ตัวเลขสีแดงฉานที่กระพริบบนหน้าจอเทรดดิ้งออนไลน์ ไม่ได้เป็นเพียงแค่สถิติความเสียหาย แต่มันคือเสียงกรีดร้องอันโหยหวนของอาณาจักรธุรกิจที่กำลังถูกกัดกินจากภายใน ตึกระฟ้าของตระกูลกวินตั้งตระหง่านท้าทายท้องฟ้ากรุงเทพฯ แต่ทว่า รากฐานอันมั่นคงที่สั่งสมมาหลายสิบปีกลับกำลังสั่นคลอนอย่างรุนแรง เพียงเพราะกระแสข่าวลือไม่กี่บรรทัดที่ถูกปล่อยออกมาในเวลาไล่เลี่ยกัน
"ท่านประธานครับ! หุ้นของบริษัทเราดิ่งลงติดฟลอร์ 30% แล้วครับ แรงเทขายมาจากกองทุนต่างประเทศกลุ่มใหญ่ และตอนนี้... บอร์ดบริหารกำลังโทรศัพท์เข้ามาสายแทบไหม้ครับ!"
เสียงรายงานของเลขาธิการหนุ่มสั่นเครือจนแทบจับใจความไม่ได้ เอกสารในมือของเขาปลิวตกลงบนพื้นพรมราคาแพงระยับ ทว่ากวินกลับไม่ได้สนใจไยดีแม้แต่น้อย นัยน์ตาคมกริบที่เคยฉายแววหยิ่งผยองและเย่อหยิ่ง บัดนี้เบิกกว้างด้วยความตื่นตระหนก เส้นเลือดที่ขมับปูดโปนเต้นตุบๆ ราวกับจะระเบิด
กวินพยายามคว้าโทรศัพท์มือถือบนโต๊ะทำงานมากดโทรหาธนาคารพันธมิตรเพื่อขอวงเงินฉุกเฉิน ทว่าสิ่งที่ได้ยินกลับมีเพียงสัญญาณเสียงรอสายที่ยาวนานอย่างไร้จุดสิ้นสุด หรือไม่ก็เสียงปฏิเสธอย่างไร้เยื่อใยจากผู้บริหารระดับสูงที่เคยนอบน้อมถ่อมตนต่อหน้าเขาเมื่อไม่กี่วันก่อน
"พวกมัน... พวกมันกล้าดียังไง!" กวินคำรามออกมาด้วยความโกรธเกรี้ยวจนสุดเสียง มือหนากวาดแฟ้มเอกสารบนโต๊ะกระจัดกระจายไม่เป็นท่า ศักดิ์ศรีและอำนาจที่เขาเคยภาคภูมิใจนักหนากำลังถูกพังทลายลงต่อหน้าต่อตาอย่างเลือดเย็น
ในห้องทำงานส่วนตัวอีกมุมหนึ่งของตึกสูงระฟ้าอีกแห่ง รินทร์นั่งไขว่ห้างอยู่บนโซฟาหนังแท้สีดำสนิท สายตาสงบนิ่งทอดมองกราฟราคาหุ้นที่ร่วงดิ่งลงเหวผ่านจอแท็บเล็ตในมือ บรรยากาศรอบตัวของเขามีความเยือกเย็นและทรงอำนาจแผ่ซ่านออกมาอย่างชัดเจน จนทำให้ฟ้าใสที่นั่งอยู่เคียงข้างอดไม่ได้ที่จะเหลือบมองด้วยความทึ่ง
"คุณทำมันสำเร็จจริงๆ ด้วยนะคะรินทร์" ฟ้าใสเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงแผ่วเบา เธอยื่นแก้วกาแฟอุ่นๆ ส่งให้ชายหนุ่ม ดวงตากลมโตคู่นั้นสะท้อนความซับซ้อนบางอย่าง แม้เธอจะเคยผ่านความยากลำบากเคียงบ่าเคียงไหล่กับรินทร์มาด้วยกัน แต่ความเด็ดขาดและวิธีการอันล้ำลึกที่เขาใช้เล่นงานกวินในครั้งนี้ กลับทำให้เธอมองเห็นรินทร์ในมุมที่ไกลเกินกว่าที่เธอจะจินตนาการถึง
