ขอหย่าแล้วไง? ในเมื่อผมรวยกว่าคุณร้อยเท่า•ตอนที่ 10

ไล่ออกยกแผนก

ผลงานโดย ต้นไม้ริมระเบียง
เสียงกระแทกแฟ้มเอกสารบนโต๊ะทำงานกระจกใสสะท้อนความหรูหราของชั้นสี่สิบห้า ดังสะเทือนก้องไปทั่วห้องประชุมใหญ่ของบริษัทโกลบอล เทคอินดัสทรีส์ จำกัด ใบหน้าของกวินในยามนี้บิดเบี้ยวไปด้วยความเย่อหยิ่งและรอยยิ้มเหยียดหยามที่ฉาบอยู่บนมุมปากอย่างน่าสมเพช สายตาคู่คมที่เคยใช้มองรินทร์ด้วยความดูแคลนกวาดมองพนักงานอาวุโสและผู้บริหารที่นั่งคอตกอยู่รอบโต๊ะ "ผมบอกพวกคุณกี่ครั้งแล้วว่า โปรเจกต์นี้ถ้าทำกำไรไม่ได้ตามเป้า... ก็ไสหัวออกไปซะ!" เสียงทุ้มต่ำที่เจือด้วยความกร่างของกวินดังขึ้น ท่ามกลางความเงียบงันที่ไม่มีใครกล้าปริปากเถียง ในฐานะผู้อำนวยการฝ่ายพัฒนาธุรกิจคนใหม่ กวินใช้อำนาจและบารมีของตระกูลกดขี่ข่มเหงทุกคนราวกับไม่ใช่เพื่อนมนุษย์ รินทร์ยืนนิ่งสงบอยู่ที่มุมห้อง ร่างโปร่งในชุดสูทสั่งตัดเข้ารูปสีเทาเข้มขับเน้นให้บุคลิกที่เคยดูสามัญในอดีต กลับกลายเป็นความเยือกเย็นลึกล้ำที่น่าเกรงขาม ดวงตาคู่คมจับจ้องภาพตรงหน้าด้วยรอยยิ้มบางเบา—รอยยิ้มของนักล่าที่กำลังรอเวลาขย้ำเหยื่อให้จมเขี้ยว "อ้าว รินทร์... นายยังยืนบื้ออะไรอยู่ตรงนั้นล่ะ?" กวินหันมาเหล่มองด้วยหางตา พร้อมหัวเราะในลำคออย่างเย้ยหยัน "อ้อ ลืมไป นายมันก็แค่พนักงานต๊อกต๋อยที่ฉันยอมเมตตาให้เข้ามาเดินเอกสารในห้องนี้ ถ้าทำงานไม่เข้าตา อย่าหาว่าฉันไม่เตือนนะ... เพราะคนอย่างนาย ต่อให้ทำงานไปอีกสชาติก็ไม่มีปัญญาซื้อกาแฟราคาหลักพันบนโต๊ะฉันดื่มหรอก" เสียงหัวเราะคิกคักดังขึ้นเบาๆ จากปากบรรนาธิการและลูกน้องเลียแข้งเลียขาที่นั่งอยู่ข้างกายกวิน ฟ้าใสซึ่งยืนอยู่เคียงข้างรินทร์ไม่ห่าง ขยับเข้ามาใกล้เล็กน้อย มือเรียวบางเอื้อมมาแตะแขนเสื้อรินทร์เบาๆ เพื่อส่งผ่านความอบอุ่นและย้ำเตือนสติ หญิงสาวส่งยิ้มบางๆ ให้รินทร์อย่างรู้ทัน สายตาของฟ้าใสที่มองกวินเต็มไปด้วยความสมเพชเวทนา... น่าเสียดายที่กวินโง่เขลาเกินกว่าจะรู้ว่า ตัวเองกำลังเล่นอยู่กับอะไร "นั่นสินะคะ... คนเราถ้ามองโลกแคบอยู่แต่ในกะลา ก็มักจะคิดว่ากะลาใบนั้นคือจักรวาลทั้งใบ" น้ำเสียงหวานใสแต่เฉียบคมของฟ้าใสเอ่ยขึ้นเบาๆ แต่กลับทรงพลังพอที่จะทำให้เสียงหัวเราะในห้องเงียบกริบลงทันที กวินหน้าตึงขึ้นมาทันควัน ตวัดสายตาดุด่าไปยังฟ้าใส "เธอเป็นแค่ผู้หญิงหิ้วกระเป๋าตามติดชีวิตไอ้กระจอกนี่ มีสิทธิ์อะไรมาปากดีใส่ฉัน? อยากตกงานตามมันไปด้วยอีกคนหรือไง!" รินทร์ยกมือขึ้นห้ามฟ้าใสเบาๆ เขาก้าวช้าๆ ไปข้างหน้า