ขอหย่าแล้วไง? ในเมื่อผมรวยกว่าคุณร้อยเท่า•ตอนที่ 24

เดิมพันด้วยบริษัทแม่

ผลงานโดย ต้นไม้ริมระเบียง
เสียงกระแทกแฟ้มเอกสารหนาปึ้กบนโต๊ะประชุมหินอ่อนราคาแพงดังสนั่น หักล้างความเงียบงันในห้องประชุมใหญ่ของตระกูลวรโชติลงอย่างไม่ไว้หน้า ใบหน้าของกวินในยามนี้บิดเบี้ยวไปด้วยความเคียดแค้นและตื่นกลัวระคนกัน เส้นเลือดที่ขมับปูดโปนเต้นตุบๆ ราวกับจะระเบิดออกมาให้ได้ ขณะที่ดวงตาคู่คมกริบของรินทร์มองกลับมาด้วยความเยือกเย็น ราวกับกำลังมองดูมดปลวกตัวหนึ่งที่กำลังดิ้นรนอยู่ในกำมือ "แกเล่นตลกอะไรของแก รินทร์!" เสียงของกวินคำรามลอดไรฟัน ต่ำทุ้มและสั่นเทาด้วยความอัปยศอดสู "คิดว่าถือเงินไม่กี่ร้อยล้านแล้วจะฮุบ 'โภคิน กรุ๊ป' ได้อย่างนั้นเหรอ? ฝันไปเถอะ! บริษัทนี้บรรพบุรุษฉันสร้างมาด้วยหยาดเหงื่อ แกมันก็แค่... ไอ้เศษสวะที่ฉันเคยเขี่ยทิ้งข้างถนน!" รินทร์ไม่ได้โกรธเคืองแม้แต่น้อย เขายกมือขึ้นปลดกระดุมเสื้อสูทออกช้าๆ อย่างใจเย็น ท่าทีที่สุขุมเกินคาดนั้นยิ่งทำให้กวินคลุ้มคลั่งยิ่งกว่าเดิม รินทร์ประสานมือวางไว้บนโต๊ะโน้มตัวไปข้างหน้าเล็กน้อย รอยยิ้มมุมปากปรากฏขึ้นอย่างเย้ยหยัน ทว่าดวงตากลับว่างเปล่าไร้ซึ่งความรู้สึก "เศษสวะอย่างฉันอย่างน้อยก็ไม่ต้องใช้เงินของพ่อแม่มาผลาญเล่นไปวันๆ เหมือนคุณหรอกนะคะ... อ้อ ขอโทษที ฉันติดปากพูดความจริงแรงไปหน่อย" รินทร์จงใจเน้นเสียงคำว่า 'คุณ' ด้วยความเหยียดหยาม ก่อนจะเลื่อนเอกสารสัญญาฉบับหนึ่งไปตรงหน้ากวิน "แต่ถ้าคุณคิดว่าสิ่งที่ฉันถืออยู่ในมือมันเป็นแค่เรื่องตลก งั้นเรามาลองเล่นเกมสนุกๆ กันดูหน่อยไหมล่ะ?" ฟ้าใสซึ่งนั่งอยู่เคียงข้างในฐานะที่ปรึกษาและคู่คิด ปรายตามองเอกสารแผ่นนั้นด้วยแววตานิ่งสงบ เธอเอื้อมมือไปแตะแขนของรินทร์เบาๆ เป็นเชิงเตือนสติ แต่รินทร์เพียงแค่หันไปส่งยิ้มอ่อนโยนให้เธอนิดๆ เพื่อบอกว่าเขากำลังควบคุมทุกอย่างเอาไว้ในกำมือแล้ว กวินก้มมองเอกสารที่เลื่อนมาตรงหน้า ดวงตากลมโตเบิกกว้างขึ้นทีละน้อยจนแทบถลน เมื่อเห็นตราประทับและลายเซ็นของคณะกรรมการบริหารส่วนใหญ่ "นี่มัน... พวกมันขายหุ้นให้แกตั้งแต่เมื่อไหร่?!" "เงินซื้อได้ทุกอย่างค่ะคุณกวิน... โดยเฉพาะความโลภของคนที่ใกล้จะล้มละลาย" รินทร์ตอบด้วยน้ำเสียงราบเรียบ ไร้ซึ่งความตื่นเต้น ราวกับกำลังพูดถึงสภาพอากาศในยามบ่าย "และนั่นคือเหตุผลที่ฉันเรียกประชุมฉุกเฉินวันนี้ เพื่อเปิด 'เดิมพันด้วยบริษัทแม่'" ความเงียบเข้าปกคลุมห้องประชุมอีกครั้ง บรรดากรรมการอาวุโสหลายคนที่เคยนั่งฝั่งเดียวกับกวินต่างพากันก้มหน้าหลบสายตา ไม่มีใครกล้าปริปากพูดอะไรออกมาสักคำ เพราะต่างก็รู้ดีว่าในเวลานี้ อำนาจที่แท้จริงไม่ได้อยู่ที่ตระกูลวรโชติอีกต่อไปแล้ว แต่มันอยู่ในบัญชีธนาคารของชายหนุ่มที่พวกมันเคยเหยียบย่ำเมื่อหลายเดือนก่อน "แกต้องการอะไรกันแน่ รินทร์?" กวินเค้นเสียงถาม ร่างกายเริ่มสั่นเทาอย่างควบคุมไม่อยู่ เมื่อตระหนักได้ว่าอำนาจที่ตนเองเคยภาคภูมิใจกำลังจะหลุดลอยไปตลอดกาล "ง่ายมากค่ะ" รินทร์เอนหลังพิงพนักเก้าอี้ น้ำเสียงเยือกเย็นก้องกังวานไปทั่วห้อง "หุ้น 51% ที่ฉันถืออยู่ตอนนี้ มีค่ามากกว่ามูลค่าหนี้สินทั้งหมดที่คุณก่อขึ้นสามเท่าตัว... เรามาเดิมพันกัน ถ้าคุณแน่จริง ถือหุ้นส่วนที่เหลือทั้งหมดของคุณมาเทหน้าตักสู้กับฉันในตลาดหลักทรัพย์ภายในสามวินาทีนี้ ถ้าคุณชนะ ฉันจะคืนทุกอย่างให้ฟรีๆ พร้อมกราบขอขมาคุณกลางสี่แยก แต่ถ้าคุณแพ้..." รินทร์เว้นจังหวะไว้เล็กน้อย สายตาคมกริบราวกับใบมีดกวาดมองหน้าศัตรูช้าๆ "...