ขอหย่าแล้วไง? ในเมื่อผมรวยกว่าคุณร้อยเท่า•ตอนที่ 26

เมื่อความแค้นลามถึงครอบครัว

ผลงานโดย ต้นไม้ริมระเบียง
แก้วไวน์คริสตัลราคาแพงระยับถูกบีบด้วยปลายนิ้วของกวินจนข้อต่อขึ้นสีขาวซีด ดวงตาคมกริบที่เคยฉายแววเย่อหยิ่งและมั่นอกมั่นใจ บัดนี้กลับเต็มไปด้วยเส้นเลือดฝอยสีแดงก่ำยามจ้องมองหน้าจอแท็บเล็ตในมือ ภาพความพ่ายแพ้ติดต่อกันสามครั้งในตลาดหุ้นและการถูกปฏิเสธจากกลุ่มทุนใหญ่ ทำให้ทายาทตระกูลผู้ดีเก่าอย่างเขาแทบคลุ้มคลั่ง เขาล้มละลายทางอ้อม... และต้นตอของความอัปยศอดสูทั้งหมด ก็มาจากไอ้เศษสวะที่เขาเคยเหยียบย่ำไว้ใต้รองเท้าอย่างรินทร์ "แกคิดว่ามีเงินพันล้านแล้วจะยิ่งใหญ่ค้ำฟ้าหรือไง... รินทร์" กวินพึมพำกับความว่างเปล่า เสียงหัวเราะในลำคอแห้งผากและเต็มไปด้วยพิษสง รอยยิ้มบิดเบี้ยวปรากฏขึ้นบนใบหน้าหล่อเหลาที่เริ่มฉายแววความวิกลจริต ในเมื่อเกมธุรกิจเขาเป็นฝ่ายเพลี่ยงพล้ำ ทางเดียวที่จะทำลายความเย่อหยิ่งของรินทร์ได้ราบคาบ ก็คือการพุ่งเป้าไปที่จุดอ่อนที่เปราะบางที่สุด จุดอ่อนที่รินทร์คอยปกป้องยิ่งกว่าชีวิต นั่นก็คือ... ฟ้าใส หญิงสาวผู้ยืนเคียงข้างรินทร์มาโดยตลอด บรรยากาศภายในร้านอาหารกึ่งไพรเวทสุดหรูย่านใจกลางเมืองอบอวลไปด้วยกลิ่นอายของความเงียบงัน ฟ้าใสกำลังนั่งจัดเอกสารการกุศลของมูลนิธิที่เธอเพิ่งเข้าไปช่วยดูแล รอยยิ้มจางๆ ประดับอยู่บนเรียวปากอิ่ม อาการเหนื่อยล้าจากการทำงานแทบจะมลายหายไปเมื่อนึกถึงข้อความสั้นๆ ที่รินทร์ส่งมาบอกว่าจะมารับเธอไปทานมื้อค่ำด้วยกันหลังเคลียร์งานเสร็จ ทว่า ประตูห้องกระจกกลับถูกผลักเปิดออกอย่างไร้รมารยาท เงาร่างสูงโปรดของกวินก้าวเข้ามาพร้อมกับรอยยิ้มเยียบเย็นที่มุมปาก กลิ่นน้ำหอมราคาแพงระคนกับกลิ่นอายความคุกคามแผ่ซ่านออกมารอบตัวจนฟ้าใสต้องชะงัก เงີบหน้าขึ้นสบตาด้วยแววתระหนกเพียงเสี้ยววินาที ก่อนที่ความสงบเยือกเย็นจะกลับคืนสู่ใบหน้าของเธอ "ไม่ต้องตกใจขนาดนั้นหรอกครับ คุณฟ้าใส..." กวินลากเก้าอี้ตรงข้ามแล้วหย่อนตัวลงนั่งโดยไม่ได้รับอนุญาต ดวงตาสีเข้มกราดมองหญิงสาวตั้งแต่หัวจรดเท้าด้วยสายตาดูแคลน "น่าเสียดายจริงๆ นะครับ ผู้หญิงหน้าตาดีอย่างคุณ ทำไมถึงรสนิยมต่ำตม ยอมเอาอนาคตไปผูกติดกับไอ้หน้าตัวเมียที่วันๆ ดีแต่ใช้เงินแก้ปัญหา" ฟ้าใสวางปากกาในมือลงช้าๆ เธอไม่ได้แสดงอาการหวาดกลัวอย่างที่กวินคาดหวัง