“ถ้าพี่คิดว่าคำว่า ‘ขอโทษ’ คำเดียว มันจะลบภาพผู้หญิงคนนั้นยืนอยู่ข้างพี่ในงานวันนั้นได้... พี่ก็ประเมินตะวันต่ำเกินไปแล้วล่ะครับ”
เสียงหวานที่เจือความสั่นพร่าเล็กน้อยดังขึ้นท่ามกลางความเงียบงันของห้องสมุดคณะบริหารในยามวิกาล แสงไฟสีส้มวลนวลจากโคมไฟตั้งโต๊ะสาดกระทบดวงหน้าหวานที่ตอนนี้กำลังเชิดขึ้นอย่างถือดี แม้ขอบตาจะแดงก่ำและมีร่องรอยความเหนื่อยล้าจากการหักโหมอ่านหนังสือสอบ แต่แววตาคู่คมของตะวันกลับฉายชัดถึงความเด็ดเดี่ยว ไม่ยอมจำนนต่อสถานการณ์ตรงหน้าแม้แต่น้อย
วินยืนนิ่งค้างอยู่ตรงมุมโต๊ะอ่านหนังสือตัวยาว ร่างสูงใหญ่ในชุดเสื้อช็อปวิศวะยับยับบ่งบอกว่าเขาเพิ่งบึ่งรถข้ามฝั่งมาจากอีกคณะอย่างไร้การเตรียมตัว ดวงตาคมกริบที่เคยเต็มไปด้วยความเย่อหยิ่งและมาดมั่น บัดนี้กลับฉายแววสั่นไหวและตื่นตระหนกอย่างปิดไม่มิด มือหนาทั้งสองข้างกำเข้าหากันแน่นจนเส้นเลือดปูดโปーンอยู่ใต้ผิวหนัง
เขาก้าวเข้าไปใกล้กว่าเดิมอีกก้าวหนึ่ง จนตะวันต้องเอนตัวหนีตามสัญชาตญาณ แต่แผ่นหลังกลับชนเข้ากับชั้นหนังสือด้านหลังเสียแล้ว
“พี่ไม่ได้หมายความแบบนั้น... ตะวัน ฟังพี่ก่อนสิครับ” วินพยายามใช้เสียงที่นุ่มนวลที่สุดเท่าที่ผู้ชายปากร้ายอย่างเขาจะทำได้ “เรื่องริน... มันเป็นเรื่องของผู้ใหญ่ ทางครอบครัวบังคับให้พี่ไปงานนั้นโดยที่พี่ไม่รู้ด้วยซ้ำว่ารินจะโผล่มาเป็นพาร์ทเนอร์ ทันทีที่พี่รู้เรื่อง พี่ก็เคลียร์กับทางนั้นชัดเจนแล้วว่าเราไม่มีทางเป็นอะไรกันได้มากกว่าพี่น้อง”
“แล้วทำไมเพิ่งมาบอกตอนนี้ล่ะครับ?” ตะวันสวนกลับทันควัน น้ำเสียงเจือความตัดพ้อที่ซ่อนไว้ไม่มิด “วันที่รินเขาแสดงตัวเป็นคู่หมั้นของพี่ต่อหน้าทุกคน... พี่ทำอะไรอยู่ครับ? ยืนนิ่งเป็นสุภาพบุรุษผู้เพียบพร้อมปล่อยให้ผมกลายเป็นตัวตลกอยู่คนเดียวในมุมห้องอย่างนั้นเหรอ?”
