กลิ่นอายของกาแฟลาเต้ราคาแพงเคล้าคลอด้วยเสียงหัวเราะเยาะหยันที่ดังลอดออกมาจากมุมส่วนตัวของร้านอาหารหรูระดับมิชลินสตาร์กลางใจเมือง เป็นดั่งเครื่องประจักษ์ชัดถึงความเหลื่อมล้ำที่กวินตั้งใจสร้างขึ้นเพื่อเหยียบย่ำศักดิ์ศรีของรินทร์ให้จมดินอีกครั้ง
บนโต๊ะอาหารหรูหราเต็มไปด้วยจานอาหารฝรั่งเศสราคาแพงลิบลิ่ว เมนูหายากที่ถูกสั่งมาเพื่อแสดงถึงความฟุ่มเฟือยอย่างไร้ขีดจำกัด กวินนั่งไขว่ห้างด้วยท่าทีที่ฉาบไว้ด้วยความเย่อหยิ่ง ดวงตาคู่คมที่เต็มไปด้วยความริษยาและอคติเหลือบมองรินทร์กับฟ้าใสที่เพิ่งก้าวเข้ามาด้วยรอยเหยียดหยันที่มุมปาก
"นึกว่าจะไม่กล้ามาซะอีก รินทร์... หรือว่าช่วงนี้ถังแตก จนต้องพาแฟนมาเกาะฉันกินมื้อเที่ยงด้วย?" เสียงทุ้มต่ำที่เจือด้วยความดูแคลนดังขึ้นทันทีที่ทั้งค่านั่งลง กวินจงใจวางบัตรเครดิตไทเทเนียมฝังเพชรของธนาคารต่างประเทศลงบนโต๊ะเสียงดัง *แกร็ก* เพื่อประกาศศักดาความมั่งคั่งที่เหนือกว่า
ฟ้าใสขยับตัวเข้าหารินทร์เล็กน้อย มือเรียวบางเอื้อมไปกุมมือเขาไว้เพื่อส่งผ่านความอบอุ่นและเตือนสติ ดวงตาคู่สวยฉายแววระมัดระวัง เธอรู้ดีว่ากวินจงใจจัดฉากนี้ขึ้นเพื่อหาทางหักหน้าพวกเขาให้ขายหน้าต่อหน้าสังคมไฮโซ แต่วันนี้เธอกลับสัมผัสได้ถึงความเย็นเยียบที่แผ่ออกมาจากร่างของชายหนุ่มข้างกาย—ความนิ่งสงบที่น่ากลัว ราวกับผืนน้ำลึกที่ซ่อนคลื่นใต้น้ำอันเชี่ยวกราก
"โต๊ะนี้ สั่งอาหารไปเท่าไหร่แล้วล่ะกวิน?" รินทร์เอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงเรียบเรื่อย ใบหน้าหล่อเหลาประดับด้วยรอยยิ้มจางๆ ที่ไม่ไปถึงดวงตา ดวงตาคู่นั้นมองกวินราวกับกำลังมองเด็กน้อยที่กำลังอวดของเล่นชิ้นใหม่
"หึ! กลัวว่าจะไม่มีปจ่ายหรือไง?" กวินแค่นหัวเราะเสียงดัง เรียกสายตาจากแขกโต๊ะรอบข้างให้หันมามอง "มื้อนี้แค่สองแสนห้าหมื่นบาทเศษ... สำหรับฉันมันก็แค่เศษเงินหลังตู้เย็น แต่สำหรับแก... น่าจะต้องทำงานกี่เดือนถึงจะหาเงินจำนวนนี้ได้ครบกันนะ? อ้อ ลืมไป แกมันก็แค่ไอ้กระจอกที่เพิ่งถูกบริษัทไล่ออกนี่นา"
ความเงียบเข้าปกคลุมชั่วขณะ บรรยากาศรอบโต๊ะตึงเครียดจนแทบจะตัดเฉือนได้ ฟ้าใสเม้มริมฝีปากแน่น เตรียมจะเอמהปากตอกกลับความไร้มารยาทนั้น แต่รินทร์กลับยกมือขึ้นห้ามเบาๆ สายตาคมกริบมองสบตากวินอย่างเยือกเย็น
"เงินสองแสนห้า... สำหรับนายคงเป็นเรื่องใหญ่สินะ ถึงได้เอามานั่งอวดเบ่งเอาโล่แบบนี้" รินทร์กล่าวด้วยน้ำเสียงนุ่มนวล ทว่าบาดลึกถึงกระดูกดำ "น่าสมเพชดีแท้ ที่คุณค่าของคนอย่างนายถูกตีราคาด้วยเศษเงินแค่นี้"
"แก! ปากดีนักนะ! แน่จริงก็จ่ายค่าอาหารทั้งหมดของวันนี้แทนฉันส้า! ถ้ารวยพอก็หยิบบัตรออกมาสิไอ้กระจอก!" กวินตบโต๊ะ1ฉากใหญ่ ใบหน้าบิดเบี้ยวด้วยความโกรธเกรี้ยวที่ถูกยั่วโมโหจนเสียอาการ
รินทร์ไม่ตอบโต้ด้วยอารมณ์ เขาเพียงแค่หยิบกระเป๋าหนังเรียบหรูออกมาอย่างใจเย็น ก่อนจะหยิบบัตรพลาสติกสีดำสนิท ไร้ลวดลายใดๆ นอกจากชิปสีทองฝังอยู่ด้านหน้า ออกมาวางลงบนโต๊ะข้างๆ บัตรฝังเพชรของกวินอย่างแผ่วเบา
บัตรใบนั้น... ไม่มีชื่อ ไม่มีโลโก้ธนาคาร และดูเรียบง่ายจนน่าขันในสายตาของกวิน
