แฟ้มเอกสารปกหนังสีน้ำตาลเข้มถูกวางกระแทกปะทะกับพื้นโต๊ะไม้เนื้อดีจนเกิดเสียงดังสนั่น ลมหายใจอุ่นร้อนที่พ่นออกมาจากอกกว้างของวินสะท้อนความหงุดหงิดที่อัดแน่นจนเกือบระเบิด เขายังจำประกายในดวงตากลมโตของตะวันเมื่อวินาทีที่แล้วได้ดี มันไม่ใช่ความโกรธ ไม่ใช่ความพ่ายแพ้ แต่มันคือความว่างเปล่า... ความว่างเปล่าที่น่ากลัวเสียยิ่งกว่าการกรีดร้องหรือตบหน้าฉาดใหญ่
"ผมพอแค่นี้ครับ... คุณวิน"
ประโยคสั้นๆ ห้วนๆ แต่คมกริบเหมือนใบมีดที่กรีดลงบนกลางใจยังคงก้องกังวานอยู่ในโสตประสาท แม้ว่าร่างโปร่งบางของติวเตอร์ตัวแสบจะเดินพ้นประตูกระจกห้องทำงานส่วนตัวในคอนโดหรูของเขาไปนานหลายนาทีแล้วก็ตาม วินเสยผมลวกๆ จนกลุ่มผมสีเข้มยุ่งเหยิง ดวงตาคมกวาดมองไปรอบห้องที่เคยมีกลิ่นอายจางๆ ของน้ำหอมกลิ่นวานิลลาอ่อนๆ ปนกลิ่นสะอาดจากตัวตะวัน บัดนี้ เหลือเพียงความเงียบงันที่เยียบ1เย็นและน่าสะอิดสะเอียน
ร่างสูงผุดลุกขึ้นยืนเต็มความสูง ขายาวก้าวฉับๆ ไปที่ประตูด้วยสัญชาตญาณของการเป็นผู้ล่าที่ไม่เคยยอมปล่อยให้เหยื่อหลุดมือ เขากดลิฟต์ลงไปยังล็อบบี้ด้านล่างด้วยความเร็วสูงสุด หัวใจเต้นกระหน่ำในอกด้วยจังหวะที่ผิดเพี้ยนไปจากเดิม ไม่ใช่ความโกรธ แต่มันคือความตื่นตระหนก... ความรู้สึกประหลาดที่เขารังเกียจนักหนาเมื่อมันเกิดขึ้นกับคนอย่าง "กิตติภัทร วิศวกรรมศาสตร์ปี 3"
"พี่วินคะ รินรอตั้งนาน ทำไมลงมาเรื่อยเปื่อยแบบนี้ล่ะคะ"
เสียงหวานใสที่คุ้นเคยดังขึ้นขัดจังหวะ รินในชุดเดรสสีขาวเข้ารูปยืนส่งยิ้มหวานหยดย้อยอยู่ตรงเคาน์เตอร์ประชาสัมพันธ์ เธอถือถุงกระดาษแบรนด์เนมใบโตมาด้วย ท่าทางมั่นอกมั่นใจว่าตัวเองคือศูนย์กลางจักรวาลเหมือนเช่นเคย แต่ในนาทีนี้ วินไม่มีกะจิตกะใจจะปั้นหน้ายิ้มรับ ร่างสูงชะงักฝีเท้า หันไปมองคู่หมั้นที่ผู้ใหญ่จัดเตรียมไว้ให้ด้วยสายตาคมกริบที่แฝงความรำคาญไว้อย่างไม่ปิดบัง
"รินกลับไปก่อน ผมมีธุระด่วน" วินเอ่ยเสียงเรียบ หันหลังเตรียมจะเดินออกไปที่ลานจอดรถเพื่อขับรถตามหาคนดื้อรั้นคนนั้น
"ธุระอะไรคะ? เรื่องเด็กติวคนนั้นเหรอ? รินได้ยินมาว่าเขาลาออกจากสมาคมติวเตอร์ของมหาลัยแล้วนะพี่วิน แถมยังเคลียร์ค่าจ้างรับสอนพิเศษกับทางคณะบริหารครบทุกบาททุกสตางค์แล้วด้วย เหมือนเขาตั้งใจจะ... ตัดขาดจากที่นี่จริงๆ นะคะ" รินรวบยอดคำพูดด้วยรอยยิ้มพึงพอใจเล็กๆ ที่คิดว่าตัวเองกำลังถือไพ่เหนือกว่า
วินชะงักกึก หมุนตัวกลับมามองหน้าหญิงสาวทันที "เธอว่าไงนะ?"
