วิศวะคนนี้ขอเป็นเด็กดื้อของคุณติวเตอร์•ตอนที่ 27

จุดตัดสินใจ

ผลงานโดย คอร์ดรักกีตาร์โปร่ง
เสียงก้องกังวานของส้นรองเท้าหนังราคาแพงที่กระทบกับพื้นหินอ่อนภายในล็อบบี้โรงแรมหรู ย้ำเตือนถึงความกดดันที่กำลังบีบรัดหัวใจทุกห้องชีพจร วินยืนนิ่งอยู่เบื้องหน้าประตูห้องรับรอง VIP แววตาคมกริบที่มักจะฉายแววหยิ่งผยองและเกียจคร้านในยามปกติ บัดนี้กลับราบเรียบ เย็นชา และเด็ดเดี่ยวจนน่ากลัว ในมือถือโทรศัพท์มือถือหน้าจอสว่างวาบที่เพิ่งกดวางสายจากการปะทะคารมครั้งสุดท้ายกับมารดา “คุณวินแน่ใจแล้วเหรอครับว่าจะทำแบบนี้... ทางคุณท่านประกาศชัดเจนแล้วนะครับว่า ถ้าก้าวเท้าออกไปจากตรงนี้และเลือกเด็กคนนั้น ทรัพย์สินและตำแหน่งทั้งหมดในบริษัท...” เลขาคนสนิทที่ติดตามครอบครัวมานานเอ่ยทักด้วยน้ำเสียงสั่นเครือ ใบหน้าเต็มไปด้วยความกังวลระคนตกใจ วินแค่นหัวเราะในลำคอ เสียงหัวเราะที่ไร้ซึ่งความขบขันใดๆ มีเพียงความสมเพชเวทนาที่พ่นออกมาพร้อมกับลมหายใจ “เก็บคำเตือนนั้นไว้บอกพ่อผมเถอะครับ... บอกท่านด้วยว่า ‘วิน’ คนนี้ ไม่เคยเป็นหุ่นเชิดในกำมือใครมานานแล้ว และถ้าของที่ต้องแลกมากับความสุขในชีวิต คือการต้องแต่งงานกับผู้หญิงที่ไม่ได้รักเพื่อผลประโยชน์ทางธุรกิจ... ผมยอมเป็นคนล้มละลายในสายตาพวกท่านซะยังดีกว่า” ประโยคประกาศกร้าวทิ้งท้ายไว้แค่นั้น ก่อนที่ร่างสูงโปร่งในชุดสูทสั่งตัดเข้ารูปจะผลักประตูห้องประชุมใหญ่เปิดออก ท่ามกลางสายตาทุกคู่ของบรรดาญาติผู้ใหญ่และ ‘ริน’ ที่นั่งหน้าซีดเผือดอยู่บนโซฟารับแขก รินลุกขึ้นยืนทันที ดวงตาคู่สวยเบิกกว้างด้วยความตกใจเมื่อเห็นสภาพของวิน “พี่วิน... นี่หมายความว่ายังไงคะ? คุณป้าบอกว่าเราจะคุยเรื่องฤกษ์แต่งงานกันวันนี้ ทำไมพี่ถึง...” “ยกเลิกซะครับ” วินสวนกลับทันควัน น้ำเสียงราบเรียบแต่เฉียบคมราcanใบมีดโกนอาบน้ำผึ้ง “ผมมาที่นี่เพื่อพูดให้ชัดเจนเป็นครั้งสุดท้าย... ผมไม่มีวันแต่งงานกับคุณริน ไม่ใช่ตอนนี้ และไม่มีวันในอนาคต เลิกเอาผู้ใหญ่มาอ้าง เลิกทำตัวน่าสมเพชให้คนอื่นเขาตลก และที่สำคัญ... เลิกยุ่งกับตะวัน” บรรยากาศในห้องเงียบกริบลงทันทีราวกับถูกแช่แข็ง