เสียงกระแทกแฟ้มเอกสารหนาปึ้กกระทบลงบนโต๊ะไม้สักทองราคาแพงระยับในห้องประชุมลับชั้นบนสุดของโรงแรมหรู สะท้อนก้องกังวานท่ามกลางความเงียบงันที่เยือกเย็นจนน่าขนลุก
กวิน กัดกรามแน่นจนเส้นเลือดที่ขมับปูดโปน ดวงตาคมกริบที่เคยพกความมั่นใจและเย่อหยิ่งมาตลอดชีวิต บัดนี้กลับฉายแววตื่นตระหนกอย่างปิดไม่มิด เมื่อสายตากวาดมองตัวเลขและเอกสารทางกฎหมายนับร้อยหน้าที่ถูกวางกองอยู่ตรงหน้า เอกสารเหล่านั้นไม่ใช่แค่รายงานทางการเงินธรรมดา แต่มันคือ "ประวัติศาสตร์มืด" ทั้งหมดที่ตระกูลกวินพยายามใช้เงินจำนวนมหาศาลกลบเกลื่อนมานานนับทศวรรษ
"แก... แกเอาเอกสารพวกนี้มาจากไหน!" เสียงของกวินสั่นพร่าเล็กน้อย แม้พยายามจะกดเสียงให้ต่ำทุ้มเพื่อรักษาฟอร์มของทายาทมหาเศรษฐี แต่ความหวาดกลัวที่เกาะกุมขั้วหัวใจกลับทำให้มือของเขาสั่นเทาอย่างควบคุมไม่ได้
รินทร์ นั่งไขว่ห้างอยู่ฝั่งตรงข้ามอย่างใจเย็น ใบหน้าหล่อเหลาไร้ซึ่งรอยยิ้ม ดวงตาสีนิลคู่นั้นลุ่มลึกและว่างเปล่า ราวกับหลุมดำที่พร้อมจะกลืนกินทุกสิ่งรอบตัว ปลายนิ้วเรียวยาวเคาะโต๊ะเป็นจังหวะเชื่องช้า ทว่าทรงพลังในทุกวินาทีที่ผ่านไป
"ความลับไม่มีในโลกหรอกค่ะคุณกวิน..." รินทร์เอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงราบเรียบ นุ่มนวล แต่บาดลึกถึงกระดูกดำ "โดยเฉพาะความลับที่แลกมาด้วยคราบน้ำตาของคนที่ถูกพวกคุณเหยียบย่ำ... น่าแปลกนะคะ เงินสามารถซื้อความเงียบของคนได้นับร้อยนับพัน แต่ทำไมมันถึงซื้อความภักดีไม่ได้สักคนล่ะคะ?"
ฟ้าใส ที่ยืนสงบนิ่งอยู่เคียงข้างรินทร์เสมอมา ส่งสายตานิ่งสนิทมองไปยังชายผู้เคยเหยียดหยามพวกเขาอย่างไร้ความปรานีในอดีต หญิงสาวไม่ได้เอ่ยคำเยาะเย้ยถากถางใดๆ ออกมา เพราะเธอเรียนรู้แล้วว่า ชัยชนะที่แท้จริงไม่ต้องอาศัยเสียงตะโกนด่าทอ มันคือความเงียบสงบที่ทรงพลังพอจะทำให้ศัตรูคุกเข่าลงได้ด้วยตัวเอง
ย้อนกลับไปเมื่อสามวันก่อน ไม่มีใครคาดคิดว่ารินทร์จะใช้ "ระบบเศรษฐี" ในมือ ทุ่มงบประมาณก้อนโตระดับที่สามารถซื้อบริษัทขนาดกลางได้สบายๆ เพียงเพื่อว่าจ้างกลุ่มนักสืบเอกชนระดับโลก บริษัทกฎหมายมือฉกาจ และทีมแฮกเกอร์เงา เข้าเจาะลึกทุกซอกทุกมุมของอาณาจักรธุรกิจตระกูลกวิน เงินจำนวนหลายร้อยล้านถูกโปรยลงไปเหมือนเศษกระดาษ เพื่อซื้อความจริงที่ถูกฝังกลบ
และผลลัพธ์ที่ได้... ก็คือมหันตภัยทางการเงินและกฎหมายที่กำลังจะพาทั้งตระกูลกวินดิ่งลงสู่เหวลึกในชั่วข้ามคืน
"คุณคิดจริงๆ เหรอคะว่า อำนาจเงินที่คุณมีตั้งแต่เกิด จะปกป้องคุณจากกรรมวิธีทางกฎหมายที่ผมกำลังป้อนให้กระทรวงการคลังและสำนักงาน ปปง. ตรวจสอบ?" รินทร์โน้มตัวไปข้างหน้าเล็กน้อย สายตาคมกริบจดจ้องมองลึกเข้าไปในดวงตาของกวิน "บัญชีลับที่เกาะเคย์แมน การฟอกเงินผ่านอสังหาริมทรัพย์ หรือแม้แต่คดีติดสินบนเจ้าพนักงานเมื่อสามปีก่อน... ทุกอย่างถูกส่งตรงถึงมืออัยการสูงสุดเรียบร้อยแล้วค่ะ"
กวินหน้าซีดเผือด สีหน้าของเขาเปลี่ยนจากความโกรธเกรี้ยวกลายเป็นความสิ้นหวังอย่างสมบูรณ์แบบ เขารู้ดีว่าหากหลักฐานเหล่านี้หลุดออกไป ตระกูลกวินจะล้มละลายทางชื่อเสียงและทรัพย์สินภายในไม่กี่ชั่วโมง หุ้นทั้งหมดจะดิ่งฟลอร์ และคนในตระกูลจะต้องทยอยเดินเข้าคุกทีละคน
"นายต้องการอะไร... รินทร์!" กวินกัดฟันกรวด ฝืนใจเปล่งเสียงลอดไรฟันออกมาด้วยความเคียดแค้นชิงชัง "อยากได้หุ้นบริษัทฉันคืนใช่ไหม? อยากได้เงินเท่าไหร่ พูดมาสิ! ฉันจ่ายให้แกได้มากกว่าที่แกมีสิบเท่าร้อยเท่าเลย!"
