“ก็แค่เด็กปากดีที่รับจ้างสอนหนังสือแก้โง่ให้เพื่อนกู... พวกมึงคิดไปถึงไหนกันวะ”
น้ำเสียงห้วนกระด้างที่หลุดออกมาจากริมฝีปากหยักลึกของวิน ดังแทรกผ่านเสียงเพลงจังหวะหนักหน่วงภายในห้องรับรอง VIP ของผับดังกลางเมือง ประโยคนั้นคมกริบราวกับใบมีดที่ถูกลับจนขึ้นเงา มันเชือดเฉือนความรู้สึกของคนที่ยืนแอบฟังอยู่หลังบานประตูไม้สักทองจนแทบแหลกละเอียดในทันที
ตะวันยืนนิ่งค้าง มือเรียวที่กำลังถือถาดใส่เครื่องดื่มพลาสติกสั่นน้อยๆ ดวงตากลมโตไหวระริกด้วยความรู้สึกที่ผสมปนเประหว่างความเจ็บแปลบกับความสมเพชตัวเอง ทำไมเขาจะต้องมาใส่ใจกับคำพูดของคนปากเสียอย่างวินด้วยเล่า ทั้งๆ ที่รู้อยู่เต็มอกว่าผู้ชายคนนั้นก็มีดีแค่วิชาชีพวิศวะกับหน้าตาหล่อเหลาที่ใช้หลอกเด็กไปวันๆ
เด็กปากดีอย่างงั้นเหรอ... หึ เมื่อคืนใครกันนะที่ดึงเขาเข้าไปจูบจนแทบหมดลมหายใจบนโซฟาตัวนั้น
เสียงหัวing ครกครื้นของกลุ่มเพื่อนวิศวะปี 3 ดังกลบความเงียบงันในใจของตะวัน “แน่ใจนะวะไอ้วิน เห็นตามรับตามส่งทุกวัน นึกว่าเด็กในคาถาคนใหม่ซะอีก หน้าหวานขนาดนั้น สเปกมึงชัดๆ” เสียงของกรณ์เพื่อนสนิทของวินเอ่ยแซวด้วยรอยยิ้มเจ้าเล่ห์
วินแค่นหัวเราะในลำคอ ท่าทางเย่อหยิ่งและถือดีฉายชัดผ่านดวงตาคมกริบที่มักจะมองคนอื่นจากมุมสูงเสมอ “รำคาญมากกว่า หน้าตาก็ธรรมดา ปากดีชิบหาย กูแค่อยากเอาชนะไอ้เด็กนั่นเล่นๆ แก้เบื่อช่วงไม่มีอะไรทำก็เท่านั้นแหละ... ไม่มีอะไร in יםทั้งนั้น”
คำว่า *‘แค่รำคาญ’* และ *‘แก้เบื่อ’* วิ่งวนซ้ำไปซ้ำมาในหัวของตะวันราวกับแผ่นเสียงตกร่อง
เจ็บสิ... ถามได้
แต่คนอย่างตะวัน ซันนิทร์ ไม่เคยมีนิสัยวิ่งหนีปัญหาหรือยอมตกเป็นฝ่ายถูกกระทำฝ่ายเดียว รอยยิ้มหยันผุดขึ้นที่มุมปากสวย มือบางผลักบานประตูไม้เปิดออกอย่างไร้ความเกรงกลัว แรงผลักทำให้ประตูเปิดกระแทกผนังเสียงดัง *ปัง!* จนเสียงเพลงและเสียงหัวเราะในวงเหล้าเงียบกริบลงทันตาเห็น
ทุกสายตานับสคู่ภายในห้องหันมามองเป็นตาเดียว ร่างโปร่งบางในชุดนักศึกษาที่ปลดกระดุมคอเสื้อออกสองเม็ด ยืนเด่นเป็นสง่าอยู่ตรงกรอบประตู ใบหน้าหวานเรียบเฉยจนน่ากลัว ดวงตาคู่สวยจ้องตรงไปยังร่างสูงของคนที่นั่งไขว่ห้างอยู่กลางโซฟา
วินชะงักไปชั่วขณะ แก้วในมือเกือบหล่นร่วงลงบนพื้นเมื่อเห็นว่าเป็นใคร ดวงตาคมกริบเบิกกว้างขึ้นเล็กน้อยด้วยความตกใจ ปรับสีหน้าแทบไม่ทัน “ตะวัน...”