เสียงลมหายใจของทุกคนแผ่วเบาลงจนน่าใจหาย รินหน้าเสียเผือดสีริมฝีปากสั่นระริกด้วยความโกรธและอับอาย ขณะที่วินไม่แม้แต่จะชายตามองซ้ำสอง เขาร,ะเบิดรอยยิ้มหยันที่มุมปาก หมุนตัวกลับอย่างไร้เยื่อใย และก้าวเดินออกจากห้องนั้นท่ามกลางเสียงเรียกโวยวายของมารดาที่ดังไล่หลังมา เป้าหมายเดียวในหัวใจตอนนี้มีเพียงสิ่งเดียว... กลับไปหาเจ้าของรอยยิ้มปากแจ๋วที่กำลังรอเขาอยู่ ณ ห้องพักเล็กๆ ย่านมหาวิทยาลัย รถสปอร์ตคันหรูพุ่งทะยานผ่านท้องถนนยามค่ำคืนด้วยความเร็วสูง หัวใจของวินเต้นระรัวราวกับจังหวะกลองร็อคที่เร่งเร้าจนแทบหลุดออกมานอกอก ความกังวลที่เคยเกาะกินในใจมลายหายไปจนหมดสิ้น เหลือเพียงความโหยหาและความรู้สึกบางอย่างที่พรั่งพรูขึ้นมาจนเต็มตื้น เขาเพิ่งตระหนักได้ในวินาทีนี้เองว่า ตะวันไม่ใช่แค่เด็กดื้อที่เขาอยากเอาชนะ แต่เป็นพื้นที่ปลอดภัยเดียวในโลกใบนี้ที่เขาอยากใช้ชีวิตอยู่ด้วย เมื่อรถจอดสนิทหน้าหอพัก วินก้าวลงด้วยความเร่งรีบ สองขายาวก้าวขึ้นบันไดทีละขั้นจนมาหยุดอยู่ที่หน้าห้องคุ้นเคย ประตูไม่ได้ล็อกสนิท มันแง้มเปิดไว้เล็กน้อย พร้อมกับแสงไฟสีส้มอบอุ่นที่ลอดผ่านรอยแยกออกมา พร้อมกับเสียงบ่นงึืองำเบาๆ ที่เล็ดลอดเข้าหู “ไหนบอกว่าเคลียร์แป๊บเดียว... นี่มันตีหนึ่งแล้วนะคุณโบ้ ถ้ากลับมาแล้วทำคะแนนไม่ดีนะ ผมจะล็อกประตูไม่ให้เข้าห้องจริงๆ ด้วยคอยดู...” เสียงใสๆ ที่ติดจะงอนนิดๆ ของคนที่นั่งรออยู่หน้าโต๊ะอ่านหนังสือ ทำเอาหัวใจที่ด้านชามาตลอดชีวิตของวินกระตุกวูบ ความเหนื่อยล้าทั้งหมดละลายหายไปเป็นปลิดทิ้ง รอยยิ้มแรกของวันที่จริงใจที่สุดปรากฏขึ้นบนใบหน้าคมคาย วินผลักประตูบานนั้นให้เปิดกว้างขึ้นด้วยมือข้างเดียว กลิ่นหอมอ่อนๆ ของแชมพูเด็กและกลิ่นกระดาษหนังสือเรียนลอยมาแตะจมูก ภาพของตะวันในชุดนอนตัวโคร่งที่กำลังหันกลับมามองด้วยแววตาตื่นตะลึง ทำให้โลกทั้งใบของเขาหยุดหมุนในทันที “ใครบอกว่าจะไม่ได้เข้าห้องล่ะครับ... คนนี้เขากลับมาทวงสิทธิ์แล้วนะ” วินก้าวเข้ามาในห้อง ปิดประตูลงกลอนอย่างแน่นหนาด้วยความเร็ว และก่อนที่ตะวันจะได้ทันอ้าปากต่อว่าหรือเอ่ยถามอะไร ร่างสูงก็พุ่งเข้าไปประชิดตัว ช้อนเอวบางขึ้นจนร่างโปร่งต้องเผลอใช้มือโอบรอบคอเขาไว้ตามสัญชาตญาณ ดวงตากลมโตเบิกกว้างด้วยความตกใจเมื่อแผ่นหลังชนเข้ากับผนังห้องโดยมีร่างหนาของพระเอกหนุ่มทาบทับกักขังไว้อย่างแนบชิด “ไอ้...