เสียงซอว์ดนตรีคลาสสิกจากวงออร์เคสตราวงเล็กที่มุมห้องโถงใหญ่ของโรงแรมหรูระดับเจ็ดดาว ไม่ได้ช่วยให้บรรยากาศภายในงานเลี้ยงการกุศลประจำปีของมูลนิธิเด็กยากไร้อบอุ่นขึ้นเลยแม้แต่น้อย ในทางกลับกัน... ความเย็นเยียบจากเครื่องปรับอากาศที่ผสานกับสายตาเคลือบแคลงนับร้อยคู่ที่จับจ้องมายังร่างของรินทร์และฟ้าใส กลับทำให้ฮอลล์จัดงานกว้างใหญ่แห่งนี้ดูแคบอึดอัดราวกับกรงขัง
"ฉันไม่คิดเลยนะว่าคนประเภทที่เคยใส่เสื้อยืดขาดๆ มาเดินเก็บบิลค่าเช่าสำนักงานเมื่อปีก่อน จะกลายมาเป็นพวกเนียนซื้อบัตรเชิญราคาแพงเข้ามาเดินเฉิดฉายในงานระดับนี้ได้"
เสียงหัวเราะเยาะหยันดังมาจากริมฝีปากของกวิน ทายาทมหาเศรษฐีหนุ่มผู้สวมสูทสั่งตัดพิเศษจากอิตาลี เขากลั้วหัวเราะในลำคอขณะยกแก้วแชมเปญขึ้นจิบบางเบา สายตาคมปลาทูมองรินทร์ตั้งแต่หัวจรดเท้าด้วยความเหยียดหยามอย่างไม่คิดจะปิดบัง ข้างกายของกวินคือหญิงสาวไฮโซตระกูลดังที่ส่งเสียงหัวเราะคิกคักตามสมทบอย่างไร้มารยาท
รินทร์ไม่ได้แสดงอาการโกรธเกรี้ยว ความเงียบขรึมและใบหน้าที่เรียบเฉยราวน้ำแข็งสลักของเขา กลับสร้างแรงกดดันประหลาดจนรอยยิ้มบนใบหน้าของกวินเริ่มกระตุกวูบ
"บางที... คุณกวินอาจจะลืมไปว่า เงินที่ใช้จัดงานการกุศลคืนนี้ครึ่งหนึ่ง มาจากการที่บริษัทของคุณต้องเซ็นสัญญาจำนองที่ดินแปลงสุดท้ายให้กับผมเมื่อสามวันก่อนนะคะ" รินทร์เอ่ยด้วยน้ำเสียงนุ่มนวล ทว่าบาดลึกราวกับคมมีดที่กรีดลงบนเนื้อสดๆ
ฟ้าใสที่ยืนเคียงข้างในชุดราตรีสีน้ำเงินเข้มเรียบหรู ส่งยิ้มบางๆ อย่างสง่างาม มือเรียวบางเอื้อมมาแตะแขนเสื้อของรินทร์เบาๆ เพื่อส่งผ่านความอบอุ่นและเตือนสติเขาในคราวเดียวกัน เธอรู้ดีว่ารินทร์ในยามนี้ไม่ใช่พนักงานต๊อกต๋อยคนเดิมที่กวินเคยเหยียบย่ำอีกต่อไปแล้ว อำนาจในมือของเขามหาศาลเกินกว่าที่คนกลุ่มนี้จะจินตนาการถึง
"ปากดีไปเถอะ! แค่ฟลุ๊คจับพลับจับผลูได้สัญญาไม่กี่ชิ้น แกคิดว่าตัวเองกลายเป็นมหาเศรษฐีขึ้นมาจริงๆ หรือไง?" กวินหน้า2สีด้วยความโกรธจัดเมื่อโดนจี้จุดตายต่อหน้าแขกเหรื่อคนสำคัญหลายคน เขาแทบจะสعัดแก้วแชมเปญในมือทิ้ง "จำไว้ซะว่างานในคืนนี้ เขาคัดเฉพาะระดับ 'อีליท' ที่บริจาคขั้นต่ำคนละหนึ่งล้านบาทขึ้นไปเท่านั้นถึงจะมีสิทธิ์ขึ้นชื่อบนจอ LED หลัก! แกมีปัญญาควักเศษเงินในกระเป๋าหลักพันมาหย่อนตู้บริจาคหน้างานหรือยังเถอะ?"