ตรงกันข้าม แววตากลมโตคู่นั้นกลับฉายแววสมเพชเวทนาเสียจนกวินต้องขมวดคิ้วมุ่น "ถ้าคุณกวินมาเพื่อจะพูดจาดูถูกคนอื่นอย่างไร้คลาสแบบนี้ ฉันเกรงว่าคงต้องเชิญคุณออกไปค่ะ เพราะฉันไม่มีเวลามาฟังคนแพ้พ่ายระบายความอัดอั้นตันใจ" เสียงหวานใสเอื้อนเอ่ยด้วยน้ำเสียงราบเรียบ แต่มันกลับเฉือดเฉือนความอีโก้ของกวินจนขาดวิ่น "ปากดีเหมือนผัวเถื่อนของคุณไม่มีผิด!" กวินตบโต๊ะเสียงดังสนั่นจนแก้วน้ำกระ윔 "คิดว่ารินทร์มันปกป้องพวกเธอได้ตลอดรอดฝั่งงั้นเหรอ? ตระกูลของฉันสั่งสมอำนาจมาเป็นสิบๆ ปี แกคิดว่าเงินสดไม่กี่พันล้านจะซื้อศักดิ์ศรีและลมหายใจของพวกแกได้ทุกอย่างหรือไง!" มือหนาของกวินคว้าโทรศัพท์มือถือขึ้นมากดโทรออกต่อหน้าต่อตาฟ้าใส สัญชาตญาณบางอย่างเตือนให้หญิงสาวรู้สึกถึงความผิดปกติ ร่างเพรียวผุดลุกขึ้นยืนทันที "คุณจะทำอะไร..." "หึ... ฉันแค่จะให้คนไป 'ทักทาย' ครอบครัวตาสีตาสาของคุณที่ต่างจังหวัดสักหน่อย" กวินยิ้มเหี้ยมเกรียม กรอกเสียงลงไปในโทรศัพท์ด้วยน้ำเสียงเหี้ยมเกราะ "จัดการตามที่สั่ง จัดการให้มันเจ็บแสบจนพวกมันไม่มีแผ่นดินจะอยู่... เริ่มได้!" ฟ้าใสหน้าซีดเผือด หัวใจหล่นวูบไปอยู่ที่ตาตุ่ม ภาพของพ่อแม่ผู้แก่ชราที่ใช้ชีวิตอย่างสงบสุขในบ้านสวนต่างจังหวัดผุดขึ้นมาในหัว ความโกรธเกรี้ยวและหวาดกลัวตีรันวนอยู่ในอกจนมือไม้สั่นระริก เธอพุ่งตัวเข้าไปจะแย่งโทรศัพท์จากมือของกวิน แต่กลับถูกบอดี้ว่ายร่างยักษ์สองคนที่ยืนคุมเชิงอยู่ด้านนอกพุ่งเข้ามาล็อกตัวไว้ทันที "ปล่อยฉันนะ! คนสารเลว!" ฟ้าใสพยายามดิ้นรนสุดแรงเกิด แต่แรงของผู้ชายร่างใหญ่หรือจะสู้แรงของเธอได้ กวินหัวเราะลั่นอย่างสะใจ เขายืนขึ้นแล้วยื่นหน้าเข้ามาใกล้หญิงสาวที่ถูกพันธนาการไว้ "นี่คือบทเรียน... บทเรียนของการบังAอาจมาต่อกรกับคนอย่างกวิน คนอย่างรินทร์มันจะต้องคุกเข่าร้องขอชีวิต ต่อหน้าศพของคนที่มันรักที่สุด!" ในวินาทีที่ความสิ้นหวังกำลังจะกลืนกินสติของฟ้าใส ประตูกระจกบานใหญ่ของร้านอาหารก็ระเบิดออกเป็นเสี่ยงๆ ด้วยแรงกระแทกอันมหาศาล! เศษกระจกกระจายเกลื่อนพื้นราวกับหิมะโปรยปราย ท่ามกลางกลุ่มควันจางๆ และละอองฝุ่น ร่างสูงใหญ่ของรินทร์ก้าวเท้าเดินเข้ามาด้วยชุดสูทสีดำสนิทที่สั่งตัดพิเศษ ใบหน้าหล่อเหลาไร้ซึ่งความรู้สึกใดๆ ดวงตาคู่คมกริบดุจพญายมมองตรงมาที่กวินด้วยรัศมีกดดันที่ทำให้อากาศรอบตัวแทบหยุดนิ่ง โทรศัพท์ในมือของกวินหลุดร่วงลงกระแทกพื้น เสียงปลายสายที่กำลังรายงานความคืบหน้าดังลอดออกมาเบาๆ *'นายครับ... คนของเราเข้าใกล้บ้านเป้าหมายแล้ว แต่... แต่ว่า...'