ไอ้วิน! เล่นบ้าอะไรเนี่ย ตกใจหมด! แล้วทำไมทำหน้าตาแบบนั้น... ไปโดนตัวไหนมาฮะ?” ตะวันโวยวายเสียงหลง ใบหน้าร้อนผ่าวขึ้นมาดื้อๆ เมื่อระยะห่างระหว่างใบหน้าเหลือเพียงแค่ลมหายใจกั้น วินไม่ตอบคำถาม เขาซุกใบหน้าลงกับซอกคอหอมกรุ่นสูดดมความสะอาดเข้าปอดลึกๆ ราวกับคนอดอยากมานาน ร่างกายที่สั่นเทาเล็กน้อยจากความตึงเครียดภายนอกค่อยๆ สงบลงเมื่อได้สัมผัสความนุ่มนิ่มและไอร้อนจากตัวของคนตรงหน้า “ผมทิ้งทุกอย่างแล้วนะ...” วินกระซิบเสียงพร่าชิดผิวเนียน น้ำเสียงจริงจังจนตะวันต้องชะงัก คิ้วเรียวขมวดเข้าหากันด้วยความสงสัย “หมายความว่ายังไง... ทิ้งอะไร?” วินผงศีรษะขึ้น สบตากับดวงตาคู่สวยที่เต็มไปด้วยความห่วงใย ดวงตาคมกริบคู่นั้นฉายแววรักลึกซึ้งชนิดที่ต่อให้คนปากแข็งอย่างตะวันฉลาดแค่ไหนก็หลบเลี่ยงไม่พ้น “ผมตัดขาดกับทางบ้านแล้ว... ไม่มีหุ้น ไม่มีรถหรู ไม่มีเงินทองกองโตที่เคยมี สิ่งเดียวที่ผมมีตอนนี้...” วินไล้ปลายนิ้วอุ่นจัดลงบนแก้มใส แผ่วเบาแต่สั่นระริกด้วยความรู้สึกที่อัดแน่น “...คือตัวผม หัวใจผม และสัญญาที่เคยให้ไว้กับคุณ” หัวใจของตะวันกระตุกวาบ คำพูดเรียบง่ายแต่หนักแน่นราวกับภูเขาผาทำให้ขอบตาร้อนผ่าวขึ้นมาดื้อๆ คนที่เคยหยิ่งยโส ปากร้าย และมองโลกด้วยสายตาเหยียดหยามคนนั้น ยอมทิ้งทุกสิ่งทุกอย่างในชีวิตเพื่อผู้ชายธรรมดาอย่างเขา... “คุณ... บ้าหรือเปล่าเนี่ย!” ตะวันดุเสียงสั่น น้ำตาคลอเบ้าโดยไม่รู้ตัว มือเรียวข้างหนึ่งเอื้อมขึ้นไปจับข้อมือของวินที่แนบอยู่บนแก้มไว้แน่น “ใครใช้ให้ทำแบบนั้นเล่า! ผมไม่ได้ต้องการให้คุณต้องแลกอะไรขนาดนี้สักหน่อย...” “แต่ผมต้องการ...” วินแทรกขึ้นด้วยน้ำเสียงดุดันแต่แฝงด้วยความออดอ้อนอย่างที่ไม่มีใครเคยเห็นมาก่อน “ผมไม่อยากเป็นคุณวินที่เพียบพร้อมแต่ไร้หัวใจอีกแล้ว... ผมอยากเป็น ‘วิน’ ของตะวัน เป็นผู้ชายที่คู่ควรกับติวเตอร์ปากจัดคนนี้... ถ้าผมไม่มีอะไรเลยแล้วตอนนี้... คุณยังจะยอมให้ผมเป็นเด็กดื้อของคุณอยู่ไหมครับ?” ห้องทั้งห้องตกอยู่ในความเงียบงัน