แฟ้มเอกสารสีชาสี่ฉบับถูกโยนลงบนโต๊ะไม้สักทองเสียงดังสนั่น แรงปะทะทำให้กาแฟในแก้วกระฉอกออกมาเล็กน้อย กวินแย้มยิ้มมุมปาก รอยยิ้มที่เคลือบด้วยพิษร้ายของนักธุรกิจผู้กุมอำนาจเหนือตลาดอสังหาริมทรัพย์มานานนับทศวรรษ เขากอดอกพิงพนักเก้าอี้หนังแท้ด้วยท่าทางเหนือกว่าอย่างเห็นได้ชัด ดวงตาคู่คมมองตรงไปยังชายหนุ่มที่นั่งอยู่ฝั่งตรงข้าม—รินทร์ อดีตคนที่เขาเคยเหยียบย่ำลงกับพื้นดินอย่างไร้ความปรานี
"เกมโอเวอร์แล้วล่ะ รินทร์" เสียงทุ้มต่ำเอ่ยขึ้นด้วยความมั่นอกมั่นใจ ไร้ซึ่งความลังเลใดๆ "นายคิดจริงๆ หรือว่าแค่มีเงินไม่กี่ร้อยล้าน จะสามารถต่อกรกับเครือข่ายทุนระดับชาติอย่างพวกฉันได้? หุ้นของบริษัทนายกำลังดิ่งลงเหว คำสั่งซื้อทั้งหมดถูกยกเลิกภายในคืนเดียว... นายมันก็แค่วัวหลงทางในฝูงราชสีห์เท่านั้นแหละนะ"
บรรยากาศภายในห้องทำงานหรูหราตึงเครียดจนแทบหยุดหายใจ ฟ้าใสที่ยืนอยู่เคียงข้างรินทร์ ขยับเข้ามาใกล้โดยไม่รู้ตัว มือเรียวบางเอื้อมไปแตะแขนเสื้อสูทของชายหนุ่มเบาๆ เพื่อส่งผ่านความห่วงใย แม้ใบหน้าของเธอจะซีดเผือดลงเล็กน้อยเมื่อเห็นตัวเลขความเสียหายในเอกสาร แต่ดวงตากลับฉายแววเด็ดเดี่ยว ไม่มีร่องรอยของความหวาดกลัวเลยแม้แต่น้อย
รินทร์ไม่ได้แสดงท่าทีตื่นตระหนก เขายังคงนั่งไขว่ห้างอย่างใจเย็น นิ้วเรียายาวเคาะเบาๆ ลงบนโต๊ะเป็นจังหวะช้าๆ สะท้อนถึงจิตใจที่เยือกเย็นราวกับผิวน้ำในคืนไร้จันทร์ เขาปรายตามองเอกสารล้มละลายที่กวินภูมิใจนักหนา ก่อนจะหัวเราะออกมาเบาๆ ในลำคอ เสียงหัวเราะที่ทำให้อารมณ์ของกวินกระตุกวูบอย่างน่าประหลาด
"กวิน... นายยังคงเป็นเด็กน้อยที่มองโลกแค่เพียงปลายจมูกเหมือนเดิมสินะ" รินทร์เอ่ยด้วยน้ำเสียงเรียաբเรื่อย ทว่าเฉียบคมราวกับใบมีดที่กรีดลงบนเนื้อสด "นายคิดว่าการเทขายหุ้นกดดัน และการกว้านซื้อวัตถุดิบตัดหน้าฉัน คือแผนการที่แยบยลที่สุดแล้วอย่างนั้นหรือ?"
"ปากดีไปเถอะ! อีกไม่ถึงสามชั่วโมง บริษัทนายก็จะถูกบังคับให้ประกาศล้มละลาย ทรัพย์สินทั้งหมดจะถูกยึดมาขายทอดตลาด และตอนนั้น... ฉันนี่แหละจะไปยืนมองหน้านายที่ต้องกลายเป็นขอทานข้างถนนอีกครั้ง!" กวินตบโต๊ะลุกขึ้นยืนด้วยความโกรธเกรี้ยว ความเยือกเย็นที่เขาพยายามสร้างมาตลอดพังทลายลงทันทีเมื่อเผชิญกับท่าทีนิ่งเฉยของรินทร์
ฟ้าใสสูดหายใจเข้าลึกๆ ก่อนจะตัดสินใจเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงนุ่มนวลแต่ทรงพลัง เธอหันไปสบตากับกวินตรงๆ "คุณกวินคะ บางที... การที่คุณมองโลกผ่านความโลภและความเจ้าเล่ห์ อาจทำให้คุณมองไม่เห็นว่า สิ่งที่คุณกำลังเล่นอยู่ มันเป็นแค่ของเล่นราคาถูกในสายตาของเขาเท่านั้น"
"เธอมีสิทธิ์อะไรมาสอนฉัน นังผู้หญิงหน้าเงิน!" กวินตวาดลั่น ใบหน้าบิดเบี้ยวด้วยความโกรธ
ทว่ารินทร์กลับยกมือขึ้นห้าม ปลายสายตาของเขาส่งสัญญาณให้ฟ้าใสถอยไปยืนดูอยู่เงียบๆ ชายหนุ่มหยิบสมาร์ทโฟนเครื่องหรูขึ้นมา ปัดหน้าจอเพียงไม่กี่ครั้ง เสียงแจ้งเตือนจากระบบปฏิบัติการลับที่เชื่อมต่อกับตลาดการเงินระดับโลกก็ดังขึ้นรัวๆ
รอยยิ้มเยارเยือกผุดขึ้นที่มุมปากของรินทร์ "ระบบ... เริ่มกระบวนการกวาดล้างได้"
