กลิ่นอายของสีทาบ้านเกรดพรีเมียมและไม้สนโอ๊คเนื้อดีอบอวลอยู่ในบรรยากาศ ขณะที่รินทร์กวาดสายตามองผ่านกระจกนิรภัยบานสูงจรดเพดาน ภาพเบื้องหน้าคือผืนน้ำระยิบระยับของแม่น้ำเจ้าพระยาที่สะท้อนแสงอาทิตย์ยามอัสดง ทอดตัวยาวสุดสายตาอย่างไร้สิ่งกีดขวาง
ที่นี่... คือคฤหาสน์หรูริมน้ำมูลค่าเก้าหลัก สถาปัตยกรรมโมเดิร์นคลาสสิกที่ครั้งหนึ่งเคยเป็นเพียงภาพฝันเลือนรางในยามที่เขายังเป็นแค่พนักงานออฟฟิศเงินเดือนน้อยนิด ผู้ชายที่ถูกเหยียดหยามและถูกสลัดทิ้งอย่างไร้เยื่อใย
"คุณรินทร์คะ... มันใหญ่เกินไปหรือเปล่าสำหรับเราแค่สองคน"
เสียงหวานแผ่วเบาที่ดังขึ้นจากด้านหลัง ทำให้รินทร์ละสายตาจากวิวทิวทัศน์เบื้องนอก เขากลั้วหัวเราะในลำคอเล็กน้อย ก่อนจะหันกลับมามองหญิงสาวที่ยืนกุมมือกันด้วยความประหม่า ฟ้าใสสวมชุดเดรสเรียบง่าย รอยยิ้มของเธอยังคงความจริงใจและอบอุ่นเช่นเดิม ไม่เคยเปลี่ยนไปเลยแม้แต่วันที่ชีวิตของเขาร่วงหล่นสู่จุดต่ำสุด หรือในวันที่เขากลายเป็นมหาเศรษฐีผู้กุมอำนาจเงินตราเหนือคนครึ่งเมือง
รินทร์ก้าวเข้าไปใกล้ โอบไหล่บางของเธอไว้ด้วยความทะนุถนอม สัมผัสได้ถึงความสั่นเทาเล็กน้อยจากความไม่คุ้นเคย
"ไม่มีอะไรใหญ่เกินไปสำหรับคุณหรอกค่ะ, ฟ้าใส" รินทร์เอ่ยด้วยน้ำเสียงทุ้มนุ่มแต่หนักแน่น "บ้านหลังนี้ไม่ใช่แค่ที่อยู่อาศัย แต่มันคือป้อมปราการ... เป็นเครื่องยืนยันว่าเราจะไม่ต้องกลับไปเดินก้มหน้าให้ใครเหยียบย่ำอีกต่อไป"
ฟ้าใสเงยหน้ามองเขา แววตาคู่สวยสะท้อนภาพของชายหนุ่มผู้เยือกเย็นและเฉียบขาดในสายตาคนภายนอก แต่กลับอบอุ่นและอ่อนโยนที่สุดเมื่ออยู่ต่อหน้าเธอ มือเรียวเล็กยกขึ้นแตะเบาๆ ที่สันจมูกโด่งของเขาอย่างหยอกเย้า เพื่อคลายความตึงเครียดที่สะสมมาตลอดทั้งวัน