* กวินหน้าถอดสี ร่างกายแข็งทื่อราวกับถูกสาปให้เป็นหิน เมื่อเงยหน้าขึ้นสบตากับรินทร์ที่เดินเข้ามาใกล้เรื่อยๆ รินทร์ไม่ได้ตะโกนโวยวาย ไม่ได้แสดงความโกรธเกรี้ยวออกมาให้เห็นแม้แต่น้อย มีเพียงรอยยิ้มเยือกเย็นที่ส่งมาให้ ดุจดั่งยมทูตที่มารับวิญญาณ รินทร์หยุดยืนห่างจากกวินเพียงไม่กี่ก้าว ปลายนิ้วเรียวเคาะนาฬิกาข้อมือราคาเรือนละหลายสิบล้านเบาๆ ก่อนจะเอ่ยด้วยน้ำเสียงนุ่มนวลแต่บาดลึกถึงขั้วหัวใจ "แกบอกว่าคนของแกกำลังจะทำอะไรครอบครัวฉันนะ... กวิน?" รินทร์ยกมือขึ้นส่งสัญญาณบางอย่าง เพียงชั่วพริบตาเดียว หน้าจอโทรทัศน์ขนาดใหญ่ภายในร้านอาหารก็ถูกแฮกโดยระบบอัจฉริยะ ภาพจากกล้องวงจรปิดรอบบ้านของฟ้าใสที่ต่างจังหวัดปรากฏขึ้นบนจอ พร้อมกับภาพกลุ่มชายฉกรรจ์ลูกน้องของกวิน กำลังนอนสลบไสลไม่ได้สติกองอยู่กับพื้นหน้าบ้าน โดยมีกองกำลังรักษาความปลอดภัยพิเศษนับสิบนายยืนคุมเชิงอย่างเป็นระเบียบเรียบร้อย กวินเบิกตากว้างจนแทบถล่น ใบหน้าซีดเผือดไร้สีเลือด เม็ดเหงื่อกาฬผุดพรายเต็มกรอบหน้า "แก... แกทำได้อย่างไร..." กวินเสียงสั่นเครือ ก้าวถอยหลังโดยไม่รู้ตัว รินทร์ไม่ตอบคำถามนั้น เขายื่นมือไปรับแท็บเล็ตจากบอดี้ว่ายส่วนตัวที่เดินตามหลังมา นิ้วเรียวปัดหน้าจอเบาๆ สามครั้ง ก่อนจะเอ่ยด้วยน้ำเสียงเรียบเฉยราatกำลังสั่งซื้อของใช้กระจุกกระจิก "บัญชีลับแปดแห่งของตระกูลแกในสวิสเซอร์แลนด์... ตอนนี้ถูกอายัดและโอนถ่ายมาเป็นของฉันเรียบร้อยแล้วนะคะคุณกวิน และบริษัทอสังหาริมทรัพย์ทั้งหมดของคุณ... ถูกประกาศล้มละลายอย่างเป็นทางการเมื่อสามวินาทีที่แล้ว" รินทร์เงยหน้าขึ้นสบตากวินที่กำลังทรุดฮวบคุกเข่าลงกับพื้นด้วยความสิ้นหวัง ดวงตาคู่นั้นเต็มไปด้วยความสะใจอันเยือกเย็น "ทีนี้... มาดูกันดีกว่า ว่าระหว่างความตายกับความพินาศอย่างช้าๆ แบบไหนจะเหมาะกับสุนัขจนตรอกอย่างแกมากกว่ากัน" ด้วยรักจากใจ... ต้นไม้ริมระเบียงค่ะ
สารจากนักเขียน (ต้นไม้ริมระเบียง)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ขอหย่าแล้วไง? ในเมื่อผมรวยกว่าคุณร้อยเท่า นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%