"ถ้าพวกคุณยังกล้ากดชัตเตอร์อีกภาพเดียว คดีหมิ่นประมาทพ่วงด้วยข้อหารุกรานความเป็นส่วนตัวจะไปนอนรออยู่บนโต๊ะทนายของพวกคุณในอีกไม่ถึงชั่วโมง!"
เสียงคำรามแหบพร่าด้วยความเดือดดาลดังสนั่นลั่นโถงทางเดินวีไอพีของโรงแรมหรูระดับเจ็ดดาว แสงแฟลชจากกล้องนับสิบตัววับวาบสาดส่องกระทบใบหน้าบิดเบี้ยวของกวิน ทายาทตระกูลดังผู้เคยเย่อหยิ่งและถือดีว่าตนเองอยู่บนจุดสูงสุดของห่วงโซ่อาหาร แต่วันนี้ หน้ากากสุภาพบุรุษนักธุรกิจผู้เพียบพร้อมได้หลุดลุ่ยจนไม่เหลือชิ้นดี
รินทร์ยืนกอดอกพิงผนังกระจกใสเบื้องหลังกลุ่มสื่อมวลชน รอยยิ้มบางเบาประดับอยู่บนมุมปากอย่างเยือกเย็น สายตาของเขาไม่ได้มีความโกรธเกลียดหลงเหลืออยู่เลย มีเพียงความว่างเปล่าที่น่ากลัว—ความว่างเปล่าของคนที่มองมดปลวกกำลังดิ้นรนในอ่างน้ำวน
ฟ้าใสที่ยืนเคียงข้างเอื้อมมือมาแตะข้อศอกเขาเบาๆ เป็นเชิงเตือนสติ แววตาของเธอมีความกังวลเจืออยู่เล็กน้อย แต่รินทร์กลับส่งยิ้มอบอุ่นและบีบมือเธอกลับเพื่อบอกว่าทุกอย่างอยู่ภายใต้การควบคุม
"คุณกวินคะ! ทางสำนักข่าวของเราได้รับรายงานว่าคุณกำลังจะถูกฟ้องล้มละลายจริงหรือไม่คะ?" นักข่าวสาวจากช่องเศรษฐกิจชื่อดังพุ่งไมโครโฟนเข้าไปประชิด พร้อมยิงคำถามที่เปรียบเสมือนการราดน้ำมันลงบนกองเพลิง
"หุบปากนะอีสารเลว! แกพูดว่าอะไรนะ!"
กวินพุ่งเข้าใส่ไมโครโฟนตัวนั้นด้วยความขาดสติ มือหนากระชากก้านไมค์จนเกือบหลุดจากมือผู้สื่อข่าว ภาพความป่าเถื่อนและสันดานดิบที่ถูกเก็บกดไว้ภายใต้สูทแบรนด์เนมราคาหลักแสน บัดนี้ถูกถ่ายทอดสดผ่านเลนส์กล้องและแพร่ภาพไปยังจอโทรทัศน์นับล้านครัวเรือนทั่วประเทศ
นี่คือแผนการอันแยบยลของรินทร์ การปล่อยให้กวินจมปลักอยู่ในความโลภ การใช้เงินกว้านซื้อหุ้นบริษัทของตระกูลกวินทีละน้อย จนกระทั่งบีบให้เขากลายเป็น "คนไร้ค่า" ในชั่วข้ามคืน ความกดดันมหาศาลนี้เองที่ทำลายสติสัมปชัญญะของกวินจนหมดสิ้น เผยให้เห็นธาตุแท้ของอันธพาลในคราบนักธุรกิจผู้ดี
"ดูเขาสิคะ..." ฟ้าใสกระซิบเสียงแผ่วเบา ขณะมองภาพชายหนุ่มผู้เคยเหยียบย่ำชีวิตพวกเขาในอดีตกำลังกรีดร้องโวยวายราวกับคนเสียสติ "เขาไม่เคยเปลี่ยนไปเลย... แค่เปลือกนอกที่เคยห่อหุ้มมันหลุดออกเท่านั้นเอง"
"คนเรามักจะเก่งกาจและสุภาพเรียบร้อยเสมอตราบเท่าที่มีเงินค้ำคอฟ้าใสค่ะ" รินทร์เอמהด้วยน้ำเสียงราบเรียบ ทว่าเฉียบคมบาดลึก "แต่พอความมั่งคั่งหายไป สันดานที่แท้จริงถึงจะเริ่มทำงาน... และสำหรับกวิน มันทำงานช้าไปหน่อยด้วยซ้ำ"
เสียงเอะอะโกลาหลทวีความรุนแรงขึ้นเมื่อเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยของโรงแรมกรูเข้ามาพยายามควบคุมตัวกวินที่กำลังอาละวาดทำลายข้าวของ กวินกวาดสายตาผ่านฝูงชนจนกระทั่งมาหยุดอยู่ที่ร่างของรินทร์ ผู้ซึ่งยืนมองความพินาศของเขาด้วยท่าทีสง่างามราวกับผู้ชมในแถวหน้าของโรงละครโอเปร่า