คำถามนั้นราวกับคมมีดที่กรีดลงกลางใจของวิน ความเงียบงันเข้าปกคลุมพื้นที่ระหว่างพวกเขาทั้งคู่ชั่วขณะ มีเพียงเสียงลมหายใจอุ่นๆ ที่สะท้อนความเจ็บปวดของคนทั้งสองคน วินหลับตาลงช้าๆ พยายามกลืนก้อนความรู้สึกหนقอึ้งที่จุกอยู่ลำคอลงไป
สำหรับวิน เด็กหนุ่มตรงหน้าไม่ใช่แค่เด็กติวหนังสือจอมกวนประสาทที่เขาเคยจ้างมาเพื่อตัดรำคาญอีกต่อไปแล้ว ตะวันคือพื้นที่ปลอดภัยเดียวในชีวิตที่วุ่นวายและเต็มไปด้วยความคาดหวังของครอบครัว คือคนที่ทำให้หัวใจวิศวกรผู้เย็นชาคนนี้เต้นแรงด้วยความรู้สึกที่แท้จริงเป็นครั้งแรก
“พี่ขอโทษ...” วินขยับเข้าไปประชิดตัวมากขึ้น มือหนายื่นออกไปหมายจะแตะลงบนไหล่บาง แต่ก็ต้องชะงักค้างกลางอากาศเมื่อตะวันเบี่ยงตัวหลบด้วยท่าทางห่างเหิน “พี่รู้ว่าพี่มันงี่เง่า พี่มันปากเสีย และจัดการปัญหาพวกนี้ได้แย่มาก... แต่ตะวันครับ ให้โอกาสพี่ได้แก้ตัวอีกสักครั้งเถอะนะ”
ตะวันเงยหน้าขึ้นสบตากับดวงตาคู่คมที่เต็มไปด้วยความเว้าวอน ซึ่งเป็นภาพที่หาดูได้ยากยิ่งจากผู้ชายชื่อ ‘วิน วิศวะปี 3’ คนนี้ หัวใจดวงน้อยกระตุกวูบอย่างแรงด้วยความรู้สึกที่ตีรันกันมั่วซุม ทั้งรัก ทั้งโกรธ ทั้งน้อยใจ และกลัว... กลัวว่าความสัมพันธ์ที่พยายามสร้างมาด้วยกันจะพังทลายลงเพียงเพราะแรงกดดันภายนอก
“โอกาสเหรอครับ...” ตะวันแค่นหัวเราะในลำคอ ดวงตาคู่สวยรื้นไปด้วยหยาดน้ำใสๆ แต่เจ้าตัวพยายามกะพริบตาไล่ความอ่อนแอนั้นกลับเข้าไป “พี่วินคิดว่าความรู้สึกของคนเรามันเปิด-ปิดสวิตช์ได้ตามใจชอบเหรอครับ? เจ็บแล้วจบ แล้วพอมาขอโทษทุกอย่างก็จะกลับมาหวานชื่นเหมือนเดิมอย่างนั้นเหรอ?”
“พี่ไม่ได้หมายความแบบนั้น...”
“ถ้าอย่างนั้นก็เลิกพูดเถอะครับ” ตะวันตัดบท น้ำเสียงเด็ดเดี่ยวแต่สั่นเครือ “ตอนนี้ผมเหนื่อยมาก... เหนื่อยกับการต้องมานั่งเดาใจผู้ชายที่ปากบอกว่ารัก แต่การกระทำกลับทำร้ายผมซ้ำแล้วซ้ำเล่า ถ้าพี่มาเพื่อจะขอร้องให้เรากลับไปเป็นเหมือนเดิม ผมบอกเลยว่า... เสียเวลาเปล่าครับ”
สิ้นคำพูดนั้น ตะวันก็ก้มลงเก็บชีทสรุปและหนังสือบนโต๊ะยัดใส่กระเป๋าเป้สะพายหลังอย่างลวกๆ ก่อนจะก้าวเดินเลี่ยงผ่านร่างสูงของวินไปทางประตูทางออกโดยไม่แม้แต่จะชายตามองอีก
หมับ!
ทว่า... ก่อนที่มือเรียวจะได้เอื้อมไปสัมผัสลูกบิดประตู ข้อมือเล็กก็ถูกมือหนาคว้าเอาไว้ด้วยแรงที่พอเหมาะ ไม่แน่นจนเจ็บ แต่ก็มากพอที่จะหยุดการเคลื่อนไหวทั้งหมดได้ทันที
“ปล่อยนะครับ!” ตะวันสะบัดข้อมือเบาๆ แต่คนตัวโตกว่ากลับยิ่งกระชับวงแขนเข้ามาใกล้ จนแผ่นหลังบางแนบชิดกับแผงอกกว้างที่สะท้อนขึ้นลงตามจังหวะการหายใจที่รุนแรง
“พี่ไม่ปล่อย...” เสียงทุ้มต่ำกระซิบอยู่ข้างใบหู ลมหายใจอุ่นร้อนเป่ารดต้นคอขาวจนตะวันขนลุกซู่ “ถ้าตะวันคิดว่าพี่จะยอมแพ้ง่ายๆ แค่นี้... ตะวันก็ประเมินความด้านของเด็กวิศวะคนนี้ต่ำไปเหมือนกัน”
“นี่พี่วิน! อย่ามาตื๊อนะ ผมบอกแล้วไงว่า...”
