ขอหย่าแล้วไง? ในเมื่อผมรวยกว่าคุณร้อยเท่า•ตอนที่ 12

แค่เศษเงินสำหรับผม

ผลงานโดย ต้นไม้ริมระเบียง
กลิ่นอายของกาแฟราคาแพงในร้านอาหารหรูใจกลางเมือง ไม่ได้ช่วยให้บรรยากาศรอบตัวอบอุ่นขึ้นเลยแม้แต่น้อย ตรงกันข้าม ความเย็นยะเยือกจากแอร์คอนดิชั่นเนอร์กลับแทรกซึมเข้าสู่กระดูกดำ ราวกับต้องการเป็นพยานให้กับความอัปยศอดสูที่ถูกจัดฉากไว้อย่างจงใจ "ฉันคิดว่าเราคุยกันเคลียร์แล้วนะรินทร์" เสียงของพิมพิศา—อดีตคนรักที่เลือกเดินจากไปในวันที่เขาไม่มีแม้แต่เงินจ่ายค่าห้องเช่า—ดังขึ้นพร้อมกับเสียงกระทบกันเบา ๆ ของช้อนกาแฟกับขอบแก้วเซรามิก เธอสวมชุดแบรนด์เนมคอลเลกชันล่าสุด ใบหน้าที่เคยจืดชืดในอดีตบัดนี้ถูกแต่งแต้มด้วยเครื่องสำอางราคาแพงและแววตาที่เต็มไปด้วยความเย่อหยิ่ง รินทร์ไม่ได้ตอบทันที เขายังคงนั่งไขว่ห้าง ปล่อยให้ความเงียบทำหน้าที่กัดกินความมั่นใจของอีกฝ่าย นิ้วเรียวยาวเคาะเบา ๆ บนโต๊ะกระจกใสอย่างใจ ตรงข้ามกับเขาคือ "กวิน" ทายาทหนุ่มตระกูลดังที่นั่งโอบเอวพิมพิศาไว้อย่างแสดงความเป็นเจ้าandเข้า กวินส่งเสียงหัวเราะในลำคออย่างดูแคลน สายตาที่มองรินทร์ราวกับมองเศษฝุ่นใต้รองเท้า "เอาหน่า พิม อย่าไปเสียเวลาพูดมากกับไอ้จนตรอกนี่เลย" กวินเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงเย้ยหยัน พลางเลื่อนซองเอกสารสีน้ำตาลใบย่อมมาตรงหน้ารินทร์ "นี่... ถือว่าฉันใจบุญ สงสารแกหรอกนะ เห็นว่าเคยคบกับพิมมาก่อน เอาเงินนี่ไปตั้งตัวซะ เลิกมาวนเวียนอยู่แถวนี้ได้แล้ว ทุเรศลูกตา" ภายในซองเอกสารนั้น บรรจุธนบัตรใบละพันปึกหนา รวมเป็นเงินสดมูลค่าหนึ่งแสนบาทถ้วน มันถูกโยนมาตรงหน้าอย่างจงใจให้เหมือนกับการทานทานคนขอทานข้างถนน พิมพิศามองกองเงินนั้นด้วยหางตา รอยยิ้มเยาะหยันปรากฏขึ้นที่มุมปากอย่างปิดไม่มิด เธอยกมือขึ้นทัดผม ยิ่งตอกย้ำภาพลักษณ์ของหญิงสาวที่เลือกอนาคตที่มั่นคงกว่า "รับไปเถอะนะรินทร์... อย่างน้อย ๆ มันก็ช่วยให้เธอมีกินไปได้สักสองสามเดือน ดีกว่าต้องไปนอนข้างถนน หรือเกาะผู้หญิงกินไปวัน ๆ" พิมพิศาพูดด้วยน้ำเสียงที่เคลือบไปด้วยความเวทนาจอมปลอม ซึ่งมันบาดลึกยิ่งกว่าคำด่าตรง ๆ เสียอีก ในวินาทีนั้นเอง ที่ประตูร้านอาหารหรูถูกผลักเปิดออก พร้อมกับร่างระหงของฟ้าใสที่ก้าวเข้ามาด้วยฝีเท้ามั่นคง เธอยืนนิ่งอยู่เบื้องหลังรินทร์ สายตาคู่สวยมองกราดไปยังกองเงินตรงหน้า