"ก็อย่างที่รินบอกนั่นแหละค่ะ เด็กนั่นเก็บของออกจากหอพักตั้งแต่เมื่อวานแล้ว คงสำเหนียกได้แล้วมั้งคะว่าสถานะตัวเองมันต่างจากพวกเราแค่ไหน ถึงได้ยอมถอยไปง่ายๆ แบบนั้น"
คำพูดของรินเปรียบเสมือนน้ำหล่อเลี้ยงไฟที่ส움สุมอยู่ในอกของวินให้โหมกระพือขึ้นอีกเท่าตัว ร่างสูงก้าวเข้าไปประชิดตัวหญิงสาว รัศมีกดดันแผ่ซ่านจนรินต้องถอยหลังกรูดด้วยความตกใจ ดวงตาคมวาวโรจน์จ้องมองเธอราวกับจะกินเลือดกินเนื้อ
"ถ้าตะวันเป็นอะไรไปแม้แต่ปลายเล็บ... อย่าหาว่าผมไม่เตือนริน"
ทิ้งท้ายไว้แค่นั้น วินก็พุ่งตัวออกไปยังลานจอดรถทันที เสียงเครื่องยนต์ซูเปอร์카คันงามคำรามลั่นตึกก่อนจะพุ่งทะยานออกไปสู่ท้องถนนยามค่ำคืนด้วยความเร็วสูงที่ท้าทายกฎหมาย หัวใจของเขาเต้นรัวระรัวยิ่งกว่าจังหวะกลองชุดในผับดัง ตะวันหายไปไหน? ทำไมถึงตัดขาดทุกอย่างรวดเร็วขนาดนี้? ร่างโปร่งนั่นเก่งนักไม่ใช่เหรอ ปากดีนักไม่ใช่เหรอ ทำไมถึงเลือกใช้วิธีหนีหายไปแบบนี้เล่า!
รถสปอร์ตคันหรูเบรกเอี๊ยดลงที่หน้าหอพักเก่าๆ ย่านชานเมืองที่เขาเคยไปส่งเด็กดื้ออยู่สองสามครั้ง วินก้าวลงจากรถด้วยความร้อนรน ขายาวสาวเท้าขึ้นบันไดไปยังห้องพักชั้นสี่ ทว่าสิ่งที่เขาพบมีเพียงแม่กุญแจดอกใหญ่คล้องปิดตายไว้ ประตูห้องว่างเปล่า ไร้เงาของคนตัวเล็กที่เคยยืนกอดอกเถียงฉอดๆ ใส่เขาอย่างไม่เกรงกลัว
"เวรเอ๊ย!" วินสบถออกมาอย่างหัวเสีย กำปั้นหนาทุบลงกับผนังปูนระเบียงทางเดินจนรู้สึกเจ็บแปลบ
เขาควักโทรศัพท์มือถือออกมาต่อสายหาตะวันเป็นครั้งที่ร้อย สัญญาณดังยืดยาวไร้การตอบรับเช่นเคย ก่อนที่เสียงระบบอัตโนมัติจะตัดเข้าสู่เสียงฝาก1ข้อความ วินกัดฟันกรอด ความรู้สึกเจ็บแปลบที่ก้นบึ้งหัวใจลามเลียขึ้นมาจนหายใจแทบไม่ออก นี่สินะ... ความรู้สึกของการ "เสียเขาไป" มันทรมานแบบนี้นี่เอง ทรมานจนเขาแทบอยากจะย้อนเวลากลับไปแก้ไขคำพูดร้ายกาจพวกนั้นให้หมด
ในขณะที่วินกำลังจะโยนโทรศัพท์ทิ้งด้วยความโมโห หน้าจอเครื่องหรูสีดำก็สว่างวาบขึ้นมาพร้อมกับข้อความแจ้งเตือนจากเบอร์แปลกที่ไม่คุ้นเคย
ดวงตาคมกวาดมองข้อความสั้นๆ บนหน้าจอเพียงแวบเดียว แต่กลับทำให้ลมหายใจของเขาติดขัด ร่างสูงยืนนิ่งค้างราวกับถูกสาปให้กลายเป็นหิน
[ข้อความจากเบอร์แปลก: "ถ้าอยากเจอตัวจริงของตะวัน... ก่อนที่เขาจะขึ้นเครื่องบินเที่ยวเที่ยงคืนนี้ เพื่อไปเรียนต่อต่างประเทศถาวร... เชิญคุณที่สนามบินตอนนี้เลยครับคุณวิศวกร"]
วินแค่นยิ้มออกมาทันทีที่อ่านจบ ดวงตาสีเข้มวาวโรจน์ด้วยความท้าทายและความคลั่ง 123ที่พุ่งทะยานถึงขีดสุด เขาไม่สนหรอกว่าใครเป็นคนส่งข้อความนี้มา รู้แค่เพียงว่า... เขาจะไม่มีวันยอมให้เด็กดื้อคนนั้นหลุดมือไปเด็ดขาด!
วิศวะคนนี้ขอเป็นเด็กดื้อของคุณติวเตอร์•ตอนที่ 25
วินาทีที่เสียเขาไป
ผลงานโดย คอร์ดรักกีตาร์โปร่ง
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (คอร์ดรักกีตาร์โปร่ง)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง วิศวะคนนี้ขอเป็นเด็กดื้อของคุณติวเตอร์ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!