ขอหย่าแล้วไง? ในเมื่อผมรวยกว่าคุณร้อยเท่า•ตอนที่ 27

ปกป้องเธอด้วยทุกอย่างที่มี

ผลงานโดย ต้นไม้ริมระเบียง
"ฉันบอกคุณแล้วนะคะรินทร์ ว่าฉันดูแลตัวเองได้..." เสียงถอนหายใจยาวนานของฟ้าใสหลุดลอดริมฝีปากบางเฉียบ ขณะดวงตากลมโตมองสำรวจไปยังพื้นที่รอบตัว คอนโดมิเนียมหรูหราใจกลางมหานครแห่งนี้เดิมทีควรจะเป็นวิมานส่วนตัวที่ปลอดภัยที่สุด ทว่านับตั้งแต่กวินและเครือข่ายอิทธิพลมืดของมันเริ่มขยับตัวเข้าใกล้รินทร์มากขึ้น ความสงบสุขชั่วคราวก็นAssumed status ของคำว่า 'ปลอดภัย' ได้มลายหายสิ้นไปอย่างไร้ร่องรอย รินทร์ไม่ตอบคำถามทันที ชายหนุ่มในชุดสูทสั่งตัดเข้ารูปสีเทาเข้มกำลังยืนทอดสายตามองออกไปนอกกระจกบานยักษ์ที่สะท้อนภาพตึกระฟ้าเบื้องล่าง แสงไฟนีออนยามค่ำคืนของเมืองใหญ่สาดส่องกระทบใบหน้าด้านข้างที่คมคายและเยือกเย็นจนน่ากลัว ในมือเรียวยาวของเขามีแก้วคริスタルบรรจุของเหลวสีอำพันแกว่งไกวช้าๆ จังหวะการเคลื่อนไหวเต็มไปด้วยความมั่นใจของผู้กุมอำนาจที่เหนือกว่า—อำนาจที่ได้มาจากการตบหน้าพวกเหยียดหยามด้วยเม็ดเงินมหาศาลและระบบเศรษฐีที่พร้อมจะบดขยี้ทุกสิ่งให้เป็นจุล "ความปลอดภัยของคุณ ไม่ใช่เรื่องที่เราจะมาประนีประนอมกันได้ค่ะ ฟ้าใส" รินทร์หันกลับมา น้ำเสียงของเขาเรียաբนิ่งทว่าเด็ดขาดราวกับประกาศิตจากศาล "คุณคือคนที่เดินเคียงข้างฉันในวันที่ฉันไม่มีแม้แต่เศษเงินติดตัว และตอนนี้... ในวันที่ฉันมีทั้งโลกอยู่ใต้ฝ่าเท้า ฉันจะไม่มีวันยอมให้ใครหน้าไหนแตะต้องแม้แต่ปลายผมของคุณเด็ดขาด" บรรยากาศในห้องเงียบงัดลงทัน3ี ดวงตาของทั้งสองสอดประสานกัน ท่ามกลางความมั่งคั่งอันไร้ขีดจำกัดที่รินทร์ครอบครอง สิ่งเดียวที่ยังคงความเปราะบางและงดงามที่สุดในชีวิตของเขาก็คือผู้หญิงคนนี้—หญิงสาวผู้ไม่เคยหันหลังให้เขาแม้ในวันที่มืดมนที่สุด เสียงกริ่งหน้าห้องพักหรูดังขึ้นทำลายความเงียบ รินทร์ไม่ได้แสดงอาการตกใจแม้แต่น้อย เขาววางแก้วลงบนโต๊ะหินอ่อนด้วยท่าทีสบายๆ ราวกับล่วงรู้อยู่แล้วว่าใครกำลังรออยู่หลังบานประตูกระจกนิรกร ประตูกลอนอัตโนมัติถูกปลดล็อกโดยรินทร์ ร่างของชายฉกรรจ์ในชุดสูทสีดำสนิทสามคนก้าวเข้ามาด้วยฝีเท้าที่เงียบกริบและมั่นคง ท่วงท่าการเดินและการกวาดสายตาสำรวจมุมห้องอย่างรวดเร็วบ่งบอกถึงสัญชาตญาณนักล่าและการฝึกฝนระดับทหารรับจ้างเดนตาย นำหน้ามาด้วยชายวัยกลางคนรูปร่างกำยำ ใบหน้ามีรอยแผลเป็นจางๆ ที่หางตา แววตาคมกริบดั่งเหยี่ยวที่ผ่านสนามรบมาโชกโชน "ท่านประธานรินทร์" เสียงทุ้มต่ำและราบเรียบเอ่ยขึ้นพร้อมการโค้งตัวแสดงความเคารพอย่างเป็นระเบียบ "หน่วยรักษาความปลอดภัยพิเศษ 'เซนทินอล' รายงานตัวครับ... เอ่อ ดิฉันหมายถึง มารายงานตัวค่ะ" บอดี้การ์ดหัวหน้าทีมรีบปรับสรรพนามทันทีเมื่อเหลือบเห็นสายตาคมปลาบของรินทร์ที่ส่งสัญญาณเตือนอย่างเงียบๆ รินทร์พยักหน้ารับอย่างพอใจ "ดีมาก บอริส ฉันต้องการให้พวกนายดูแลความปลอดภัยของ 'ฟ้าใส' แบบไข่ในหิน ทุกตารางนิ้วที่เธอเดินผ่าน ทุกยานพาหนะที่เธอนั่ง ต้องไร้ซึ่งความเสี่ยงใดๆ ทั้งสิ้น หากมีแมลงวันสักตัวบินเข้าใกล้เธออย่างไร้ได้รับอนุญาต หัวหน้าหน่วยอย่างนายเตรียมรับผิดชอบได้เลย" "รับทราบครับ... ค่ะ ท่านประธาน" บอริสรับคำด้วยน้ำหนักเสียงที่หนักแน่นจริงจัง ฟ้าใสที่ยืนมองเหตุการณ์อยู่เงียบๆ ถึงกับกลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบาก เธอไม่เคยคิดเลยว่ารินทร์จะจริงจังกับการปกป้องเธอถึงขั้นทุ่มงบประมาณมหาศาลจ้างทีมบอดี้การ์ดระดับพระกาฬที่มักใช้คุ้มกันประมุขรัฐหรือมหาเศรษฐีระดับโลกมาเฝ้าหน้าห้องพักส่วนตัวเช่นนี้ "รินทร์คะ... มันจะไม่เกินไปหน่อยหรือ" ฟ้าใสเอ่ยขึ้นด้วยความกังวลเมื่อบอดี้การ์ดทั้งสามแยกย้ายไปประจำจุดรอบห้องอย่างรวดเร็วและเป็นมืออาชีพ "พวกเขาก็แค่คนธรรมดาที่อาจจะไปขัดแย้งกับ... กับพวกของกวิน" รินทร์สาวเท้าเข้ามาใกล้ หญิงสาวสัมผัสได้ถึงความอบอุ่นจากฝ่ามือหนาที่เอื้อมมาประคองแก้มเนียนของเธอแผ่วเบา แววตาที่เคยเย็นชาและไร้ความปรานีเมื่ออยู่ต่อหน้าศัตรู บัดนี้กลับอ่อนโยนลงอย่างเห็นได้ชัดเมื่อมองลึกเข้ามาในดวงตาของเธอ "คนธรรมดาเหรอคะ?" รินทร์ยิ้มมุมปาก รอยยิ้มที่แฝงด้วยความเย้ยหยันต่อโชคชะตาและอำนาจมืดรอบตัว "กวินมันคิดว่าตัวเองคือนักล่าที่มีอำนาจเหนือกว่าคนอื่นในสังคมไฮโซจอมปลอม แต่มันลืมไปว่า... เงินในบัญชีของฉันสามารถซื้อกองกำลังทหารรับจ้างมาพลิกแผ่นดินตามล่ามันได้ทั้งเป็น ถ้ามันกล้าแม้แต่จะคิดทำร้ายคุณ ฟ้าใส... เกมนี้คนที่ต้องหวาดกลัวไม่ใช่เรา แต่มันคือพวกมันต่างหาก" ในขณะที่บรรยากาศภายในห้องกำลังเต็มไปด้วยความเด็ดเดี่ยวและความห่วงใยอันลึกซึ้ง ทันใดนั้น หน้าจอแท็บเล็ตควบคุมระบบบ้านอัจฉริยะบนผนังห้องก็ส่งเสียงเตือนสว่างวาบขึ้นพร้อมไฟสีแดงกะพริบถี่ๆ บอริสพุ่งตัวเข้าไปตรวจสอบข้อมูลทันที ใบหน้าที่เคยนิ่งสงบกลับขมวดมุ่นเข้าหากันด้วยความเคร่งเครียด "ท่านประธานครับ... มีความเคลื่อนไหวผิดปกติที่ลานจอดรถชั้นใต้ดิน ระบบสแกนใบหน้าและป้ายทะเบียนตรวจพบรถยนต์ต้องสงสัยสี่คัน ขับเข้ามาจอดปิดกั้นทางออก และกลุ่มคนแปลกหน้าสวมชุดดำกำลังเดินตรงมาที่ลิฟต์ส่วนตัวของเราครับ" รินทร์หรี่ตาลงเล็กน้อย รอยยิ้มเย็นเยียบปรากฏขึ้นที่มุมปากอีกครั้งอย่างรวดเร็วจนน่าขนลุก เขานิ่งเงียบไปชั่วอึดใจก่อนจะหันไปหยิบสมาร์ทโฟนรุ่นพิเศษขึ้นมาปลดล็อกด้วยระบบสแกน่านม่านตา "มาเร็วกว่าที่คิดสินะคะ... เจ้าพวกสุนัขรับจ้างของกวิน" รินทร์พึมพำเบาๆ ก่อนจะใช้นิ้วเรียวกดหน้าจอเพียงสามครั้งเพื่อยืนยันคำสั่งซื้อระบบป้องกันภัยขั้นสูงสุดที่เพิ่งปลดล็อกผ่านระบบเศรษฐี ทันใดนั้น เสียงสัญญาณเตือนภัยทุ้มต่ำดังสะเทือนไปทั่วทั้งชั้น คอนโดมิเนียมหรูหราที่ควรจะเงียบสงบ กลับถูกเปลี่ยนให้กลายเป็นป้อมปราการเหล็กกล้าในชั่วพริบตา และก่อนที่ฟ้าใสจะทันได้เอ่ยปากถามอะไร ประตูลิฟต์ส่วนตัวที่เชื่อมตรงขึ้นมาถึงห้องเพนต์เฮาส์ก็มีเสียงสัญญาณไฟสีแดงฉายวาบขึ้น พร้อมกับเงาร่างของใครบางคนที่กำลังก้าวออกจากลิฟต์ตรงมายังหน้าประตูปิดตายด้วยรอยยิ้มอำมหิต! ด้วยรักจากใจ... ต้นไม้ริมระเบียงค่ะ
สารจากนักเขียน (ต้นไม้ริมระเบียง)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ขอหย่าแล้วไง? ในเมื่อผมรวยกว่าคุณร้อยเท่า นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%