ก่อนจะตวัดขึ้นมองกวินและพิมพิศาด้วยความรู้สึกเวทนาที่แท้จริง ไม่ใช่การแสดง ฟ้าใสไม่พูดอะไร เธอเพียงแค่วางกระเป๋าเอกสารหนังแท้ลงบนโต๊ะข้าง ๆ รินทร์ แล้วโน้มตัวลงกระซิบเบา ๆ ด้วยน้ำเสียงที่กังวานพอจะให้คนรอบข้างได้ยิน "คุณรินทร์คะ... เอกสารจากธนาคารกลางและโฉนดที่ดินโครงการทั้งหมดพร้อมแล้วค่ะ" รินทร์ยกมุมปากขึ้นเล็กน้อย รอยยิ้มที่ปรากฏบนใบหน้านั้นไม่ได้มีความโกรธเกรี้ยวเจืออยู่เลย มันคือความเยือกเย็นของนักล่าที่กำลังมองเหยื่อเดินเข้าสู่กับดัก เขายื่นมือไปหยิบซองเงินหนึ่งแสนบาทนั้นขึ้นมา ชั่งน้ำหนักมันในมือครู่หนึ่ง ก่อนจะหัวเราะออกมาเบา ๆ ในลำคอ เสียงหัวเราะที่ทำให้กวินและพิมพิศาขมวดคิ้วด้วยความไม่พอใจ "หนึ่งแสนบาท..." รินทร์ทวนคำ น้ำเสียงราบเรียบแต่ทรงพลัง "สำหรับพวกคุณ มันคงเป็นเงินก้อนใหญ่ที่ต้องกระเสือกกระสนหามาอวดกันสินะคะ" "แกหมายความว่ายังไงไอ้รินทร์!?" กวินตบโต๊ะเสียงดังจนลูกค้าโต๊ะอื่นหันมามอง หน้าตาของทายาทหนุ่มเริ่มแดงก่ำด้วยความโกรธ รินทร์ไม่สนใจเสียงคำรามนั้น เขาสลัดมือเพียงครั้งเดียว กองธนบัตรหนึ่งแสนบาทก็กระจัดกระจายหลุดออกจากซอง ร่วงหล่นลงพื้นราวกับเศษกระดาษไร้ค่า เท้าของเขายื่นไปเขี่ยธนบัตรเหล่านั้นให้พ้นทาง ราวกับมันสกปรกเกินกว่าจะแตะต้อง "เงินแค่นี้... มันยังไม่พอเป็นค่าทิปให้เด็กเสิร์ฟที่บ้านพักตากอากาศของผมเลยด้วยซ้ำค่ะ คุณกวิน" พิมพิศาหน้าถอดสี เธอกัดริมฝีปากแน่น "อย่ามาโม้หน่อยเลยรินทร์! เมื่อสัปดาห์ก่อนเธอยังไม่มีปัญญาจ่ายค่าห้องเช่าอยู่เลย!" "นั่นมัน 'อดีต' ค่ะพิมพิศา" รินทร์เอ่ยเบา ๆ แต่เฉียบคมราวกับใบมีดที่กรีดลงบนเนื้อสด ๆ เขาผายมือไปทางฟ้าใส ซึ่งกำลังเปิดกระเป๋าหนังแท้ใบโตออก เผยให้เห็นเอกสารตราครุฑและสมุดบัญชีเงินฝากสีดำสนิท—บัตรเครดิตโลหะหายากที่จำกัดวงเงินเฉพาะกลุ่มมหาเศรษฐีระดับท็อปเท็นของประเทศ รินทร์หยิบบัตรโลหะสีดำสนิทนั้นขึ้นมา หมุนเล่นเบา ๆ ภายใต้แสงไฟระยิบระยับของร้านอาหาร "คุณกวินบอกว่าอยากซื้อตึกแถวตรงข้ามนี้เพื่อขยายกิจการสินะคะ?" รินทร์เอ่ยขึ้นด้วยรอยยิ้มใจAดี "น่าเสียดายจัง... พอดีว่าเมื่อเช้า ผมเพิ่งซื้อตึกย่านนั้นทั้งแถบ รวมถึงอาคารพาณิชย์ที่คุณกำลังเช่าเปิดบริษัทอยู่ด้วย... และตอนนี้ สัญญาเช่าของคุณ ก็เหลือเวลาอีกแค่สามชั่วโมงเท่านั้น" ร่างของกวินชาว3วาบ ดวงตาเบิกโพ้างด้วยความตกใจสุดขีด "ทะ... เธอพูดบ้าอะไร! เป็นไปไม่ได้!" "จะเป็นไปได้หรือไมไ่ด้ คุณลองยกโทรศัพท์ขึ้นมาโทรหาฝ่ายบัญชีของคุณตอนนี้ดูสิคะ" รินทร์เอ่ยด้วยน้ำเสียงนุ่มนวล แต่แฝงไปด้วยความกดดันที่ทำให้บรรยากาศรอบตัวแทบหยุดหายใจ พิมพิศาหันขวับไปมองกวินด้วยสายตาหวาดระแวง มือของเธอเริ่มสั่นเทาเมื่อเห็นกวินรีบควักโทรศัพท์มือถือออกมาด้วยอาการลนลาน กดโทรออกด้วยมือที่สั่นระริก เสียงรอสายดังขึ้นท่ามกลางความเงียบงันที่เข้าปกคลุมโต๊ะอาหาร ทั้งร้านราวกับถูกกดปุ่มหยุดเวลา ทุกสายตาจับจ้องมาที่ชายหนุ่มผู้เคยหยิ่งผยอง กวินยกโทรศัพท์แนบหู ใบหน้าที่เคยแดงก่ำบัดนี้ซีดเผือดราวกับกระดาษ ไร้สีเลือด สรรพคำพูดติดอยู่ที่ลำคอ เมื่อปลายสายกล่าวรายงานด้วยเสียงสั่นเครือว่า อาคารสำนักงานและทรัพย์สินทั้งหมดถูกซื้อขาดโดยนักลงทุนปริศนา และพวกเขากำลังถูกไล่ออกจากพื้นที่ภายในวันนี้! โทรศัพท์ในมือของกวินร่วงหล่นลงกระทบพื้น เสียงดัง *เพล้ง* สะท้อนก้องในความเงียบ รินทร์โน้มตัวไปข้างหน้าเล็กน้อย สายตาสีดำสนิทคู่นั้นจ้องลึกเข้าไปในดวงตาที่เต็มไปด้วยความหวาดกลัวของอดีตคู่แข่ง ก่อนจะเอ่ยประโยคที่ทำลายศักดิ์ศรีของกวินและพิมพิศาจนไม่เหลือชิ้นดี "เงินหนึ่งแสนที่คุณเอามาฟาดหัวผม... เก็บไว้ใช้เป็นค่ารถขนของย้ายออกจากตึกของคุณเถอะนะคะ... เพราะต่อจากนี้ พื้นที่ใต้ฟ้าผืนนี้ จะไม่มีที่ยืนให้คนอย่างพวกคุณอีกต่อไป" รินทร์ลุกขึ้นยืนเต็มความสูง จัดสูทราคาแพงให้เข้าที่อย่างใจเย็น ปรายตามองเศษเงินบนพื้นเป็นครั้งสุดท้าย ก่อนจะหันหลังเดินจากไปพร้อมกับฟ้าใส ทิ้งให้กวินและพิมพิศานั่งแข็งค้างจมอยู่กับความพินาศที่เพิ่งเริ่มต้นขึ้นเท่านั้น และในวินาทีที่รินทร์ก้าวพ้นประตูประดับกระจกใสของร้าน เสียงแจ้งเตือนจากแอปพลิเคชันธนาคารในมือถือของเขาก็ดังขึ้น พร้อมกับข้อความสั้น ๆ ที่ปรากฏบนหน้าจอ: *[แจ้งเตือนระบบ: การเข้าซื้อกิจการเครือข่ายตึกทั้งหมดในย่านการค้าสำเร็จเรียบร้อยแล้ว ยอดเงินคงเหลือในบัญชี: 999,999,999,000 บาท]* ขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางและสนับสนุนผลงานของต้นไม้ริมระเบียงเสมอนะคะ
สารจากนักเขียน (ต้นไม้ริมระเบียง)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ขอหย่าแล้วไง? ในเมื่อผมรวยกว่าคุณร้อยเท่า นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%