"ฮ่าๆๆๆ! นี่มันบัตรอะไรวะเนี่ย? บัตรส่วนลดร้านสะดวกซื้อรึไง? ทำเป็นเท่หยิบออกมาวางเทียบกับบัตรไทเทเนียมวงเงินร้อยล้านของฉัน แกคิดจะเล่นตลกอะไรวะรินทร์!" กวินระเบิดเสียงหัวเราะออกมาลั่นร้าน อาหารในปากเกือบพ่นออกมาด้วยความขบขัน ขณะที่แขกโต๊ะอื่นเริ่มหันมาซุบซิบมองด้วยความสมเพช
ฟ้าใสเองก็มองบัตรสีดำนั้นด้วยความประหลาดใจ เธอไม่เคยเห็นบัตรใบนี้มาก่อนในกระเป๋าของรินทร์ แต่ทว่า... สัญชาตญาณบางอย่างบอกเธอว่า ชายหนุ่มข้างกายเธอกำลังจะพลิกเกมด้วยสิ่งที่น่าสะพรึงกลัวที่สุด
รินทร์ไม่สนใจเสียงหัวเราะเยาะนั้น เขากวักมือเรียกผู้จัดการร้านที่ยืนมองสถานการณ์อยู่ไม่ไกลด้วยท่าทีสง่างาม
"เช็คบิลทั้งหมดของวันนี้... และรวมค่าเสียหายของโต๊ะนี้ทั้งหมดด้วย" รินทร์กล่าวด้วยน้ำเสียงราบเรียบพร้อมเลื่อนบัตรสีดำส่งให้
ผู้จัดการร้านรับบัตรใบนั้นมาด้วยมือที่สั่นเทาตามหน้าที่ แต่เมื่อดวงตาปะทะเข้ากับชิปสีทองและเนื้อสัมผัสของบัตรที่ทำจากวัสดุพิเศษไร้น้ำหนัก สีหน้าของผู้จัดการก็เปลี่ยนจากความสงสัยกลายเป็นความตื่นตระหนกจนหน้าซีดเผือด นัยน์ตาเบิกกว้างด้วยความหวาดกลัวราวกับเห็นภูตผีปีศาจ เขารีบโค้งตัวลงต่ำเกือบเก้าสิบองศาในทันที
กวินขมวดคิ้วด้วยความฉงนกับท่าทีที่เปลี่ยนไปอย่างกะทันหันของผู้จัดการ "เฮ้ย แกเป็นบ้าอะไรวะ แค่รับบัตรเศษขยะของไอ้จนนี่ ทำไมต้องทำท่าเหมือนเจอเจ้าประนายด้วย?"
ผู้จัดการร้านไม่สนใจเสียงเห่าหอนของกวิน เขารีบวิ่งหายเข้าไปในเคาน์เตอร์ด้วยความลนลาน ก่อนจะเดินกลับมาพร้อมเครื่องรูดบัตรพิเศษที่ใช้สำหรับลูกค้าระดับวีไอพีสูงสุดของเครือข่ายธนาคารโลก
เขากลั้นหายใจ ค่อยๆ เสียบ バดรสีดำสนิทนั้นลงในเครื่องด้วยความระมัดระวังสูงสุด ราวกับเกรงว่าหากทำรุนแรงแม้แต่นิดเดียว ชีวิตของเขาอาจจะดับสลายไปพร้อมกับบัตรใบนี้
*ปี๊ด... ติ๊ด!*
เสียงสัญญาณอนุมัติการทำธุรกรรมดังขึ้นก้องกังวานท่ามกลางความเงียบงัดของร้านอาหาร และในวินาทีถัดมา เครื่องพิมพ์ใบเสร็จก็เริ่มทำงาน พิมพ์กระดาษยาวเหยียดออกมาอย่างต่อเนื่อง พร้อมกับหน้าจอแสดงผลของเครื่องรูดบัตรที่ขึ้นสถานะสีเขียวเรืองรอง
**[TRANSACTION APPROVED: UNLIMITED FUNDS / BLACK CARD INFINITY]**
กวินอ้าปากค้าง ดวงตาเบิกกว้างจนแทบจะหลุดออกมาจากเบ้า รอยยิ้มเยาะเย้ยเมื่อครู่แข็งค้างอยู่บนใบหน้า เขาลุกพรวดขึ้นจากเก้าอี้จนล้มคว่ำไม่เป็นท่า
รินทร์ค่อยๆ เอื้อมมือไปหยิบบัตรสีดำไร้ขีดจำกัดนั้นกลับมาเก็บใส่กระเป๋าอย่างใจเย็น ก่อนจะเงยหน้าขึ้นสบตากวินที่กำลังยืนตัวสั่นเทาด้วยความช็อกตาค้าง แล้วเอ่ยด้วยน้ำเสียงนุ่มนวลแต่ทรงพลังจนสะท้านไปถึงขั้วหัวใจ
"มื้อนี้... ฉันเลี้ยงเองนะคะ... คุณกวิน"
---
ขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางและสนับสนุนผลงานของต้นไม้ริมระเบียงเสมอนะคะ
ขอหย่าแล้วไง? ในเมื่อผมรวยกว่าคุณร้อยเท่า•ตอนที่ 9
รูดบัตรสีดำไม่จำกัดวงเงิน
ผลงานโดย ต้นไม้ริมระเบียง
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ต้นไม้ริมระเบียง)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ขอหย่าแล้วไง? ในเมื่อผมรวยกว่าคุณร้อยเท่า นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!