนใจกวินที่กำลังจะคลั่งตายอยู่รอมร่อ เขาหันหลังกลับไปหาผู้จัดการร้านเพชรชื่อดังระดับโลกที่ยืนเหงื่อตกอยู่ใกล้กับตู้จัดแสดงสินค้า ชายวัยกลางคนในชุดสูทเนี๊ยบรีบโค้งตัวลงต่ำด้วยความนอบน้อมเกินร้อยทันทีที่รินทร์ปรายตามอง "ชุดเครื่องประดับ 'Aria of the Ocean' เซ็ตนี้..." รินทร์เอ่ยพลางใช้นิ้วเคาะกระจกตู้เบาๆ "สร้อยคอเพชรน้ำงามประดับมรกตเม็ดโต พร้อมต่างหูและกำไลข้อมือเข้าชุดกัน ราคาแปดสิบห้าล้านบาท ใช่ไหมคะ?" "ด... Đúng ครับ! ถูกต้องครับคุณรินทร์!" ผู้จัดการร้านละล่ำละลักตอบด้วยความตื่นเต้น มือไม้สั่นเทา "สิบสี่ล้าน... เอ๊ย ไม่ใช่ครับ แปดสิบห้าล้านบาทถ้วนครับ เป็นคอลเลกชันพิเศษที่มีเพียงชุดเดียวในโลกครับ!" ฟ้าใสแอบสูดหายใจเข้าลึกๆ แม้เธอจะรู้ว่ารินทร์ในตอนนี้มีทรัพย์สินมหาศาลขนาดไหน แต่การจ่ายเงินก้อนโตขนาดนี้ในพริบตาเดียวเพื่อตบหน้าคนอื่น ก็ยังเป็นเรื่องที่ชวนให้หัวใจเต้นแรงอยู่ดี เธอมองเสี้ยวหน้าด้านข้างของชายหนุ่มที่เต็มไปด้วยความเด็ดเดี่ยวและความเยือกเย็นอย่างลึกซึ้ง ผู้ชายคนนี้... ไม่ใช่ผู้ชายคนเดิมที่เคยถูกเหยียบย่ำอีกต่อไปแล้ว "ดีค่ะ" รินทร์หยิบกระเป๋าเงินหนังจระเข้ออกมาอย่างใจเย็น ก่อนจะดึงบัตรเครดิตสีดำสนิทที่ปราศจากลวดลายใดๆ แต่สะท้อนประกายแสงไฟระยิบระยับออกมา "รูดเต็มจำนวนค่ะ ไม่ต้องผ่อน" ผู้จัดการร้านรับบัตรใบนั้นด้วยสองมือราวกับมันคือวัตถุโบราณล้ำค่า เขารีบวิ่งไปที่เครื่องรูดบัตรอีดีซีอย่างลนลาน ท่ามกลางความเงียบสงัดของทุกคนในงาน ทุกคู่สายตาต่างจดจ้องไปที่หน้าจอเครื่องรูดบัตรราวกับรอคอยการตัดสินประหารชีวิต *ติ๊ด! แกร๊ก...* เสียงเครื่องพิมพ์ใบเสร็จขนาดเล็กทำงานอย่างรวดเร็วดังก้องไปทั่วห้องโถง แสงไฟสีเขียวบนเครื่องรูดบัตรสว่างวาบขึ้นอย่างชัดเจน เป็นอันยืนยันว่าธุรกรรมมูลค่าแปดสิบห้าล้านบาทได้ผ่านพ้นไปอย่างไร้รอยต่อ และวงเงินในบัญชีของรินทร์ยังคงไร้ขีดจำกัดเช่นเดิม ผู้จัดการร้านฉีกยิ้มกว้างจนแทบถึงใบหู เขายื่นใบเสร็จและบัตรคืนให้ด้วยความเคารพสูงสุด "ทำรายการสำเร็จเรียบร้อยครับคุณรินทร์! ทางเราขอแสดงความยินดีกับคุณสุภาพสตรีด้วยนะครับที่ได้ครอบครองผลงานชิ้นเอกนี้" ฟ้าใสรับกล่องกำมะหยี่สีน้ำเงินเข้มที่ผู้จัดการร้านประคองมาให้อย่างนิ่มนวล เธอยิ้มรับคำยินดีนั้นด้วยกิริยาท่าทางที่สง่างามและเยือกเย็นไม่แพ้กัน ราวกับว่าเพชรราคาแปดสิบห้าล้านบาทนี้เป็นเพียงแค่ก้อนกรวดริมทาง กวินเข่าอ่อนทรุดลงไปครึ่งหนึ่ง สายตาจ้องมองใบเสร็จในมือผู้จัดการร้านด้วยความสิ้นหวัง เงินแปดสิบห้าล้านบาท... จ่ายออกไปโดยไม่มีการลังเลแม้แต่วินาทีเดียว! ความจริงข้อนี้กระแทกเข้ากลางหน้าอกเขาจนหายใจไม่ออก เขารู้ซึ้งแล้วว่าในตอนนี้ รินทร์ไม่ได้อยู่บน A แพลตฟอร์มเดียวกับเขาอีกต่อไปแล้ว รินทร์อยู่สูงขึ้นไปจนเขาไม่มีวันเอื้อมถึง รินทร์เดินเข้ามาหยุดยืนตรงหน้ากวินที่กำลังเงยหน้ามองเขาด้วยแววตาสั่นระริก รอยยิ้มเย็นชาผุดขึ้นที่มุมปากของชายหนุ่มอีกครั้ง "จำไว้นะคะกวิน..." รินทร์โน้มตัวลงกระซิบเบาๆ ให้ได้ยินกันแค่สองคน "คนที่ไม่มีปัญญาแม้แต่จะสู้หน้าคนอื่น... คือคนที่กระจอกอย่างแท้จริงค่ะ" ทว่า ในวินาทีที่รินทร์กำลังจะหันหลังเดินออกจากงานเพื่อพาฟ้าใสไปฉลองความสำเร็จนั้นเอง เสียงปรบมือช้าๆ และทรงพลังก็ดังขึ้นจากมุมมืดของระเบียงชั้นสอง *แปะ... แปะ... แปะ...* ร่างระหงในชุดราตรีสีแดงเพลิงก้าวออกมาจากเงาสลัว ใบหน้าเรียวสวยได้รูปประดับด้วยรอยยิ้มลึกลับที่อ่านไม่ออก เธอมองลงมาที่รินทร์ด้วยแววตาที่เต็มไปด้วยความท้าทายและความสนใจอย่างสุดซึ้ง ก่อนที่เสียงหวานกังวานจะเอ่ยชื่อที่ทำให้รอยยิ้มบนใบหน้าของรินทร์ต้องชะงักลงทันที "ไม่นึกเลยนะคะว่าจะได้เจอคุณที่นี่... 'คุณชายรินทร์' ทายาทตัวจริงคนที่สามของตระกูลมหาเศรษฐีอันดับหนึ่งที่หายสาบสูญไป" --- ขอขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางมาถึงบทนี้นะคะ แล้วพบกันใหม่ในตอนหน้าค่ะ *ต้นไม้ริมระเบียง*
สารจากนักเขียน (ต้นไม้ริมระเบียง)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ขอหย่าแล้วไง? ในเมื่อผมรวยกว่าคุณร้อยเท่า นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%