รินทร์รับแก้วกาแฟมาถือไว้โดยไม่ดื่ม เขาวางมันลงบนโต๊ะกระจกเบาๆ ก่อนจะหันมาสบตากับหญิงสาว รอยยิ้มบางเบาที่มุมปากไม่ได้บ่งบอกถึงความสะใจ แต่มันคือความว่างเปล่าของคนที่มองทะลุปรุโปร่งถึงสัจธรรมแห่งอำนาจเงิน
"โลกใบนี้ไม่ได้ขับเคลื่อนด้วยความยุติธรรมหรอครับ... เอ๊ด... หรอกนะฟ้าใส" รินทร์เกือบเผลอหลุดคำพูดคุ้นชิน แต่ก็เปลี่ยนสรรพนามในใจทันทีเพื่อรักษาความนุ่มนวล "แต่มันขับเคลื่อนด้วยความไร้ปรานีต่างหากล่ะ กวินเคยคิดว่าเงินซื้อได้ทุกอย่าง และใช้มันเหยียบย่ำคนอื่น วันนี้ฉันก็แค่สอนบทเรียนราคาแพงให้เขาได้รู้ซึ้งว่า การตกจากจุดสูงสุดลงสู่ก้นเหว มันรู้สึกหนาวเหน็บแค่ไหน"
ข่าวลือที่รินทร์ปล่อยออกไปไม่ใช่ข่าวลือโคมลอย แต่มันคือรายงานการตรวจสอบบัญชีลับและการทุจริตภายในของกลุ่มบริษัทกวินที่ระบบเศรษฐีของรินทร์รวบรวมมาได้แบบเรียลไทม์ หลักฐานชิ้นสำคัญถูกส่งต่อไปยังสำนักข่าวเศรษฐกิจและองค์กรกำกับดูแลตลาดทุนพร้อมๆ กัน ทำให้ความน่าเชื่อถือของตระกูลกวินพังทลายลงในชั่วพริบตา ไม่มีนักลงทุนหน้าไหนกล้าเอาเงินมาเสี่ยงกับบริษัทที่กำลังจะล้มละลาย
โทรศัพท์มือถือบนโต๊ะของรินทร์สั่นขึ้น เบอร์ที่ปรากฏบนหน้าจอคือเบอร์ส่วนตัวของกวินที่ไม่ได้ติดต่อกันมานานนับปี รินทร์มองมันด้วยหางตาก่อนจะกดรับและเปิด speaker phone ให้ฟ้าใสได้ยินด้วย
"รินทร์! แกทำอะไรลงไป! ฝีมือแกใช่ไหม!" เสียงตะโกนอย่างบ้าคลั่งของกวินดังลอดออกมาจากลำโพง เต็มไปด้วยความคับแค้นใจและสิ้นหวัง
รินทร์ยกยิ้มมุมปากอย่างเยือกเย็น น้ำเสียงที่ตอบกลับไปราบเรียบราวกับกำลังพูดคุยเรื่องดินฟ้าอากาศ "น้ำเสียงของคุณดูไม่ค่อยสู้ดีเลยนะกวิน หุ้นตกแค่นิดหน่อยเอง ทำไมต้องตกใจขนาดนั้นด้วยล่ะ"
"แกต้องการอะไร! อยากได้เงินเท่าไหร่ ว่ามา! ฉันยอมจ่ายทุกอย่าง ขอแค่แกหยุดปล่อยข่าวบ้าๆ นี่!" กวินในยามนี้ไม่มีมาดของคุณชายผู้สูงศักดิ์หลงเหลืออยู่อีกต่อไป น้ำเสียงของเขาเริ่มสั่นเครือและเว้าวอน