รินทร์ หลุดหัวเราะเบาๆ ในลำคอ เสียงหัวเราะที่ไร้ซึ่งความขบขัน มีเพียงความเยือกเย็นและสมเพชเวทนา
"เงินสิบเท่าร้อยเท่าของตระกูลกวินเหรอคะ?" รินทร์เหยียดยิ้มบางๆ "น่าเสียดายจังค่ะ... เพราะตอนนี้ มูลค่าทรัพย์สินในบัญชีของผม มันเหนือกว่าจินตนาการที่สมองอันคับแคบของคุณจะประเมินได้เสียอีก"
พูดจบ รินทร์ก็หยิบสมาร์ตโฟนเครื่องหรูขึ้นมา ปลายนิ้วกดเปิดแอปพลิเคชันของธนาคารระดับโลก และส่งสัญญาณบางอย่างไปยังหน้าจอโปรเจกเตอร์ขนาดใหญ่กลางห้องประชุม
พรึบ!
ภาพบนหน้าจอฉายยอดเงินคงเหลือในบัญชีส่วนตัวของรินทร์ ตัวเลขศูนย์นับสิบหลักเรียงรายต่อกันจนแทบมองไม่เห็นจุดทศนิยม พร้อมกับสัญลักษณ์สถานะ "Black Infinite Card" ที่ได้รับการยืนยันจากสถาบันการเงินที่ทรงอิทธิพลที่สุดในโลก
กวินเบิกตากว้าง อ้าปากค้างจนแทบหายใจไม่ออก เข่าทั้งสองข้างอ่อนยวบลงจนเกือบทรุดฮวบคาริมโต๊ะประชุม ความมั่งคั่งระดับที่เขามองว่าตนเองเหนือกว่าใครมาตลอด ถูกบดขยี้จนไม่เหลือชิ้นดีด้วยตัวเลขบนหน้าจอนั้น
"จำไว้... ว่าคนที่คุณเคยดูถูกว่าเป็นแค่พนักงานต๊อกต๋อย วันนี้เขาสามารถซื้อชีวิตและลมหายใจของตระกูลคุณได้ทั้งตระกูล" รินทร์ลุกขึ้นยืนเต็มความสูง จัดสูทราคาแพงให้เข้าที่อย่างใจเย็น
ฟ้าใส ขยับกายเดินตามรินทร์ไปติดๆ สายตาของเธอเหลือบมองกวินเป็นครั้งสุดท้ายด้วยความเวทนา ก่อนที่ทั้งสองจะหันหลังเตรียมก้าวเดินออกจากห้องประชุมมืดทึบแห่งนี้
ติ๊ง!
เสียงแจ้งเตือนข้อความเข้าจากโทรศัพท์มือถือของกวินดังขึ้นทำลายความเงียบ กวินตัวสั่นเทาด้วยความหวาดผวา ค่อยๆ ยกมือขึ้นหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาเปิดดูด้วยความยากลำบาก
ทันทีที่สายตาอ่านข้อความบรรทัดแรก ดวงตาของกวินก็เบิกโพลงด้วยความตื่นตระหนกสุดขีด ใบหน้าซีดเผือดไร้สีเลือดราวกับคนใกล้ตาย
[ประกาศด่วน: สำนักงาน ปปง. และ ป.ป.ช. มีคำสั่งอายัดทรัพย์สินทั้งหมดของตระกูลกวินเป็นเวลา 90 วัน เพื่อตรวจสอบเส้นทางการเงินและคดีทุจริตระดับชาติ...]
กวินทรุดฮวบลงไปกองกับพื้นอย่างไร้เรี่ยวแรง ร่างกายสั่นเทิกลงอย่างควบคุมไม่ได้ ขณะที่เสียงฝีเท้าของรินทร์และฟ้าใสกำลังก้าวเดินออกไปจากประตูห้อง ทว่า... ก่อนที่ประตูบานใหญ่จะปิดลงสนิท เจ้าหน้าที่ตำรวจในเครื่องแบบไม่ต่ำกว่าหนายนายก็ก้าวสวนสนามเข้ามาภายในห้อง พร้อมกับหมายจับในมือที่จ่อตรงมายังกวิน
ด้วยรักจากใจ... ต้นไม้ริมระเบียงค่ะ
ขอหย่าแล้วไง? ในเมื่อผมรวยกว่าคุณร้อยเท่า•ตอนที่ 31
เปิดโปงเรื่องอื้อฉาว
ผลงานโดย ต้นไม้ริมระเบียง
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ต้นไม้ริมระเบียง)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ขอหย่าแล้วไง? ในเมื่อผมรวยกว่าคุณร้อยเท่า นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!