วิศวะคนนี้ขอเป็นเด็กดื้อของคุณติวเตอร์•ตอนที่ 29

บทเรียนจากความรัก

ผลงานโดย คอร์ดรักกีตาร์โปร่ง
"เลิกทำตัวเป็นเด็กดื้อแล้วฟังผมให้จบสักครั้งได้ไหมครับ... ตะวัน" เสียงทุ้มต่ำของวินลอดผ่านความเงียบงันภายในห้องนั่งเล่นที่มืดสลัว แสงไฟส้มจากโคมไฟมุมห้องสาดกระทบสันกรอบหน้าคมคายที่เต็มไปด้วยร่องรอยความเหนื่อยล้า ดวงตาคมกริบของรุ่นพี่ปีสามคู่นั้นไม่ได้มีความเย่อหยิ่งจองหองหลงเหลืออยู่เลย มีเพียงความเว้าวอนและความจริงใจที่ดิบ ตะวันที่ยืนกอดอกพิงเคาน์เตอร์ครัว เม้มริมฝีปากแน่นจนเป็นเส้นตรง ดวงตากลมโตไหวระริกด้วยความรู้สึกที่ตีรวนกันอยู่ในอก ทั้งโกรธ ทั้งน้อยใจ และลึกๆ แล้ว... โหยหาอ้อมกอดของอีกฝ่ายเสียจนเจ็บแปลบ "เด็กดื้อเหรอครับ?" ตะวันแค่นหัวเราะในลำคอ ดวงตาฉายแววพยศไม่เสื่อมคลาย "คนที่ทำตัวมีปัญหาจนพี่รินต้องบินกลับมาเคลียร์ คือพี่ต่างหากล่ะครับพี่วิน! พี่รินเขาเป็นคู่หมั้นที่ครอบครัวพี่เลือกให้ แล้วพี่ก็ปล่อยให้ทุกอย่างมันคาราคาซังจนผมกลายเป็นตัวตลกในสายตาคนอื่น... แบบนี้ยังจะมาว่าผมดื้ออีกเหรอครับ!" จังหวะหัวใจของคนทั้งคู่เต้นระรัวราวกับกลองชุดในเพลงร็อกจังหวะfast-paced วินก้าวเท้าเข้ามาช้าๆ ทีละก้าว ระยะห่างที่เคยมีถูกร่นลดลงจนแทบไม่เหลือช่องว่าง กลิ่นน้ำหอมผู้ชายเจือจางปะปนกับความอุ่นร้อนจากร่างกายของวินทำให้ตะวันต้องกลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบาก "ผมไม่เคยคิดว่าตะวันเป็นตัวตลก..." วินหยุดยืนตรงหน้า ห่างกันแค่คืบ ดวงตาคมกริบคู่นั้นจ้องลึกเข้าไปในดวงตาของเด็กตรงหน้า "และริน... ไม่ใช่คู่หมั้นที่ผมยอมรับ การหมั้นบ้าบอนั่นมันเป็นเกมการเมืองทางธุรกิจที่ผู้ใหญ่เขาขีดเส้นกันเองตั้งแต่วันที่เรายังเด็ก ตะวันก็รู้ดีไม่ใช่เหรอครับ ว่าคนเดียวที่ผมมอง... มีแค่ติวเตอร์ตัวแสบคนนี้คนเดียว" คำพูดที่ร้อยเรียงด้วยน้ำเสียงทุ้มต่ำจริงจัง ทำเอาหัวใจของตะวันที่ตั้งกำแพงไว้สูงลิ่วถึงกับสั่นคลอน ปากที่เคยแจ๋วและหาเรื่องเก่งกลับปิดสนิท ความอุ่นร้อนจากฝ่ามือหนาที่เอื้อมมาแตะเบาๆ ตรงแก้มเนียน ยิ่งทำให้สติกระเจิดกระเจิง "แต่พี่ก็เลือกที่จะเงียบ..." ตะวันพยายามเบือนหน้าหนีความอบอุ่นนั้น แม้หัวใจจะร้องประท้วงให้โผเข้าหา "การที่พี่เงียบ มันเท่ากับการยอมรับนะพี่วิน" "เพราะผมกลัว..." วินสารภาพออกมาด้วยน้ำเสียงที่สั่นพร่าเล็กน้อย นิ้วเรียวยาวเกลี่ยแก้มใสเบาๆ อย่างทะนุถนอม "ผมกลัวว่าถ้าผมจัดการเรื่องนี้ไม่ดีพอ ครอบครัวผมจะหันมาเล่นงานตะวัน เหมือนกับที่พวกเขาพยายามทำลายทุกอย่างที่เป็นความสุขของผม ตะวันก็รู้ว่าพ่อแม่ผมเป็นคนยังไง... ผมไม่ใช่คนดีเด่หรอกนะตะวัน ผมมันก็แค่ไอ้เด็กมีปมที่เอาแต่หนีปัญหา จนกระทั่งมาเจอเด็กดื้ออย่างคุณนี่แหละ... ที่ทำให้ผมกล้าลุกขึ้นมาสู้เพื่อตัวเองจริงๆ" ความเงียบเข้าปกคลุมชั่วขณะ มีเพียงเสียงลมหายใจอุ่นที่รดรินอยู่ใกล้กัน ตะวันเงยหน้าสบตากับวิน