"เงินเหรอ?" รินทร์หัวเราะในลำคอเบาๆ "คุณคิดว่าตอนนี้คุณมีเงินมากพอที่จะซื้อความเงียบจากฉันงั้นเหรอ กวิน... สิ่งที่คุณกำลังสูญเสียอยู่ ไม่ใช่แค่เงินในบัญชี แต่มันคือศักดิ์ศรีทั้งหมดที่คุณเคยใช้มันกดหัวคนอื่น และบอกไว้ก่อนเลยนะว่า เกมนี้มันเพิ่งจะเริ่มต้นขึ้นเท่านั้น"
รินทร์กดตัดสายทันทีโดยไม่เปิดโอกาสให้กวินได้เอ่ยคำใดต่อ ความเงียบงันปกคลุมไปทั่วห้องทำงานหรูหรา ฟ้าใสสูดหายใจเข้าลึกๆ เธอยื่นมือเรียวมาสัมผัสหลังมือของรินทร์เบาๆ เพื่อส่งผ่านความอบอุ่นและเตือนสติเขาไม่ให้ดำดิ่งลึกเกินไปในวังวนของการแก้แค้น
"พอใจแล้วใช่ไหมคะ" ฟ้าใสเอ่ยถามด้วยน้ำเสียงอ่อนโยน "การทำลายเขาให้ย่อยยับ... ทำให้คุณมีความสุขขึ้นจริงๆ หรือเปล่า"
รินทร์หันมามองหญิงสาว แววตาที่เคยแข็งกร้าวอ่อนแสงลงชั่วขณะ เขากุมมือของฟ้าใสไว้แน่น "ความสุขไม่ได้มาจากการทำลายล้างหรอค่ะฟ้าใส... แต่มันมาจากการปกป้องคนที่ฉันรักต่างหาก คนอย่างกวินสมควรได้รับผลกรรมที่เขาเคยทำไว้"
ในขณะที่บรรยากาศภายในห้องกำลังผ่อนคลายลง เสียงเคาะประตูก็รัวเร็วและดังขึ้นขัดจังหวะ ประตูห้องทำงานถูกผลักเปิดออกอย่างแรงโดยไม่ได้รับอนุญาต เลขาฯ ส่วนตัวของรินทร์ก้าวเข้ามาด้วยสีหน้าตื่นตระหนกยิ่งกว่าเดิม หอบหายใจถี่กระชั้นจนแทบพูดไม่ออก
"คุณรินทร์ครับ! เกิดเรื่องใหญ่แล้วครับ!" เลขาฯ หนุ่มละล่ำละลักพูด "มีบุคคลปริศนา... ผู้ถือหุ้นใหญ่ลับที่ถือครองหุ้น 40% ของกลุ่มบริษัทกวินมาตลอด เพิ่งส่งหนังสือเวียนด่วนที่สุดถึงบอร์ดบริหาร... เขาประกาศกร้าวว่าจะเทขายหุ้นทั้งหมดให้เราในราคาศูนย์บาท พร้อมกับ..."
เลขาฯ กลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบาก ก่อนจะกล่าวประโยคที่ทำให้รินทร์และฟ้าใสต้องชะงักค้าง
"พร้อมกับ... เดินทางมาถึงหน้าบริษัทเราแล้วครับ คนๆ นั้นบอกว่า... มาเพื่อทวงคืนทุกอย่างที่เคยเป็นของเขา และชื่อของเขาคือ..."
ด้วยรักจากใจ... ต้นไม้ริมระเบียงค่ะ
ขอหย่าแล้วไง? ในเมื่อผมรวยกว่าคุณร้อยเท่า•ตอนที่ 18
รอยร้าวในธุรกิจกวิน
ผลงานโดย ต้นไม้ริมระเบียง
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ต้นไม้ริมระเบียง)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ขอหย่าแล้วไง? ในเมื่อผมรวยกว่าคุณร้อยเท่า นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!