วิศวะคนนี้ขอเป็นเด็กดื้อของคุณติวเตอร์•ตอนที่ 26

คนปากแข็งกลายเป็นโบ้ตัวจริง

ผลงานโดย คอร์ดรักกีตาร์โปร่ง
เสียงเคาะประตูกระจกห้องพักติวเตอร์ย่านยูเนียนมอล์ดังขึ้นติดๆ กันสามครั้งอย่างร้อนรน ไม่ใช่จังหวะเคาะแบบแขกผู้มีมารยาททั่วไป แต่มันคือการทุบเบาๆ ด้วยความกระวนกระวายใจของคนที่กำลังสติหลุดลอย ตะวันขมวดคิ้วเล็กน้อย เงยหน้าขึ้นจากชีทสรุปบัญชีการเงินปีหนึ่งที่กำลังตรวจทาน ปากเรียวเล็กพ่นลมหายใจออกมาอย่างนึกรำคาญ นึกว่าใครมาป่วนเปี้ยนแถวนี้ในเวลาสามทุ่มครึ่ง มือเรียวเอื้อมไปเปิดล็อกกลอนแล้วกระชากบานประตูออกด้วยความหงุดหงิดที่สะสมมาตั้งแต่เรื่องคุณคู่หมั้นหน้าสวยคนนั้น "บอกแล้วไงครับว่าวันนี้ไม่รับติ... ว... วิน!" คำพูดที่เหลือถูกกลืนหายไปในลำคอทันที เมื่อดวงตากลมโตสบเข้ากับร่างสูงใหญ่ที่ยืนหอบหายใจจนอกกระเพื่อมไหว เสื้อเชิ้ตสีดำตัวเก่งหลุดลุ่ย กระดุมบนถูกปลดออกสองเม็ดเผยให้เห็นผิวเนื้อเนียนและแผงอกที่กระصอกไหวตามจังหวะการหายใจ เส้นผมสีเข้มที่เคยเซ็ตไว้อย่างเนี๊ยบกลับยุ่งเหยิงไม่เป็นทรงเนื่องจากเจ้าตัวใช้มือขยี้มันซ้ำๆ ด้วยความเครียด สภาพของ 'คุณชายวิน' ผู้หยิ่งผยองและไว้ตัวเสมอในตอนนี้... แทบไม่ต่างอะไรกับหมาป่าหลงฝูงที่กำลังกระวนกระวายจนแทบคลั่ง "หลบ" เสียงทุ้มต่ำที่เคยราบเรียบและเต็มไปด้วยความเย่อหยิ่ง บัดนี้กลับแหบพร่าและสั่นเครือเล็กน้อย วินไม่รอให้อีกฝ่ายอนุญาต ขายาวก้าวพรวดเดียวก็ดันร่างโปร่งของตะวันให้ถอยร่นเข้าไปด้านในห้อง ก่อนจะใช้เท้าถีบประตูปิดล็อกลงกลอนอย่างรวดเร็วราวกับกลัวว่าจะมีใครมาแย่งตัวคนตรงหน้าไป "นี่คุณ! บ้าไปแล้วหรือไง มาทำรุ่มร่ามอะไรในห้องคนอื่น ออกไปเลยนะ!" ตะวันถอยหลังกรูดจนแผ่นหลังชนเข้ากับชั้นวางหนังสือ เสียงใสเอ็ดตะโรด้วยความตกใจแต่ก็ยังคงความแข็งกร้าวไว้ตามนิสัย "เออ... ฉันบ้า!" วินพุ่งเข้ามาประชิดตัวในระยะประชิด มือหนาทั้งสองข้างยันขอบชั้นหนังสือไว้ กักขังร่างบางให้อยู่ในอ้อมแขนโดยปริยาย ดวงตาสีเข้มคู่นั้นแดงก่ำและเต็มไปด้วยหยาดอารมณ์ที่อัดแน่นจนล้นปรี่ "พอใจหรือยังล่ะที่เห็นฉันสภาพนี้!" ตะวันชะงัก หัวใจดวงน้อยกระตุกวูบเมื่อได้สบตา ลึกซึ้งในดวงตาคู่นั้นมันไม่มีความเย่อหยิ่งหลงเหลืออยู่เลย มีเพียงความหวาดกลัว... ความกลัวที่จะสูญเสียบางสิ่งบางอย่างไปตลอดกาล ซึ่งเป็นสิ่งที่คนอย่างวินไม่เคยแสดงให้ใครเห็นมาก่อน "แล้วมันเรื่องอะไรล่ะที่คุณต้องมาบ้าใส่ผม..." ตะวันเบือนหน้าหนีความร้อนผ่าวที่แผ่ซ่านมาจากอกแกร่ง พยายามทำเป็นใจแข็งทั้งที่เสียงตัวเองเริ่มสั่น "ไปเคลียร์กับคู่หมั้นคนสวยของคุณนู่นสิครับ มาหาผมทำไม หรือว่าเบื่อรินแล้ว ถึงได้มาหาที่ระบายอารมณ์แถวนี้" *กึก* วินแค่นหัวเราะในลำคอ เสียงหัวเราะที่เจ็บปวดและสมเพชตัวเองยิ่งกว่าอะไรดี มือหนาเอื้อมขึ้นมาจับปลายคางมนของตะวันให้หันกลับมาสบตากันตรงๆ บังคับให้อีกฝ่ายเห็นความจริงจังที่ซ่อนอยู่ภายใต้ความปากแข็ง "เรื่องริน... ฉันเคลียร์จบตั้งแต่วินาทีที่ก้าวขาออกจากบ้านวันนั้นแล้ว" วินพูดด้วยน้ำเสียงจริงจังจนน่ากลัว ดวงตาคมกริบจ้องลึกเข้าไปในดวงตาคู่สวย "ฉันบอกผู้ใหญ่ไปชัดเจนว่า คนที่ฉันจะแต่งงานด้วย มีแค่คนเดียว... คือเด็กดื้อปากแจ๋วที่ยืนอยู่ตรงนี้!" ตะวันเบิกตากว้าง หัวใจเต้นรำกระหน่ำรุนแรงจนแทบจะทะลุออกมานอกอก ความอบอุ่นสายหนึ่งแล่นพล่านขึ้นมาตีตื้นที่ขอบตา แต่ทว่าความระแวงที่สะสมมานานก็ทำให้ต้องรีบดึงสติกลับมา "พูดอะไรไม่เห็นรู้เรื่อง... ปล่อยนะ!" "ไม่ปล่อย!" วินประกาศกร้าว เสียงทุ้มต่ำดุดันแต่แฝงไปด้วยความเวทนาจนน่าใจหาย เขาทิ้งมาดหนุ่มวิศวะปากร้ายทิ้งลงถังขยะอย่างไร้เยื่อใย ร่างสูงค่อยๆ ทรุดตัวลงคุกเข่าข้างหนึ่งต่อหน้าตะวัน ท่ามกลางความตกตะลึงพรึงเพริดของเด็กหนุ่มคณะบริหาร "วิน! คุณทำบ้าอะไรเนี่ย ลุกขึ้นเดี๋ยวนี้เลยนะ!" ตะวันตกใจจนทำอะไรไม่ถูก มือเรียวพยายามฉุดรั้งไหล่กว้างให้ลุกขึ้น แต่คนตัวโตกลับดื้อดึง ฝังใบหน้าลงกับหน้าท้องราบของตะวัน สวมกอดเอวบางไว้แน่นราวกับเด็กน้อยที่กำลังกลัวการถูกทิ้ง ภาพของเดือนคณะวิศวะ ผู้ชายที่ใครๆ ก็ต้องก้มหัวให้ กำลังคุกเข่ากอดเอวติวเตอร์หนุ่มจนตัวสั่นเทา เป็นภาพที่เหนือความคาดหมายและทำลายล้างหัวใจของตะวันจนราบคาบ "ฉันยอมแพ้แล้ว... ตะวัน" เสียงอู้อี้ดังขึ้นชิดหน้าท้อง สัมผัสอุ่นร้อนจากลมหายใจเป่ารดผ่านเนื้อผ้าจนขนลุกซู่ วินเงยหน้าขึ้นช้าๆ ดวงตาคู่คมรื้นด้วยหยาดน้ำใสๆ ที่ผู้ชายคนนี้ไม่เคยเสียให้ใคร "อย่าทำแบบนี้อีกเลย... อย่าบอกให้ฉันถอยหลังออกไปอีกเลยนะ" ห้องทั้งห้องตกอยู่ในความเงียบงัน มีเพียงเสียงลมหายใจที่สอดประสานกันของคนทั้งคู่ ตะวันยืนนิ่งค้าง สมองขาวโพลน คำพูดเชือดเฉือนที่เตรียมไว้เป็นร้อยประโยคถูกแผดเผาจนไม่เหลือซาก เมื่อได้เห็นความเปราะบางที่ซ่อนอยู่เบื้องหลังกำแพงความหยิ่งยโสของผู้ชายตรงหน้า