มองเห็นความเปราะบางที่ซ่อนอยู่ภายใต้ความหยิ่งผยองของวิศวะหนุ่มปีสามมาตลอด ความรู้สึกน้อยเนื้อต่ำใจที่สะสมมานานนับแรมเดือนค่อยๆ มลายหายไปราวกับหิมะโดนแดด ที่แท้... คนที่ดูเพียบพร้อมและมีโลกทั้งใบรองรับอย่างวิน ก็แบกรับความกดดันและแผลเหวอะหวะไว้ไม่ต่างจากเขาเลย "พี่วินบ้า..." ตะวันพึมพำออกมาเบาๆ เสียงสั่นเครือหยดหนึ่งเล็ดลอดออกมาจากความรู้สึกที่อัดอั้น "ทำไมถึงเพิ่งมาพูดตอนนี้ล่ะครับ รู้ไหมว่าผมคิดไปไกลแค่ไหน" "ขอโทษครับ..." วินดึงร่างโปร่งของตะวันเข้ามาสู่อ้อมกอดทันที วงแขนแข็งแรงโอบกอดแผ่นหลังบางไว้แน่นราวกับกลัวว่าอีกฝ่ายจะสลายหายไป ตะวันลังเลอยู่เสี้ยววินาที ก่อนที่มือเรียวจะยกขึ้นโอบรอบเอวสอบของอีกฝ่ายไว้แน่น ซบหน้าลงกับลาดไหล่กว้าง ปล่อยให้ความอุ่นร้อนและความหอมจากตัววินซึมซับเข้าไปในหัวใจ ทั้งสองคนต่างมีบาดแผลต่างกัน มีโลกคนละใบที่โคจรมาชนกัน แต่วินาทีนี้... พวกเขาไม่ต้องแบกรับมันไว้คนเดียวอีกต่อไปแล้ว วินก้มลงกระซิบชิดใบหูแดงก่ำ น้ำเสียงนุ่มนวลแต่หนักแน่นทุกถ้อยคำ "ต่อจากนี้ไป จะไม่มีความลับระหว่างเราอีกแล้วนะครับ ตะวันยอมรับในตัวตนที่พังๆ ของผมคนนี้ได้ไหม... เด็กดื้อของผม" ตะวันเงยหน้าขึ้นสบตา รอยยิ้มบางเบาปรากฏขึ้นที่มุมปาก พร้อมกับดวงตาที่ประกายความซนกลับคืนมา "ใครเป็นเด็กดื้อของพี่กันครับ... แต่ก็นั่นแหละครับ ในเมื่อพี่สารภาพมาซะขนาดนี้แล้ว ผมคงต้องใจอ่อนรับเป็นเทรนเนอร์ส่วนตัว คอยคุมความประพฤติพี่ไปตลอดชีวิตแล้วล่ะมั้งครับ" เสียงหัวเราะทุ้มต่ำในลำคอของวินดังขึ้นด้วยความโล่งอกและเอ็นดู ใบหน้าคมโน้มลงมาใกล้เรื่อยๆ ริมฝีปากหยักได้รูปเคลื่อนเข้ามาใกล้จนลมหายใจอุ่นประสานกัน ระยะห่างถูกลดทอนลงจนแทบไม่มีอากาศแทรกผ่าน หัวใจสองดวงเต้นเป็นจังหวะเดียวกันอย่างไร้ที่ติ วินประคองกรอบหน้าของตะวันไว้อย่างทะนุถนอม ปลายจมูกชนกันเบาๆ ก่อนที่ริมฝีปากของทั้งคู่จะค่อยๆ ประทับเข้าหากันอย่างแผ่วเบา เนิ่นนาน และเต็มไปด้วยความรู้สึกที่ถักทอเข้าหากันจนแยกไม่ออก นี่คือบทเรียนจากความรัก... ที่ไม่ต้องมีตำราเล่มไหนสอน แต่มันถูกเขียนขึ้นด้วยหัวใจของคนสองคนที่ยอมเรียนรู้และเติบโตไปพร้อมกัน ทว่า... ในวินาทีที่ริมฝีปากกำลังจะผละออกจากกันอย่างอ้อยอิ่ง เสียงกริ่งหน้าประตูกลับดังขึ้นรัวเร็วกระชากบรรยากาศหวานซึ้งให้ขาดสะบั้นลงทันที! ตามด้วยเสียงเคาะประตูรัวกระหน่ำพร้อมกับเสียงตะโกนเรียกชื่อวินด้วยความร้อนรนจากด้านนอก— "พี่วิน! เปิดประตูให้รินเดี๋ยวนี้เลยนะ! เกิดเรื่องใหญ่ที่บ้านแล้ว!" ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกคนที่ร่วมเดินทางและใจฟูไปกับความรักของเด็กดื้อกับพี่ว้าวุ่นคนนี้ด้วยกันนะครับ
สารจากนักเขียน (คอร์ดรักกีตาร์โปร่ง)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง วิศวะคนนี้ขอเป็นเด็กดื้อของคุณติวเตอร์ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%