คุณต้องคุกเข่า เซ็นใบลาออกจากทุกตำแหน่ง และไสหัวออกไปจากตระกูลวรโชติมือเปล่า โดยไม่มีแม้แต่เศษเงินติดตัวสักบาทเดียว กล้าพอไหมล่ะคะ?" กวินหน้าซีดเผือด เม็ดเหงื่อกาฬผุดพรายเต็มหน้าผาก มือที่กำหมัดแน่นสั่นเทาจนเห็นได้ชัด เขารู้ดีว่าหากรับคำท้าและพลาดพลั้ง นั่นหมายถึงการล่มสลายอย่างแท้จริง แต่ถ้าไม่รับ เขาก็จะกลายเป็นไอ้ขี้แพ้ที่ต้องก้มหัวให้คนที่ตัวเองเคยดูถูกเหยียดหยามไปตลอดชีวิต บรรยากาศในห้องประชุมตึงเครียดจนแทบจะหยิบจับเป็นรูปธรรมได้ เสียงนาฬิกาแขวนผนังเดินติ๊กๆ ดังชัดเจนในโสตประสาทของทุกคน ฟ้าใสสูดหายใจเข้าลึก 3 วินาที ก่อนจะกระซิบบอกรินทร์เบาๆ ด้วยความกังวล "ระวังเขาจะเล่นตุกติกนะคะรินทร์" รินทร์หันมาสบตาเธอ แววตาที่แข็งกร้าวเมื่อครู่พลันอ่อนลงชั่วขณะ เขายกมือขึ้นกุมมือเรียวของเธอไว้แน่นเพื่อถ่ายทอดความมั่นใจ "ไม่ต้องห่วงค่ะฟ้าใส คนอย่างกวิน ไม่มีปัญญาพลิกเกมหรอกค่ะ มีแต่จะเดินลงหลุมที่ตัวเองขุดไว้เท่านั้น" กวินที่จ้องมองภาพนั้นด้วยความริษยาและคับแค้นใจ สติที่ขาดผึ่งทำให้เขาตบโต๊ะเสียงดังลั่น ลุกขึ้นยืนชี้หน้าดึงดันด้วยความโกรธเกรี้ยว "ได้! ฉันรับคำท้า! มาดูกันว่าแกจะแน่มาจากไหน!" กวินตะโกนลั่นห้อง คว้าโทรศัพท์มือถือออกมากดสั่งการด้วยความลนลาน "ทีมการเงิน! เทขายหุ้นสำรองทั้งหมดทุ่มซื้อคืนเดี๋ยวนี้! เอาให้มันหมดตัวไปเลย!" รินทร์เพียงแต่นั่งมองการดิ้นรนครั้งสุดท้ายของกวินด้วยรอยยิ้มสมเพช เขาหยิบสมาร์ทโฟนเครื่องหรูขึ้นมาบ้าง นิ้วเรียวกดทัชสกรีนเพียงไม่กี่ครั้งเพื่อส่งคำสั่งไปยังระบบเศรษฐีส่วนตัว หน้าจอแสดงผลยอดเงินมหาศาลที่พร้อมจะกวาดซื้อทุกอย่างในพริบตาเดียว รินทร์เงยหน้าขึ้นสบตากับกวินที่กำลังหน้าดำคร่ำเครียดด้วยความลุ้นระทึก ทว่า... ในวินาทีที่กวินกำลังกดปุ่มยืนยันคำสั่งครั้งสุดท้าย หน้าจอโทรศัพท์ของทุกคนในห้องประชุมก็ดับวูบลงพร้อมกันอย่างไร้สาเหตุ! ไฟฉุกเฉินสีแดงส้มสว่างวาบขึ้นทั่วทั้งตึก พร้อมกับเสียงสัญญาณเตือนภัยดังสนั่นหวั่นไหว ประตูห้องประชุมที่ควรจะปิดตาย กลับค่อยๆ เลื่อนเปิดออกช้าๆ เผยให้เห็นร่างของชายชราในชุดสูทสั่งตัดพิเศษผู้ทรงอิทธิพลที่สุดในประเทศ ก้าวเข้ามาพร้อมกับบอดี้การ์ดนับสิบชีวิตที่ยืนเรียงรายอารักขาอย่างแน่นหนา กวินอ้าปากค้างด้วยความช็อก ดวงเบิกกว้างจนแทบหลุดออกมานอกเบ้า เมื่อเห็นว่าผู้ที่ปรากฏตัวขึ้นในวินาทีชี้ชะตานี้คือใคร... ด้วยรักจากใจ... ต้นไม้ริมระเบียงค่ะ
สารจากนักเขียน (ต้นไม้ริมระเบียง)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ขอหย่าแล้วไง? ในเมื่อผมรวยกว่าคุณร้อยเท่า นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%