ทันทีที่สิ้นเสียงคำสั่ง หน้าจอโปร่งใสสีฟ้าที่ปรากฏขึ้นเฉพาะในสายตาของรินทร์ก็เริ่มรันโค้ดคำสั่งมหาศาล เม็ดเงินลงทุนนับแสนล้านถูกระดมทุนผ่านกองทุนลับในสวิตเซอร์แลนด์และเคย์แมนอย่างไร้ร่องรอย หุ้นของบริษัทกวินที่เคยพุ่งทะยาน กลับถูกเทขายถล่มทลายด้วยคำสั่งซื้อขายอัตโนมัติความเร็วสูงที่มนุษย์ไม่มีทางตามทัน ภายในเวลาไม่ถึงหนาที มูลค่าตลาดของตระกูลกวินร่วงหล่นลงดั่งตึกถล่ม
เสียงโทรศัพท์มือถือของกวินดังขึ้นแทบจะพร้อมกัน เสียงเรียกเข้าที่เคยเป็นสัญลักษณ์แห่งความมั่งคั่ง กลับกลายเป็นเสียงกรีดร้องจากผู้จัดการกองทุนและบอร์ดบริหารที่กำลังสติแตก
"คุณกวินครับ! เกิดอะไรขึ้นไม่รู้ หุ้นของเราถูกเทขายอย่างไร้เหตุผล มูลค่าบริษัทหายไปกว่าแปดสิบเปอร์เซ็นต์แล้วครับ!" เสียงปลายสายตะโกนลั่นด้วยความตื่นตระหนก
กวินหน้าซีดเผือด มือที่ถือโทรศัพท์สั่นเทาจนแทบหลุดร่วง เขาหันขวับกลับมามองรินทร์ด้วยดวงตาที่เบิกกว้างราวกับเห็นผี "แก... แกทำอะไรลงไป! เป็นไปไม่ได้ นายเอาเงินมาจากไหนมากมายขนาดนั้น!"
รินทร์ลุกขึ้นยืนเต็มความสูง ร่างกายที่เปี่ยมด้วยออร่าแห่งความมั่งคั่งและอำนาจเดินเข้าไปหากวินทีละก้าวอย่างเชื่องช้า ทุกฝีก้าวที่เขาย่างกรายกดดันให้อีกฝ่ายต้องถอยร่นจนหลังชนกำแพง
"เงินน่ะเหรอ?" รินทร์โน้มตัวเข้าไปกระซิบข้างหูกวินด้วยน้ำเสียงเย็นเยียบ "สำหรับนายมันอาจเป็นความฝันชั่วชีวิต แต่สำหรับฉัน... มันเป็นแค่ตัวเลขในระบบที่ฉันจะกดลบเมื่อไหร่ก็ได้"
ในจังหวะที่กวินกำลังจะอ้าปากเถียง ประตูห้องทำงานก็ถูกเปิดผางออกอย่างไร้มารยาท ร่างของชายวัยกลางคนในชุดสูทพรีเมียม ซึ่งเป็นประธานธนาคารใหญ่ที่สุดในประเทศก้าวเข้ามาด้วยใบหน้าซีดเซียว เขาไม่ได้สนใจกวินแม้แต่น้อย แต่รีบเดินตรงเข้ามาหารินทร์ คุกเข่าข้างหนึ่งลงกับพื้นด้วยความเคารพยำเกรงอย่างถึงที่สุด
"ท่านรินทร์ครับ..." ประธานธนาคารเอ่ยเสียงสั่น "การเข้าซื้อกิจการของตระกูลกวินเสร็จสิ้นสมบูรณ์แล้วครับ บัญชีทรัพย์สินทั้งหมดถูกโอนมาเป็นชื่อของท่านเรียบร้อยแล้ว... เชิญท่านตรวจสอบความถูกต้องด้วยครับ"
ประธานธนาคารยื่นบัตรเครดิตสีดำสนิทที่ประดับด้วยเพชรแท้ไร้มูลค่า—บัตรดำวงเงินอนันต์ที่ทั่วโลกมีเพียงสามใบ—ถวายให้รินทร์ด้วยสองมือ
รินทร์รับบัตรใบนั้นมาคีบไว้ระหว่างนิ้ว เขายิ้มเยาะให้กับกวินที่ทรุดฮวบลงไปกองกับพื้นอย่างไร้เรี่ยวแรง ดวงตาของอดีตคู่แข่งเต็มไปด้วยความสิ้นหวังและความหวาดกลัวอย่างขีดสุด
รินทร์หันไปสบตากฟ้าใสที่ส่งยิ้มอ่อนโยนมาให้ ก่อนที่เขาจะหมุนตัวเดินออกจากห้องไป ทิ้งไว้เพียงเสียงรูดบัตรผ่านเครื่อง EDC ที่ดังขึ้นเพื่อยืนยันจุดจบของศัตรู และเสียงหัวใจของกวินที่แตกสลายเป็นจุล...
ด้วยรักจากใจ... ต้นไม้ริมระเบียงค่ะ
ขอหย่าแล้วไง? ในเมื่อผมรวยกว่าคุณร้อยเท่า•ตอนที่ 20
กับดักของนักธุรกิจเขี้ยวลากดิน
ผลงานโดย ต้นไม้ริมระเบียง
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ต้นไม้ริมระเบียง)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ขอหย่าแล้วไง? ในเมื่อผมรวยกว่าคุณร้อยเท่า นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!