"แก... รินทร์! เป็นเพราะแก! แกไอ้หน้าตัวเมีย แกใช้เล่ห์เหลี่ยมอะไรเล่นงานฉัน!" กวินแผดเสียงร้องคำรามลั่น ดวงตาแดงก่ำด้วยเส้นเลือดฝอยระเบิดออกด้วยความคลุ้มคลั่ง เขาพยายามสะบัดตัวให้หลุดจากการจับกุมของ รปภ. เพื่อพุ่งเข้ามาบีบคอคนที่เขาเคยเหยียดหยามว่าเป็นแค่ลูกจ้างกระจอกๆ
รินทร์ไม่ได้ขยับเขยื้อนหนีแม้แต่นصفก้าว เขายังคงยืนนิ่งสงบ ปล่อยให้กวินดิ้นรนอยู่กลางวงล้อมของแสงแฟลชและเสียงชัตเตอร์ที่รัวราดไม่หยุดยั้ง บันทึกภาพความอับyอศอดสูที่สุดในชีวิตของทายาทตระกูลดังไว้เป็นหลักฐานชิ้นสำคัญ
"ผมไม่ได้ทำอะไรเลยนะกวิน..." รินทร์เอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงทุ้มนุ่ม แต่มันกลับดังก้องชัดเจนท่ามกลางความโกลาหล "ผมแค่ใช้กติกาเดียวกับที่คุณเคยใช้กับผมเมื่อสามปีก่อน... แค่เปลี่ยนจาก 'อำนาจเงินในกระเป๋าพ่อคุณ' มาเป็น 'ความพินาศที่คุณสร้างขึ้นเอง' ก็เท่านั้น"
คำพูดนั้นเปรียบเสมือนหมัดน็อคที่ซัดเข้ากลางแสกหน้ากวิน ร่างกายของอดีตคุณชายผู้เคยค้ำฟ้าทรุดฮวบลงคุกเข่ากับพื้นพรมราคาแพงอย่างไร้เรี่ยวแรง น้ำตาแห่งความคับแค้นและอัปยศไหลทะลักออกมาผสมปนเปกับเหงื่อไคล ภาพลักษณ์อันน่าเกรงขามมลายหายสิ้น เหลือเพียงเศษซากมนุษย์ที่พ่ายแพ้อย่างสมบูรณ์แบบ
ทว่า ในขณะที่บรรยากาศกำลังดิ่งลงสู่จุดสูงสุดแห่งความสะใจของผู้ชมและสื่อมวลชน เสียงปรบมือเป็นจังหวะช้าๆ ก็ดังขึ้นจากมุมมืดบริเวณทางเข้าลิฟต์ส่วนตัว
*แปะ... แปะ... แปะ...*
ทุกคนในโถงทางเดินหันขวับไปมองต้นตอของเสียงนั้นทันที รินทร์หรี่ตาลงเล็กน้อย สัญชาตญาณเตือนภัยในตัวทำงานอย่างเฉียบพลันเมื่อเห็นเงาร่างของหญิงสาวในชุดสูทสีขาวสะอาดตา ก้าวออกมาจากความมืดพร้อมรอยยิ้มเยือกเย็นที่ชวนให้สันหลังวาบหวิว
"ยอดเยี่ยมมากค่ะ คุณรินทร์..." เสียงหวานใสเอ่ยขึ้น ทว่ากลับทรงอำนาจจนทำให้เสียงโวยวายของกวินเงียบลงสนิท "เล่นงานหมาจนตรอกตัวนี้ได้งดงามสมกับที่เป็นเจ้าของบัญชีดำคนใหม่จริงๆ"
รินทร์จ้องมองใบหน้านั้นอย่างพินิจพิเคราะห์ หัวใจกระตุกวูบเมื่อตระหนักว่า บุคคลที่ก้าวเข้ามาในเวลานี้ ไม่ใช่แขกเหรื่อทั่วไป แต่เป็น "ผู้หญิงคนนั้น" คนที่กุมความลับทั้งหมดของระบบเศรษฐีที่เขาครอบครองอยู่ และเธอกำลังกถือเอกสารสีดำสนิทแผ่นหนึ่งเดินตรงมาหยุดอยู่เบื้องหน้าเขาด้วยรอยยิ้มที่อ่านไม่ออก
"ยินดีที่ได้พบกันอย่างเป็นทางการนะคะ... ผู้ถือครองสิทธิ์ลำดับที่ศูนย์"
ด้วยรักจากใจ... ต้นไม้ริมระเบียงค่ะ
ขอหย่าแล้วไง? ในเมื่อผมรวยกว่าคุณร้อยเท่า•ตอนที่ 23
หน้ากากที่หลุดลุ่ย
ผลงานโดย ต้นไม้ริมระเบียง
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ต้นไม้ริมระเบียง)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ขอหย่าแล้วไง? ในเมื่อผมรวยกว่าคุณร้อยเท่า นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!