เสียงกระแทกของถ้วยกาแฟเซรามิกราคาแพงลงบนโต๊ะกระจกนิรภัยในห้องรับรองพิเศษของโรงแรมระดับเจ็ดดาวไม่ได้ทำให้รินทร์สะดุ้งแม้แต่น้อย เขายังคงนั่งไขว่ห้างด้วยท่าทีผ่อนคลาย ปลายนิ้วเรียวยาวเคาะโต๊ะเป็นจังหวะช้าๆ อย่างใจเย็น ขณะที่ดวงตาคู่คมกริบมองลอดผ่านเลนส์แว่นกันแดดแบรนด์ดังไปยังชายวัยกลางคนฝั่งตรงข้าม
"คุณคิดว่าเงินซื้อทุกอย่างได้หรือไง รินทร์?"
เสียงทุ้มต่ำแต่เจือไปด้วยความเหยียดหยามดังขึ้นจากปากของ 'ประธานกิตติ' มหาเศรษฐีผู้ทรงอิทธิพลแห่งวงการอสังหาริมทรัพย์ และที่สำคัญที่สุด... เขาคือพ่อบังเกิดเกล้าของกวิน อดีตคุณชายผู้เคยเหยียบย่ำศักดิ์ศรีของรินทร์จนจมดิน
รินทร์ยกยมุมปากขึ้นเล็กน้อย เป็นรอยยิ้มที่ไม่ได้ไปถึงดวงตา มันคือรอยยิ้มเยือกเย็นของนักล่าที่มองเหยื่อซึ่งกำลังเดินเข้าสู่กับดักด้วยความโง่เขลา
"เงินอาจจะซื้อความจงรักภักดีของสุนัขรับใช้ตระกูลคุณไม่ได้ทั้งหมดหรอกครับ... เอ่อ ขออภัยค่ะ ดิฉันหมายถึง 'ค่ะ' นะคะ พอดีติดพูดตามสไตล์นักธุรกิจรุ่นใหม่" รินทร์แกล้งเอ่ยแก้คำพูดด้วยน้ำเสียงราบเรียบแต่เชือดเฉือน พร้อมกับช้อนตามองอีกฝ่ายอย่างท้าทาย
ประธานกิตติขมวดคิ้วมุ่น ใบหน้ายับย่นตามวัยฉายแววไม่พอใจอย่างชัดเจน "อย่ามาเล่นลิ้นกับฉัน รินทร์! แกก็เป็นแค่ไอ้เด็กไร้ค่าที่ลูกชายฉันเคยเขี่ยทิ้งเหมือนเศษขยะ อย่าคิดว่าการแต่งตัวด้วยสูตรสั่งตัดจากอิตาลีแล้วจะทำให้แกกลายมาเป็นคู่ต่อ0กรของตระกูลอภิวัฒน์ไพศาลได้!"
บรรยากาศภายในห้องรับรองเงียบกริบลงทันที ฟ้าใสที่นั่งเงียบอยู่เคียงข้างรินทร์มาตลอด เอื้อมมือมาแตะแขนเสื้อของเขาเบาๆ เป็นเชิงเตือนสติ ดวงตากลมโตคู่สวยฉายแววกังวลเล็กน้อย แต่รินทร์กลับส่งยิ้มอบอุ่นและตบมือเธอบนหลังมือแผ่วเบา เพื่อบอกให้เธอมั่นใจว่าทุกอย่างอยู่ภายใต้การควบคุม
"เศษขยะอย่างที่คุณว่า..." รินทร์เอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงนุ่มนวล ทว่าทรงพลังจนประธานกิตติถึงกับชะงัก "ตอนนี้กำลังถือครองหุ้นสามัญเจ็ดสิบเปอร์เซ็นต์ของบริษัทในเครือที่คุณกำลังพยายามกู้ยืมเงินเพื่อพยุงไม่ให้ล้มละลายอยู่... ใช่ไหมคะ?"
คำพูดนั้นราวกับมีดคมกริบที่กรีดลงบนกลางใจของมหาเศรษฐีเฒ่า สีหน้าของประธานกิตติเปลี่ยนจากความเย่อหยิ่งเป็นซีดเผือดในพริบตา ดวงเบิกกว้างด้วยความตกตะลึงระคนไม่อยากเชื่อ
"เป็นไปไม่ได้! บอร์ดบริหารไม่มีทางขายหุ้นให้คนนอกอย่างแกแน่!" เสียงของประธานกิตติเริ่มสั่นพร่า ความมั่นใจทั้งหมดพังทลายลงในประโยคเดียว
"โลกใบนี้ไม่มีคำว่าเป็นไปไม่ได้หรอกค่ะท่านประธาน..." รินทร์หยิบสมาร์ทโฟนรุ่นพิเศษที่ผลิตขึ้นมาเพียงไม่กี่เครื่องในโลกขึ้นมาหมุนเล่นในมือ "มีเพียงแค่ 'คุณมีเงินมากพอที่จะซื้อความภักดีนั้นหรือเปล่า' ต่างหากล่ะคะ และบังเอิญว่า... ระบบบัญชีของฉันในตอนนี้ มีตัวเลขที่แม้แต่คุณเอาทรัพย์สินทั้งชีวิตมารวมกัน ก็ยังซื้อกาแฟในแก้วนี้ดื่มไม่ได้ด้วยซ้ำ"
ประธานกิตติพยายามจะอ้าปากเถียง แต่ลำคอกลับตีบตัน ความกดดันมหาศาลแผ่ซ่านออกมาจากตัวของรินทร์ ชายหนุ่มผู้ซึ่งครั้งหนึ่งเคยต้องก้มหัวขอร้องให้เมตตา แต่วันนี้ เขากลับกลายเป็นผู้กุมชะตากรรมความเป็นความตายของตระกูลอภิวัฒน์ไพศาลไว้ในกำมือเพียงข้างเดียว