สิ้นเสียงของกวิน เสียงซุบซิบนินทาจากรอบด้านก็ดังระงับขึ้นอีกระลอก สายตาทุกคู่มองมาที่รินทร์ด้วยความสมเพชเวทนา เพราะในงานนี้ ยอดบริจาคสูงสุดคือเครื่องวัดสถานะทางสังคมที่แท้จริง
รินทร์ทอดสายตามองหน้าจอ LED ขนาดยักษ์กลางงาน ที่ตอนนี้ชื่อของกวินกำลังขึ้นโชว์หราอยู่ที่อันดับหนึ่งด้วยยอดบริจาคสิบล้านบาท เพื่อแลกกับตำแหน่งประธานกิตติมศักดิ์ของมูลนิธิในปีนี้ รอยยิ้มเย็นเยียบผุดขึ้นที่มุมปากของชายหนุ่ม... มันเป็นรอยยิ้มที่ทำให้ฟ้าใสรู้ทันทีว่า พายุลูกใหญ่กำลังจะกวาดล้างทุกสิ่งให้ราบคาบ
รินทร์ไม่ตอบคำถาม เขาหันไปพยักหน้าให้กับการ์ดสวมสูทดำร่างยักษ์ที่เดินถือกระเป๋าเอกสารสีดำสนิทเข้ามาประชิดตัว กระเป๋าใบนั้นถูกวางลงบนโต๊ะลงทะเบียนอย่างนิ่มนวล ท่ามกลางความสงสัยของเจ้าหน้าที่มูลนิธิที่ยืนหน้าซีดด้วยความตื่นตระหนกจากรัศมีอำนาจที่แผ่ออกมาจากตัวของรินทร์
"ผมไม่ได้มาเพื่อบริจาคขั้นต่ำหลักล้านเหมือนพวกเศษสวะที่เอาแต่เห่าหอนไปวันๆ หรอกครับ"
รินทร์เอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงกังวานที่ดังพอจะสะกดให้ห้องโถงทั้งห้องตกอยู่ในความเงียบงัน มือหนาเปิดฝากกระเป๋าออก เผยให้เห็นเช็คเงินสดหลายฉบับที่ออกโดยธนาคารกลางระดับโลก พร้อมกับบัตรเครดิตโลหะสีดำสนิทที่สะท้อนแสงไฟระยิบระยับ
"ทางผม... ขอตัวแทนบริษัทในเครือ 'รินทร์ กรุ๊ป' มอบเงินสมทบทุนเข้ากองทุนฉุกเฉินของมูลนิธิ เป็นจำนวนเงิน..." รินทร์เว้นจังหวะเล็กน้อย สายตาคมกริบกวาดมองหน้ากวินที่เริ่มซีดเผือดลงทีละน้อย "...หนึ่งพันล้านบาทถ้วนครับ"
"ห... หนึ่งพันล้าน?!" ประธานมูลนิธิอุทานลั่น แทบจะสำลักน้ำลายตัวเอง ขาอ่อนแรงจนเกือบทรุดลงไปกองกับพื้น เอกสารในมือร่วงหล่นลงระนาบพรม
ทั่วทั้งฮอลล์ตกอยู่ในความเงียบสนิท ชนิดที่ได้ยินแม้กระทั่งเสียงลมหายใจ กวินอ้าปากค้าง ดวงตาเบิกโพ้าง ริมฝีปากสั่นระริกจนพูดไม่ออก หนึ่งพันล้านบาท... มันคือตัวเลขที่ตระกูลของกวินต้องใช้เวลาหาเงินสะสมร่วมสิบปี แต่วันนี้ รินทร์กลับใช้มันเป็นเพียงเบี้ยตัวเดียวในการตบหน้าพวกเขาฉาดใหญ่กลางงานสังคม
หน้าจอ LED ขนาดยักษ์กะพริบแสงสีทองวับวาว ชื่อของ "รินทร์ กรุ๊ป" พุ่งทะยานขึ้นสู่อันดับหนึ่งแทนที่กวินในเสี้ยววินาที ตัวเลขเก้าหลักเรียงรายตระหง่านจนกลบรัศมีของทุกคนในงานให้กลายเป็นเพียงฝุ่นผง