“ฟังพี่!” วินพลิกร่างบางให้หันกลับมาเผชิญหน้ากันอีกครั้ง คราวนี้ดวงตาคมกริบของเขาลุกโชนด้วยประกายบางอย่างที่ทำให้คนมองถึงกับหายใจสะดุด “ถ้าวันนี้ตะวันยังไม่ยอมยกโทษให้... พี่ก็จะยืนรอตรงนี้ ตั้งแต่วันนี้ พรุ่งนี้ มะรืนนี้ จนกว่าตะวันจะยอมใจอ่อน พี่จะไปนั่งเฝ้าหน้าห้องเรียนพี่ทุกวัน จะซื้อข้าวมาวางไว้ให้จนกว่าน้ำหนักตะวันจะขึ้นมาอีกสองโล และพี่จะประกาศให้ไอ้พวกคณะบริหารมันรู้กันหมดเลยว่า... หัวใจของวินคนนี้ มีเด็กดื้อแถวนี้จองไว้คนเดียว!”
ตะวันเบิกตากว้างด้วยความคาดไม่ถึง เมเลือดฝาดพุ่งขึ้นมาร้อนผ่าวบนพวงแก้มขาวเนียนอย่างห้ามไม่อยู่ คำขู่แบบเด็กๆ แต่จริงจังขั้นสุดแบบนั้นทำเอาหัวใจที่พยายามตั้งกำแพงแข็งแกร่งมาตลอดสั่นคลอนจนแทบพังทลาย
“พี่... พี่มันบ้าไปแล้วหรือไงครับ มาพูดจาอะไรแบบนี้เนี่ย!” ตะวันพยายามซ่อนรอยยิ้มที่กำลังจะระบายออกมาบนริมฝีปากด้วยการดุเสียงเขียว แต่ใบแดงก่ำที่ลามไปถึงใบหูกลับทรยศความรู้สึกทั้งหมด
“ใช่... พี่บ้า” วินยิ้มมุมปาก รอยยิ้มร้ายกาจที่ละลายใจคนมองได้ในเสี้ยววินาที “บ้าเพราะรักตะวันคนเดียวนี่แหละครับ หืม... หายโกรธพี่เถอะนะคนดี นะครับ?”
บรรยากาศรอบตัวราวกับถูกลดอุณหภูมิลงเหลือเพียงความอบอุ่นที่โอบกอดกันและกันไว้ ท่ามกลางความเงียบของห้องสมุด ปลายจมูกของคนทั้งสองแทบจะชนกันอยู่แล้ว วินค่อยๆโน้มใบหน้าลงมาใกล้ชิดทีละนิด ดวงตาสื่อความหมายลึกซึ้งจนตะวันเผลอหลับตาลงรับสัมผัสอุ่นที่กำลังจะเกิดขึ้น...
แกร๊ก... ปึ้ง!
เสียงเปิดประตูห้องสมุดดังสนั่นหวั่นไหว พร้อมกับร่างของบุคคลที่ไม่คาดฝันก้าวพรวดพราดเข้ามาด้วยสีหน้าตื่นตระหนกและหอบเหนื่อย
“พี่วิน! แย่แล้วค่ะ! ทางบ้านคุณอาโทรมาบอกว่า...”
ขอบคุณทุกการติดตามและกำลังใจที่มีให้กันเสมอมานะครับ
— คอร์ดรักกีตาร์โปร่ง
วิศวะคนนี้ขอเป็นเด็กดื้อของคุณติวเตอร์•ตอนที่ 28
ขอโอกาสสุดท้าย
ผลงานโดย คอร์ดรักกีตาร์โปร่ง
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (คอร์ดรักกีตาร์โปร่ง)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง วิศวะคนนี้ขอเป็นเด็กดื้อของคุณติวเตอร์ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!