"คุณก็ยังเป็นคุณรินทร์คนเดิม... คนที่ชอบใช้เงินแก้ปัญหาด้วยความใจร้อนอยู่เรื่อย" ฟ้าใสถอนหายใจยาวอย่างอ่อนอกอ่อนใจ "จำได้ไหมคะ ตอนที่เราต้องแชร์บะหมี่กึ่งสำเร็จรูปกันถ้วยเดียว... ฉันไม่เคยคิดเลยว่าชีวิตเราจะมีวันนี้"
"เพราะฉันจำวันนั้นได้แม่นยำต่างหากค่ะ, ฟ้าใส" รินทร์กล่าวเสียงเยียบเย็น นัยน์ตาคมกริบเปล่งประกายวับวามราวกับคมมีดที่ซ่อนอยู่ในฝัก "ความยากจนในวันนั้น สอนให้ฉันรู้ว่าโลกใบนี้ไม่ได้ขับเคลื่อนด้วยความดีงาม แต่มันขับเคลื่อนด้วยอำนาจและตัวเลขในบัญชี... และตอนนี้ ฉันมีมันมากพอที่จะซื้อความยุติธรรมทั้งหมดคืนมา"
ในขณะที่บรรยากาศภายในคฤหาสน์กำลังอบอวลไปด้วยความสุขของการเริ่มต้นใหม่ เสียงกริ่งประตูหน้าบ้านรั้วอัลลอยด์ก็ดังขึ้นทำลายความเงียบ รินทร์ขมวดคิ้วเล็กน้อย ขณะที่ฟ้าใสสะดุ้งด้วยความตกใจ
ระบบรักษาความฉลาดอัจฉริยะของบ้านส่งภาพจากกล้องวงจรปิดมายังจอแท็บเล็ตบนผนังทันที รินทร์ปัดหน้าจอเพื่อดูผู้มาเยือน และภาพที่ปรากฏก็ทำให้มุมปากหยักลึกยกยิ้มเยาะขึ้นอย่างเยือกเย็น
กวิน... ทายาทหนุ่มผู้เคยสูงส่งและหยิ่งผยองแห่งตระกูลใหญ่ ยืนอยู่หน้าประตูรั้วด้วยสภาพที่ไม่สู้ดีนัก สูทแบรนด์เนมยับยู่ยี่ ใบหน้าซีดเผือด แววตาเต็มไปด้วยความตื่นตระหนกและโกรธเกรี้ยวจนเส้นเลือดปูดโปน
รินทร์ส่งสัญญาณปลดล็อกประตูรั้วอัตโนมัติด้วยปลายนิ้ว ก่อนจะหันไปบอกฟ้าใสด้วยน้ำเสียงเรียบเฉย
"รอฉันตรงนี้นะคะ... แขกที่ไม่ได้รับเชิญมาถึงแล้ว"
เสียงฝีเท้าหนักหน่วงก้าวเข้ามาในตัวบ้านอย่างไม่เป็นจังหวะ กวินพุ่งพรวดเข้ามาในห้องโถงใหญ่ด้วยความเร่งรีบ ทันทีที่เห็นหน้าเจ้าของบ้าน อารมณ์ที่เก็บกดไว้ก็ระเบิดออกมาทันที
"ไอ้รินทร์! แก... แกทำอะไรลงไป!" กวินตะโกนลั่น หอบหายใจสะท้านด้วยความเคียดแค้น "หุ้นของบริษัทฉันร่วงติดฟลอร์สามวันติดต่อกัน! โครงการพันล้านถูกยกเลิกกะทันหันทุกโครงการ... ฝีมือแกใช่ไหม! แกใช้เงินซื้อหุ้นแล้วฮุบกิจการตระกูลฉัน!"