รินทร์ก้าวเข้าไปใกล้กวินที่ยืนขาแข็งเป็นหิน เขาก้มตัวลงกระซิบข้างหูของอดีตคู่แข่งด้วยน้ำเสียงที่เยือกเย็นและทรงพลังที่สุด
"เงินหนึ่งพันล้านนี้ ผมซื้อสิทธิ์ในการไล่คุณออกจากงานนี้ได้ทันที... เชิญครับ"
ในวินาทีที่กวินกำลังจะอ้าปากเถียงด้วยความอับอายและโกรธเกรี้ยวจนสติหลุด เสียงแจ้งเตือนข้อความทางโทรศัพท์มือถือของแขกผู้มีเกียรติเกือบทุกคนในงานก็ดังขึ้นพร้อมเพรียงกันอย่างน่าประหลาด
ข้อความพาดหัวข่าวหน้าหนึ่งจากสำนักข่าวเศรษฐกิจยักษ์ใหญ่ส่งตรงถึงทุกคนในห้องโถง พร้อมภาพถ่ายการเข้าซื้อกิจการทั้งหมดของตระกูลกวินโดยบริษัทแม่ปริศนาที่เพิ่งจดทะเบียน... และเจ้าของคือนามสกุลเดียวกับรินทร์
ฟ้าใสยกมือขึ้นปิดปากด้วยความตกใจ ดวงตากลมโตมองรินทร์ด้วยความระคนทึ่งและลึกซึ้ง หัวใจของเธอกำลังเต้นระรัวในอก ทว่าก่อนที่ใครจะได้ตั้งตัว ทันใดนั้นเอง... เสียงใบพัดเฮลิคอปเตอร์ส่วนตัวขนาดใหญ่ก็ดังกระหึ่มก้องกังวานมาจากดาดฟ้าของโรงแรม แรงลมจากการลงจอดทำเอาผ้าม่านผืนใหญ่ปลิวไสว
ร่างเงาสูงโปรดของเลขาฯ ส่วนตัวในชุดสูทเนียบเดินเข้ามาพร้อมสมาร์ทโฟนในมือ เธอโค้งคำนับให้รินทร์ด้วยความเคารพสูงสุดก่อนจะเอ่ยรายงานเสียงดังฟังชัด
"ท่านประธานครับ... ฮลิคอปเตอร์พร้อมแล้วครับ ทางคณะกรรมการบริหารธนาคารกลางยุโรปกำลังรอวิดีโอคอลเพื่ออนุมัติงบลงทุนโครงการสมาร์ทซิตี้มูลค่าหหมื่นล้านที่ท่านเพิ่งซื้อไว้เมื่อครู่ครับ"
รินทร์ปรายตามองกวินที่ทรุดฮวบคุกเข่าลงกับพื้นพรมด้วยความสิ้นท่า ก่อนที่เขาจะหันมาส่งยิ้มให้ฟ้าใสแล้วยื่นมือหนาออกไปจับมือเธอไว้แน่น
"กลับกันเถอะครับ... ที่นี่อากาศไม่ค่อยน่าอภิรมย์เท่าไหร่แล้ว"
ด้วยรักจากใจ... ต้นไม้ริมระเบียงค่ะ
ขอหย่าแล้วไง? ในเมื่อผมรวยกว่าคุณร้อยเท่า•ตอนที่ 22
งานเลี้ยงการกุศลที่กลายเป็นสงคราม
ผลงานโดย ต้นไม้ริมระเบียง
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ต้นไม้ริมระเบียง)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ขอหย่าแล้วไง? ในเมื่อผมรวยกว่าคุณร้อยเท่า นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!