ฟ้าใสลอบมองเสี้ยวหน้าด้านข้างของรินทร์ด้วยความรู้สึกที่หลากหลาย ความเยือกเย็นและเด็ดขาดนี้ไม่ใช่รินทร์คนเดิมที่เธอรู้จักในอดีต แต่มันคือตัวตนที่แท้จริงของผู้ชายที่ยอมแลกทุกอย่างเพื่อพิสูจน์คุณค่าของตัวเอง และเธอก็ภูมิใจเหลือเกินที่ได้ยืนหยัดเคียงข้างเขาในวันที่พายุโหมกระหน่ำเช่นนี้
"คุณเรียกฉันมาพบวันนี้ เพื่อจะมาดูถูกฉันอีกครั้งสินะคะ?" รินทร์วางโทรศัพท์ลงบนโต๊ะ เสียงกระทบเบาๆ แต่กลับดังสะท้อนก้องในความรู้สึกของคนฟัง "น่าเสียดายจริงๆ ที่เวลาอันมีค่าของฉันถูกใช้ไปกับคนตกอัปที่กำลังจะกลายเป็นบุคคลล้มละลายในอีกไม่ถึงสี่สิบแปดชั่วโมงข้างหน้า"
"รินทร์! แกต้องการอะไรกันแน่! จะให้ฉันคุกเข่ากราบแกตรงนี้เลยไหม!" ประธานกิตติหมดสิ้นฟอร์มความเป็นประธานผู้ยิ่งใหญ่ ความตื่นตระหนกทำให้ศักดิ์ศรีทั้งหมดถูกโยนทิ้ง เขาพยายามจะลุกขึ้นโถมเข้าหา แต่กลับถูกบอดี้บัดดี้ชุดสูทดำสองคนที่ยืนคุมเชิงอยู่ด้านหลังกดไหล่ให้นั่งลงตามเดิมอย่างรวดเร็ว
"การคุกเข่าของคุณมันราคาถูกเกินไปค่ะ..." รินทร์ลุกขึ้นยืนเต็มความสูง จัดปกเสื้อสูทให้เข้าที่อย่างเนี๊ยบกริบ ก่อนจะโน้มตัวลงกระซิบด้วยน้ำเสียงแผ่วเบาแต่บาดลึกถึงขั้วหัวใจ "สิ่งที่ฉันต้องการ... คือการได้เห็นตระกูลอภิวัฒน์ไพศาลกลายเป็นแค่ชื่อในหน้าประวัติศาสตร์ที่ไม่มีใครจดจำต่างหากล่ะคะ"
พูดจบ รินทร์ก็หันหลังให้ทันทีโดยไม่รอฟังคำอภิปรายใดๆ อีก เขาคว้ามือของฟ้าใสให้ลุกขึ้นเดินเคียงคู่กันออกไปจากห้อง โดยมีสายตาที่เต็มไปด้วยความสิ้นหวังและความเคียดแค้นของประธานกิตติมองตามหลัง
ทั้งสองก้าวพ้นประตูห้องรับรองเข้าสู่โถงทางเดินกว้างขวางของโรงแรมหรู ทว่า ในจังหวะที่กำลังจะเดินไปยังลิฟต์ส่วนตัวเพื่อลงไปยังลานจอดเฮลิคอปเตอร์ด้านบน เสียงฝีเท้าเร่งรีบและเสียงหอบหายใจของใครบางคนก็ดังขึ้นไล่หลังมา
"คุณรินทร์ครับ! กรุณารอสักครู่ครับคุณรินทร์!"
รินทร์ชะงักฝีเท้าเล็กน้อย เขาหันกลับไปมองพร้อมกับฟ้าใส และภาพที่ปรากฏตรงหน้าก็ทำให้แม้แต่รินทร์เองยังต้องหรี่ตาลงด้วยความประหลาดใจ
ร่างของชายหนุ่มในชุดสูทแบรนด์เนมยับยู่ยี่ ใบหน้าซีดเซียวและเต็มไปด้วยหยาดเหงื่อกำลังยืนหอบแฮกอยู่ตรงหน้าเขา... กวิน อดีตคู่แข่งหัวใจและคนที่เคยเหยียบย่ำเขาอย่างไร้ความปรานี ในมือของกวินกำซองเอกสารสีน้ำตาลไว้แน่นจนยับยู่ยี่ และดวงตาทั้งสองข้างแดงก่ำราวกับคนไม่ได้นอนมาหลายคืน
"รินทร์... ช่วยฉันด้วย แกต้องช่วยบริษัทพ่อฉันนะ!" กวินพุ่งเข้ามาหมายจะคว้าแขนของรินทร์ แต่กลับถูกบอดี้การ์ดร่างยักษ์เข้ามาขวางไว้ทันทีจนกวินเซถอยหลังเกือบล้ม
ด้วยรักจากใจ... ต้นไม้ริมระเบียงค่ะ
ขอหย่าแล้วไง? ในเมื่อผมรวยกว่าคุณร้อยเท่า•ตอนที่ 28
การเผชิญหน้าครั้งสำคัญ
ผลงานโดย ต้นไม้ริมระเบียง
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ต้นไม้ริมระเบียง)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ขอหย่าแล้วไง? ในเมื่อผมรวยกว่าคุณร้อยเท่า นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!