นิ้วเรียวสั่นเทาเล็กน้อย ค่อยๆ ยกขึ้นแตะกลุ่มผมนุ่มของคนตัวโตกว่าอย่างไม่รู้ตัว บรรยากาศรอบตัวอบอวลไปด้วยความหวานล้ำที่เจือปนด้วยความเจ็บปวดและโหยหา "คุณมัน... บ้าจริงๆ นั่นแหละ" ตะวันกระซิบเสียงแผ่ว หยาดน้ำตาที่พยายามกลั้นไว้ร่วงหล่นลงมาอาบแก้มอย่างห้ามไม่อยู่ วินแย้มยิ้มออกมา รอยยิ้มที่ไม่ได้มีความเจ้าเล่ห์เพทุบายใดๆ มีเพียงรอยยิ้มของคนที่ได้ชีวิตของตัวเองกลับคืนมา มือหนาข้างหนึ่งยกขึ้นประคองแก้มใส เกลี่ยหยาดน้ำตาออกให้อย่างทะนุถนอม ก่อนที่ใบหน้าหล่อเหลาจะค่อยๆ โน้มเข้าไปใกล้ริมฝีปากอิ่มที่เผยอน้อยๆ อย่างรอคอย ระยะห่างลดลงเหลือเพียงลมหายใจกั้น หัวใจของทั้งสองดวงเต้นเป็นจังหวะเดียวกันอย่างบ้าคลั่ง ริมฝีปากร้อนผ่าวแตะลงบนกลีบปากนุ่มแผ่วเบา เป็นการสัมผัสที่เต็มไปด้วยความโหยหาและคำสัญญาที่ไม่ได้เปล่งเสียงออกมา วินกำลังจะกดจูบให้ลึกล้ำกว่าเดิมเพื่อยืนยันความรู้สึกทั้งหมดที่มี *ก๊อก! ก๊อก! ก๊อก!* เสียงทุบประตูดังสนั่นหวั่นไหวขัดจังหวะความหวาน พร้อมกับเสียงตะโกนโวยวายของเจ้าของตึกที่ดังทะลุเข้ามา "ไอ้วิน! แกอยู่ในนั้นใช่ไหม เปิดประตูให้ฉันเดี๋ยวนี้เลยนะเว้ย พ่อแกโทรตามจนมือถือฉันจะระเบิดอยู่แล้ว!" เสียงของ 'กรณ์' เพื่อนสนิทตัวดีดังลั่นห้อง ทำลายบรรยากาศซึ้งกินใจจนพังทลายในพริบตา วินผละริมฝีปากออกช้าๆ อย่างหัวเสีย ดวงตาสีเข้มฉายแววหงุดหงิดระคนกรุ่นโกรธที่ถูกขัดจังหวะสำคัญในวินาทีชีวิต ทว่า ก่อนที่วินจะหันไปจัดการกับเพื่อนตัวดีที่ยืนเอะอะอยู่หน้าห้อง มือเรียวเล็กของตะวันกลับเอื้อมมาคว้าปกเสื้อเชิ้ตของวินไว้ พร้อมกับกระชากให้ใบหน้าหล่อเหลานั้นโน้มลงมาใกล้จนปลายจมูกชนกันอีกครั้ง ดวงตากลมโตคู่สวยมองตรงเข้ามาด้วยประกายระยิบระยับที่ท้าทายและซุกซน จนวินต้องกลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบาก "เคลียร์เรื่องข้างนอกให้เสร็จก่อน..." ตะวันกระซิบชิดริมฝีปากด้วยน้ำเสียงพร่าสั่นที่ทำเอาวินแทบคลั่งตายคาที่ "แล้วค่อยกลับมาเคลียร์ 'ค้างคา' ของเราต่อ... เข้าใจไหมครับ? คุณโบ้" ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกคนที่อยู่เคียงข้างและเดินทางมาถึงตอนนี้ด้วยกันนะครับ
สารจากนักเขียน (คอร์ดรักกีตาร์โปร่ง)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง วิศวะคนนี้ขอเป็นเด็กดื้อของคุณติวเตอร์ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%