กลิ่นอายความกดดันที่แผ่ออกมาจากตัวรินทร์ทำให้บรรยากาศในห้องประชุมอุณหภูมิลดฮวบลงอย่างฉับพลัน รินทร์หยิบสมาร์ทโฟนรุ่นพิเศษขึ้นมาปลดล็อกหน้าจอด้วยระบบสแกนใบหน้า นิ้วเรียวกดทัชสกรีนเพียงไม่กี่ครั้งก่อนจะวางเครื่องลงบนโต๊ะกระจกใสตรงหน้ากวิน "กวิน... นายเคยสงสัยไหมว่า ทำไมบริษัทนี้ถึงอนุมัติงบให้ฝ่ายนายผลาญเล่นได้ตามใจชอบแบบนี้?" รินทร์เอ่ยถามด้วยน้ำเสียงราบเรียบ เย็นชาไร้คลื่นอารมณ์ กวินขมวดคิ้วมุ่นด้วยความหงุดหงิด "แกหมายความว่ายังไง รินทร์? อยากจะอวดภูมิอะไรอีก ถึงแกจะพยายามทำตัวฉลาดแค่ไหน ความจริงที่ว่าแกมันก็แค่ไอ้จนตรอกที่ฉันเคยเหยียบหัว มันก็ไม่เคยเปลี่ยน!" "เปลี่ยนสิ... เปลี่ยนไปเยอะเลยล่ะ" รินทร์แค่นหัวเราะในลำคอ ดวงตาคู่คมจ้องลึกเข้าไปในดวงตาที่เริ่มไหวระริกของกวิน "เพราะตอนนี้... ฉันไม่ได้เป็นแค่พนักงานที่ให้นายเหยียบหัวอีกต่อไปแล้ว" รินทร์เลื่อนหน้าจอโทรศัพท์ที่เปิดเอกสารอิเล็กทรอนิกส์ตราครุฑและโลโก้ตลาดหลักทรัพย์ให้กวินดูชัดๆ "ในฐานะผู้ถือหุ้นใหญ่รายใหม่ของโกลบอล เทคอินดัสทรีส์... ที่ถือครองหุ้นสามัญในมือถึงเจ็ดдцатьเปอร์เซ็นต์ ผ่านการเข้าซื้อกิจการแบบไม่เป็นมิตร (Hostile Takeover) เมื่อช่วงเช้าที่ผ่านมา..." รินทร์หยุดเว้นจังหวะเล็กน้อย ให้เวลาตัวเลขมูลค่าหลายหมื่นล้านบาทซึมซับเข้าสู่สมองอันทึบตันของกวิน "...อำนาจในการชี้เป็นชี้ตายบริษัทนี้ และชี้ชะตากรรมของทุกคนในห้องนี้ รวมถึงตัวนายด้วย... อยู่ที่ฉันคนนี้เบ็ดเสร็จเด็ดขาดแล้ว" ความเงียบงันราวกับป่าช้าเข้าปกคลุมห้องประชุมทันที ใบหน้าของกวินถอดสีซีดเผือกราวกับกระดาษ ไร้ซึ่งรอยยิ้มเย่อหยิ่งเมื่อครู่ ดวงตาเบิกกว้างด้วยความตื่นตระหนก มือหนาที่สั่นเทาคว้าโทรศัพท์ขึ้นมาดูหน้าจอใกล้ๆ ตัวเลขจำนวนหุ้นมหาศาลและชื่อผู้ถือหุ้นใหญ่ระบุชัดเจนด้วยชื่อ 'รินทร์' สลักหราอยู่บนนั้น มันคือความจริงอันโหดร้ายที่ตบหน้าเขาอย่างแรงจนชาไปทั้งแถบ "เป็น... เป็นไป1ได้ยังไง!?" กวินผุดลุกขึ้นยืนพรวดจนเก้าอี้ล้มคว่ำไม่เป็นท่า เม็ดเหงื่อกาฬผุดพรายเต็มขมับ "แก... แกเอาเงินมาจากไหน! นายมันแค่... นายมันไม่มีทางมีเงินซื้อบริษัทนี้ได้หรอก! แกปลอมเอกสารใช่ไหม!" "ปลอมงั้นเหรอ?" รินทร์ปรายตามองท่าทีลนลานราวกับสุนัขจนตรอกของกวินด้วยความสมเพช "ถ้าสมองอันน้อยนิดของนายยังพอมีพื้นที่เหลือสำหรับคิดวิเคราะห์ ก็น่าจะจำได้นะว่า ตระกูลของฉันเพิ่งได้รับเงินปันผลจากกองทุนระดับโลกเมื่อวานนี้... ซึ่งมันมากกว่ามูลค่าตลาดรวมของโกลบอล เทคฯ ถึงร้อยเท่า" รินทร์หันหลังให้กวินช้าๆ เดินไปยืนทอดสายตามองทัศนียภาพเมืองหลวงเบื้องล่างจากกระจกใสบานยักษ์ ก่อนจะเอ่ยคำพูดที่ประดุจดั่งคำพิพากษาประหารชีวิตการงานของกวิน "ในฐานะประธานกรรมการบริหารคนใหม่คนแรกของฉัน... คำสั่งแรกที่ฉันจะประกาศในที่ประชุมนี้ คือการปรับโครงสร้างองค์กรครั้งใหญ่" รินทร์หันกลับมาสบตากวินที่ยืนขาแข็งค้าง "และคนที่เหมาะสมที่สุดที่จะเปิดประเดิมรายชื่อแรกในการ 'ไล่ออก' โดยไม่มีการจ่ายเงินชดเชยใดๆ ทั้งสิ้น... ก็คงหนีไม่พ้นนาย... กวิน" "ไม่! แกไม่มีสิทธิ์ทำกับฉันแบบนี้! ฉันเป็นทายาทตระกูลใหญ่ พ่อฉันเป็นบอร์ดบริหารนะ!" กวินแผดเสียงร้องโวยวายออกมาด้วยความสติหลุด ภาพลักษณ์คุณชายผู้สูงส่งพังทลายไม่เป็นชิ้นดี เขากำหมัดแน่นด้วยความโกรธแค้นจนเส้นเลือดปูดโปน พยายามจะพุ่งตัวเข้ามาทำร้ายรินทร์ด้วยความคลุ้มคลั่ง แต่ยังไม่ทันที่กวินจะได้ก้าวเท้าถึงตัวรินทร์ ประตูห้องประชุมก็ถูกเปิดผางออกอย่างแรง เสียงฝีเท้าหนักแน่นและมั่น1คงของกลุ่มชายชุดดำร่างกำยำในชุดสูทสากลนับสิบคนก้าวเข้ามาล้อมรอบตัวกวินไว้ในพริบตา พวกเขาคือทีมรักษาความปลอดภัยระดับสูงที่รินทร์เพิ่งว่าจ้างมาหมาดๆ รินทร์ยืนกอดอกมองภาพกวินที่ถูกชายชุดดำกดตัวลงคุกเข่าราบกับพื้นพรมราคาแพงอย่างไม่ใยดี ความพ่ายแพ้อันเบ็ดเสร็จเด็ดขาดนี้ ทำให้กวินได้ลิ้มรสชาติของการถูกเหยียบย่ำศักดิ์ศรีอย่างแท้จริงเป็นครั้งแรกในชีวิต ฟ้าใสเดินเข้ามาเคียงข้างรินทร์ มือเรียวยื่นแท็บเล็ตแสดงผลกำไรสุทธิที่พุ่งทะยานขึ้นทันทีหลังจากการประกาศปลดพนักงานไร้ประสิทธิภาพออกไปให้รินทร์ดู พร้อมกับรอยยิ้มแห่งชัยชนะที่งดงามหยาดเยิ้ม รินทร์ก้มลงมองกวินที่กำลังเงยหน้าขึ้นมาด้วยแววตาที่เต็มไปด้วยความแค้นเคืองและความหวาดกลัวสุดขีด รินทร์โน้มตัวลงกระซิบบางอย่างข้างหูของอดีตคู่ปรับตัวฉกาจด้วยน้ำเสียงแผ่วเบาแต่เยือกเย็นจนบาดลึกถึงขั้วหัวใจ "นี่... แค่เริ่มต้นความบันเทิงของจริงเท่านั้นเองนะ กวิน" ทว่า... ในวินาทีที่ความเงียบงันอันสะใจกำลังโรยตัวลงทั่วห้องประชุม หน้าจอโทรศัพท์มือถือเครื่องหรูของรินทร์ที่วางอยู่บนโต๊ะกลับสว่างวาบขึ้นมา พร้อมกับเสียงแจ้งเตือนข้อความจากระบบปริศนาที่รินทร์ไม่เคยเห็นมาก่อน... ข้อความสั้นๆ เพียงบรรทัดเดียวที่ปรากฏขึ้นบนหน้าจอ กลับทำให้รอยยิ้มบนมุมปากของรินทร์แข็งค้างไปในทันที *ขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางและสนับสนุนผลงานของต้นไม้ริมระเบียงเสมอนะคะ*
สารจากนักเขียน (ต้นไม้ริมระเบียง)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ขอหย่าแล้วไง? ในเมื่อผมรวยกว่าคุณร้อยเท่า นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%