มีเพียงเสียงหัวใจของคนทั้งคู่ที่เต้นตรงกันเป็นจังหวะเดียวกัน ตะวันมองลึกลงไปในแววตาของคนที่ยืนอยู่ตรงหน้า ไร้ซึ่งความลังเล ไร้ซึ่งความกลัว มีเพียงประกายความหวังและความรักที่บริสุทธิ์ที่สุดที่สะท้อนออกมา มุมปากอิ่มยกยิ้มขึ้นเล็กน้อย แม้ดวงตาจะยังมีหยาดน้ำใสคลอหน่วย ตะวันโน้มใบหน้าเข้าไปใกล้จนริมฝีปากแทบจะชนกัน ลมหายใจอุ่นร้อนเป่ารดกันและกันในระยะประชิด “ถามโง่ๆ...” ตะวันกระซิบชิดริมฝีปากด้วยน้ำเสียงที่สั่นพร่าไม่แพ้กัน ก่อนจะยกยิ้มร้ายกาจเอกลักษณ์ประจำตัว “ในเมื่อสอบตกเรื่องการตัดสินใจไปรอบนึงแล้ว... งั้นคืนนี้ผมจะให้คุณสอบซ่อมยาวๆ จนถึงเช้าเลยดีไหมครับ... คุณโบ้” สิ้นคำพูดนั้น วินก็ไม่รอช้าที่จะก้มลงปิดริมฝีปากอิ่มด้วยความโหยหา รสจูบที่ทั้งดุดัน เรียกร้อง และหวานล้ำละมุนละไมจนแทบขาดใจถูกถ่ายทอดผ่านสัมผัสที่เร่าร้อน มือหนารวบเอวบางเข้าหาตัวแนบแน่นยิ่งขึ้น ขณะที่ตะวันหลับตาลงปล่อยให้ตัวเองจมดิ่งไปกับห้วงอารมณ์รักที่ซัดกระหน่ำเข้ามาจนแทบสำลักความสุข ทว่า ในขณะที่บรรยากาศกำลังหวานซึ้งและเคมีกำลังพุ่งพล่านถึงขีดสุดจนแทบละลาย... *ก๊อก! ก๊อก! ก๊อก!* เสียงเคาะประตูดังสนั่นหวั่นไหวขัดจังหวะความเป็นส่วนตัว ตามมาด้วยเสียงไขกุญแจห้องที่ดังแกร๊กจากฝีมือของใครบางคนที่ถือวิสาสะเปิดเข้ามาหน้าตาเฉย! “ไอ้วิน! แกอยู่ที่นี่ใช่ไหม ออกมาคุยกับแม่เดี๋ยวนี้เลยนะ—!” เสียงตวาดกร้าวของมารดาวินที่ดังลั่นห้องพักแคบๆ ทำเอาทั้งคู่ผละออกจากกันแทบไม่ทัน ดวงตาของวินเบิกกว้างด้วยความตกใจระคนโกรธจัด ขณะที่ตะวันหน้าซีดเผือกเมื่อหันไปสบตากับผู้หญิงทรงอิทธิพลที่กำลังยืนจังก้าอยู่หน้าประตูห้องพร้อมกับบอดี้การ์ดร่างยักษ์อีกสองคน! ขอบคุณที่เดินทางผ่านบททดสอบหัวใจมาด้วยกัน แล้วพบกันใหม่ในตอนหน้าครับ *(ลงชื่อ) คอร์ดรักกีตาร์โปร่ง*
สารจากนักเขียน (คอร์ดรักกีตาร์โปร่ง)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง วิศวะคนนี้ขอเป็นเด็กดื้อของคุณติวเตอร์ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%