ขอหย่าแล้วไง? ในเมื่อผมรวยกว่าคุณร้อยเท่า•ตอนที่ 11

คำขอโทษที่ไม่ต้องการ

ผลงานโดย ต้นไม้ริมระเบียง
กลิ่นหอมกรุ่นของกาแฟเกيش่าราคาแพงระยับลอยอวลตัดกับกลิ่นอายความอัปยศที่ลอยวนอยู่ในอากาศ คราบน้ำตาบนใบหน้าของพิมพ์ชนกไม่ได้ให้ความรู้สึกน่าสงสารเลยแม้แต่น้อยในสายตาของรินทร์ มันเป็นเพียงเศษซากความน่าสมเพชที่หญิงสาวคนนี้เลือกจะสลักลงบนหน้าผากของตัวเองด้วยความโลภ "รินทร์คะ... ฟังฉันก่อน พิมพ์มีเหตุผล..." เสียงสะอื้นฮักที่พยายามบีบให้ฟังดูน่าเวทนาไม่ได้ทำให้ปลายนิ้วเรียวยาวที่กำลังหมุนแก้วคริสตัลช้าๆ ของรินทร์หยุดลงแม้แต่น้อย เขานั่งไขว่ห้างอยู่บนโซฟาหนังแท้สั่งทำพิเศษจากอิตาลี ภายในเพนต์เฮาส์ลอยฟ้าที่เห็นวิวกรุงเทพฯ ได้แบบ 360 องศา สถานที่ที่ครั้งหนึ่งพิมพ์ชนกเคยเยาะเย้ยว่า ชาตินี้คนอย่างรินทร์คงไม่มีปัญญาแม้แต่จะเดินผ่านล็อบบี้ "เหตุผลเหรอครับ พิมพ์ชนก?" รินทร์ทวนคำ น้ำเสียงราบเรียบ เยือกเย็น จนน่ากลัว "วันที่คุณโยนแหวนเงินราคาไม่กี่ร้อยบาททิ้งลงถังขยะ พร้อมกับบอกว่า *'ความรักมันกินไม่ได้ และฉันไม่อยากเอาอนาคตมาทิ้งไว้กับคนจนตรอกอย่างคุณ'* วันนั้น คุณใช้เหตุผลข้อไหนตัดสินใจหรือครับ?" ใบหน้าที่เคยเชิดสูงด้วยความหยิ่งทะนงในวันที่ควงแขนอยู่กับกวิน บัดนี้ซีดเผือดริมฝีปากสั่นระริก พิมพ์ชนกทรรุดตัวลงคุกเข่าบนพรมเปอร์เซียราคาเจ็ดหลัก มือเรียวที่เคยสะบัดใส่หน้ารินทร์ด้วยความรังเกียจ กำลังเอื้อมมาหมายจะแตะชายกางเกงสูทสั่งตัดพิเศษของเขา แต่รินทร์กลับขยับขาหลบอย่างรังเกียจ ราวกับเธอกำลังทำตัวสกปรกใส่พื้นผิวผ้า ฟ้าใสที่นั่งเงียบๆ อยู่บนโซฟาอีกตัวในชุดสูทเข้ารูปสีครีมสะท้อนภาพลักษณ์หญิงสาวผู้ทรงอำนาจและสง่างาม เธอยกชาคาโมมายล์ขึ้นจิบช้าๆ ปล่อยให้เกมการลงทัณฑ์นี้เป็นของรินทร์ แต่สายตาที่เธอมองพิมพ์ชนกนั้นเต็มไปด้วยความสมเพชเวทนาอย่างไม่ปิดบัง "พิมพ์ขอโทษ... พิมพ์โดนกวินมันหลอกใช้ค่ะ มันบอกว่ามันจะดูแลพิมพ์ แต่มัน... มันแค่เห็นพิมพ์เป็นของเล่น พอตระกูลมันถูกยึดทรัพย์และมันกลายเป็นบุคคลล้มละลาย มันก็ทิ้งพิมพ์ไว้กลางทาง... คนเดียว..." พิมพ์ชนกปล่อยโฮออกมาอย่างไม่อายฟ้าดิน ศักดิ์ศรีที่เคยมีถูกเหยียบย่ำจนไม่เหลือชิ้นดี เมื่อความจริงอันโหดร้ายตบหน้าเธอฉาดใหญ่ว่า ความมั่งคั่งที่เธอโหยหานั้น เป็นเพียงภาพลวงตาที่พร้อมจะสลายไปในพริบตา "แล้วไงต่อล่ะครับ?" รินทร์เอ่ยถาม นัยน์ตาคมกริบกวาดมองผู้หญิงที่ครั้งหนึ่งเขาเคยรักสุดหัวใจ "พอคุณรู้ว่าอดีตแฟนต๊อกต๋อยที่คุณเหยียบย่ำ กลายเป็นเจ้าของตึกที่คุณกำลังยืนร้องไห้อยู่ กลายเป็นคนที่ถือครองความมั่งคั่งที่แม้แต่ตระกูลกวินก็ยังต้องคุกเข่าคำนับ... คุณก็เลยวิ่งกลับมาหาผม พร้อมกับคราบน้ำตาปลอมๆ นี่สินะ" "รินทร์! พิมพ์รักคุณจริงๆ นะคะ!" เธอกรีดร้องออกมาอย่างหมดสภาพ สองมือทุบลงบนพรมอย่างเจ็บปวด "เราเคยสัญญากันไว้ไม่ใช่เหรอคะ ว่าเราจะสร้างอนาคตด้วยกัน! ตอนนี้คุณมีทุกอย่างแล้ว... ให้โอกาสพิมพ์ได้ยืนเคียงข้างคุณอีกครั้งเถอะนะคะ พิมพ์จะทำทุกอย่าง... ทุกอย่างที่คุณต้องการเลย!" รินทร์หัวเราะในลำคอ เสียงหัวเราะที่ไร้ซึ่งความอบอุ่น มีเพียงไอความเย็นยะเยือกที่แผ่ซ่านไปทั่วห้องรับแขกขนาดใหญ่ เขาลุกขึ้นยืนเต็มความสูง ร่างกายที่อัดแน่นด้วยกล้ามเนื้อภายใต้สูทหรูดูทรงพลังและกดดันจนพิมพ์ชนกแทบหายใจไม่ออก เขาโน้มตัวลงไปช้าๆ ใช้ด้ามปากการาคาหลักล้านแตะที่คางของพิมพ์ชนก บังคับให้เธองยหน้าขึ้นมาสบตากับเขา "คุณบอกว่า... จะทำทุกอย่างที่ผมต้องการอย่างนั้นเหรอครับ?" รินทร์กระซิบเสียงต่ำ ประกายความหวังโชติช่วงขึ้นในดวงตาที่แดงก่ำของพิมพ์ชนก เธอพยักหน้ารัวๆ "ค่ะ! อะไรก็ได้ค่ะ!" "ดีมาก..." รินทร์ยิ้มเยาะ "งั้นจำความรู้สึกของการคุกเข่าอยู่แทบเท้าผมตอนนี้เอาไว้ให้ดี เพราะนั่นคือตำแหน่งเดียวที่คุณคู่ควรมาตั้งแต่แรก และต่อให้คุณจะคุกเข่าจนเข่าแตกสลายกลายเป็นผุยผง..." รินทร์สะบัดหน้าหนีอย่างไร้เยื่อใย ก่อนจะโบกมือเรียกบอดี้การ์ดร่างยักษ์สองคนที่ยืนคุมเชิงอยู่หน้าประตู "พาเธออกไป แล้วขึ้นบัญชีดำห้ามผู้หญิงคนนี้เหยียบเข้ามาในเครือธุรกิจของผมเด็ดขาด แม้แต่ตารางนิ้วเดียวก็อย่าให้เหลือ" "รินทร์! ไม่นะ! ปล่อยฉัน! รินทร์คะ! ได้โปรด!" เสียงกรีดร้องโหยหวนและเสียงทุบประตูดังลั่นก่อนจะเงียบหายไปเมื่อบอดี้การ์ดลากตัวออกไปพ้นเขตเพนต์เฮาส์ ความเงียบสงบกลับคืนมาอีกครั้ง รินทร์ถอนหายใจยาวนาน ปลดกระดุมสูทตัวบนออกเล็กน้อยเพื่อผ่อนคลาย ฟ้าใสวางถ้วยแบล็กทีลงบนโต๊ะกระจก เสียงกระทบเบาๆ ดึงสติของรินทร์ให้หันกลับมามอง เธอยิ้มบางๆ ให้เขา รอยยิ้มที่เต็มไปด้วยความเข้าใจและพลังใจที่แข็งแกร่งเสมอมา "จบสิ้นกันทีกับอดีตโสโครกสินะคะ คุณรินทร์" ฟ้าใสเอ่ยแซيยิ้มๆ พร้อมกับยื่นเอกสารการควบรวมกิจการชุดสุดท้ายให้เขาตรวจสอบ "แต่ดูเหมือนว่า... บททดสอบใหม่กำลังจะเริ่มต้นขึ้นแล้วล่ะค่ะ" รินทร์เลิกคิ้วสูง รับแฟ้มเอกสารมาเปิดดู ทว่ายังไม่ทันที่สายตาจะกวาดผ่านตัวเลขหลักหมื่นล้านบรรทัดแรก เสียงสัญญาณเตือนภัยฉุกเฉินระดับสูงสุดของระบบนิรภัยเพนต์เฮาส์ก็ดังสนั่นหวั่นไหว! ไฟภายในห้องเปลี่ยนจากสีอบอุ่นเป็นสีแดงฉานกะพริบถี่รัว หน้าจอโฮโลแกรมกลางห้องดีดตัวขึ้นอัตโนมัติ เผยให้เห็นภาพจากกล้องวงจรปิดชั้นดาดฟ้า เฮลิคอปเตอร์ส่วนตัวลำยักษ์สลักตราสัญลักษณ์ตระกูลเก่าแก่ที่ล่มสลายไปแล้วกำลังร่อนลงจอดอย่างไร้มารยาท และบุคคลที่ก้าวลงมาจากเครื่อง พร้อมกับรอยยิ้มอันบิดเบี้ยวและถือครองอำนาจมืดระลอกใหม่ กลับไม่ใช่ใครอื่น... แต่คือ "กวิน" ที่ประกาศกร้าวผ่านไมโครโฟนเชื่อมต่อระบบเข้ามาในห้องโดยตรง—*“รินทร์! แกคิดเหรอว่าเกมนี้มันจบแล้ววะ?!”* ขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางและสนับสนุนผลงานของต้นไม้ริมระเบียงเสมอนะคะ
สารจากนักเขียน (ต้นไม้ริมระเบียง)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ขอหย่าแล้วไง? ในเมื่อผมรวยกว่าคุณร้อยเท่า นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%