รินทร์ยืนกอดอกพิงเคาน์เตอร์ครัวหินอ่อนอย่างสบายอารมณ์ เขามองสภาพที่น่าสมเพชของอดีตคู่แข่งด้วยสายตาที่ว่างเปล่า ราวกับกำลังมองมดปลวกตัวจิ๋วที่ดิ้นรนอยู่บนฝ่ามือ
"เสียงดังไปหน่อยนะคะ, คุณกวิน" รินทร์เอ่ยด้วยน้ำเสียงราบเรียบ ไร้ซึ่งความโกรธเกรี้ยว แต่น่ากลัวกว่าการตะโกนด่าทอเป็นร้อยเท่า "ที่นี่คือบ้านใหม่ของฉัน ช่วยกรุณารักษามารยาทด้วย... อ้อ ลืมไป คนที่กำลังจะล้มละลายจนต้องประกาศขายแม้แต่แหวนแต่งงาน คงไม่มีจิตใจจะมาสนใจเรื่องมารยาทสินะคะ"
กวินหน้าถอดสี เขากัดฟันกรอดจนกรามขึ้นเป็นสันนูน พยายามก้าวเข้ามาประชิดตัวรินทร์ แต่รุกรับด้วยความจนตรอก
"แกต้องการอะไร! เงินเท่าไหร่ที่แกต้องการถึงจะยอมหยุด! ฉันยอมก้มหัวให้แกแล้ว... แกอยากได้อะไร บอกมาสิ!" กวินตะคอกเสียงสั่นเครือ ความหยิ่งทะนงทั้งหมดถูกบดขยี้จนไม่เหลือชิ้นดีต่อหน้ารินทร์
รินทร์หัวเราะในลำคอเบาๆ ก้าวเท้าเข้าไปหากวินทีละก้าวอย่างเชื่องช้า จนกระทั่งยืนประจันหน้ากัน ระยะห่างเพียงไม่กี่คืบทำให้กวินต้องเป็นฝ่ายผถอยหลังด้วยความหวาดกลัวต่อออร่าอันเย็นชาที่แผ่ออกมาจากตัวของรินทร์
"เงินที่คุณมี... ต่อให้เอามาถมรวมกันทั้งหมด ก็ยังไม่คู่ควรจะซื้อเศษกระดาษทิชชูในบ้านหลังนี้เลยค่ะ, คุณกวิน" รินทร์กระซิบด้วยน้ำเสียงกระชากวิญญาณ "สิ่งที่คุณทำกับฉันและฟ้าใสในอดีต มันเพิ่งจะเริ่มต้นชำระดอกเบี้ยเท่านั้น..."
ในวินาทีที่กวินหน้าซีดเผือดและกำลังจะอ้าปากโต้เถียง เสียงเฮลิคอปเตอร์ส่วนตัวลำใหญ่ก็บินแหวกน่านฟ้าเข้ามาจอดสนิทบนลานจอดเฮลิคอปเตอร์ส่วนตัวริมน้ำของคฤหาสน์ แรงลมจากใบพัดตีผ่านกระจกบานใหญ่จนเกิดเสียงดังสนั่น
ประตูลานบินเปิดออก พร้อมกับร่างของบุคคลปริศนาในชุดสูทสקิลพรีเมียมก้าวลงมา ทว่าสิ่งที่ทำให้กวินถึงกับเข่าทรุดลงไปกองกับพื้นจนตัวสั่นเทา ไม่ใช่ตัวบุคคลนั้น... แต่เป็นแฟ้มเอกสารสีดำสนิทตราประทับทองคำแท้ที่บุคคลปริศนาถือตรงเข้ามาหาปะรำพิธี
บุคคลปริศนาก้าวเข้ามาในบ้าน โค้งคำนับให้รินทร์อย่างนอบน้อม ก่อนจะยื่นแฟ้มเอกสารนั้นให้ พร้อมกับรอยยิ้มเยือกเย็นที่สลักลงบนความพินาศขั้นสุดท้าย
"ท่านครับ... การเข้าซื้อกิจการเครือข่ายทั้งหมดของตระกูลกวิน เสร็จสมบูรณ์ร้อยเปอร์เซ็นต์แล้วครับ"
ขอขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางและสนับสนุนผลงานของต้นไม้ริมระเบียงเสมอนะคะ
ขอหย่าแล้วไง? ในเมื่อผมรวยกว่าคุณร้อยเท่า•ตอนที่ 13
คฤหาสน์หรูริมน้ำ
ผลงานโดย ต้นไม้ริมระเบียง
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ต้นไม้ริมระเบียง)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ขอหย่าแล้วไง? ในเมื่อผมรวยกว่าคุณร้อยเท่า นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!