“อ้าว... ตัวจริงเสียงจริงมาแล้วเหรอวะ” กรณ์ผิวปากแซวเบาๆ ด้วยความไม่รู้สถานการณ์ แต่เมื่อเห็นรังสีอำมหิตที่แผ่ออกมาจากร่างของติวเตอร์หนุ่มปี 1 ก็รีบหุบปากฉับ
ตะวันก้าวเท้าเข้ามาในห้องทีละก้าว ช้าๆ ทว่ามั่นคง เสียงรองเท้าผ้าใบกระทบพื้นหินอ่อนดัง *ก๊อกแก๊ก* ราวกับนาฬิกามรณะที่กำลังนับถอยหลัง สติของวินหลุดลอยไปชั่วขณะเมื่อสบเข้ากับดวงตาคู่นั้น มันไม่มีน้ำตา ไม่มีความฟูมฟาย มีเพียงความเยือกเย็นและรอยยิ้มเยาะที่ส่งมาให้เขาโดยเฉพาะ
“บังเอิญจังนะครับที่ได้ยินประโยคเด็ดเมื่อครู่พอดี” ตะวันหยุดยืนตรงหน้าโต๊ะกระจก ก้มลงมองแก้วเหล้าในมือของวินด้วยสายตาสสมเพชแกมขบขัน “อุตส่าห์กังวลแทบตายกลัวว่าตัวเองจะสำคัญผิด ที่แท้ก็เป็นแค่ความรำคาญแก้เบื่องั้นสินะครับ คุณวินคนเก่ง”
“ตะวัน... กู...” วินลุกขึ้นยืนเต็มความสูง ร่างสูงใหญ่ขยับเข้าหาโดยสัญชาตญาณ มือหนาเอื้อมออกไปหมายจะคว้าข้อมือบาง แต่ตะวันเบี่ยงหลบอย่างรวดเร็ว ปฏิกิริยาที่เย็นชานั้นทำให้หัวใจของคนตัวโตกระตุกวูบอย่างแรง
“ไม่ต้องมาแตะต้องตัวผมหรอกครับ!” ตะวันสะบัดเสียงใส่ ดวงตาวาวโรจน์ด้วยความโกรธกรุ่นที่สะสมมานาน “ในเมื่อผมมันก็แค่เด็กปากดีที่ทำให้คุณรำคาญ งั้นต่อจากนี้เราก็ไม่ต้องมาเจอ ไม่ต้องมาติวอะไรกันอีกแล้ว!”
คำประกาศกร้าวทำเอาวินหน้าซีดเผือด ความหยิ่งผยองที่เคยมีมลายหายไปในพริบตา เขารู้จักเด็กคนนี้ดี ตะวันไม่ใช่คนที่จะพูดเล่น และถ้าหากปล่อยให้เดินออกไปในตอนนี้ เขากลัวเหลือเกินว่าจะไม่มีวันได้ดึงคนคนนี้กลับเข้ามาในชีวิตอีก
“เดี๋ยวดินสอ... ฟังพูก่อน” วินเผลอเรียกชื่อเล่นที่เขาชอบใช้เรียกเวลาอยู่ด้วยกันสองคน น้ำเสียงที่เคยแข็งกร้าวเจือความร้อนรนอย่างปิดไม่มิด
“หยุดเรียกผมแบบนั้น!” ตะวันตวาดกลับเสียงดังลั่นห้องจนเพื่อนคนอื่นๆ ในวงต่างพากันกลืนน้ำลายลงคอ ไม่เคยมีใครกล้าขึ้นเสียงใส่ ‘เสือวิน’ แห่งวิศวะคนนี้มาก่อนเลยสักคน “จำใส่สมองของคุณไว้ด้วยนะครับคุณวิน ว่าเด็กแก้เบื่อคนนี้แหละที่จะสอบผ่านมีนสูงกว่าคุณในเทอมนี้ แล้วจำไว้ด้วยว่า... ต่อให้คุณจะเอาเงินมากองตรงหน้าผมเป็นล้าน ผมก็จะไม่มาเหยียบคณะคุณอีก!”
พูดจบ ตะวันก็หันหลังกลับทันที ฝ่าเท้ารีบก้าวเดินมุ่งหน้าไปทางประตูทางออกอย่างไร้เยื่อใย หัวใจดวงน้อยเต้นระรัวด้วยความเจ็บแปลบ น้ำใสๆ รื้นขึ้นมาที่ขอบตาแต่ถูกเจ้าตัวกะพริบไล่กลับเข้าไปอย่างเด็ดเดี่ยว จะไม่มีทางร้องไห้ให้ผู้ชายปากเสียคนนั้นเห็นเด็ดขาด
“ไอ้วิน มึงนี่นะ... ปากพาซวยชิบหาย” กรณ์ตบไหล่เพื่อนรักเบาๆ เป็นเชิงปลอบใจ “ตามไปดิเว้ย ยืนบื้ออยู่ทำไมวะ!”
สิ้นเสียงของเพื่อนสนิท วินก็เหมือนได้สติ ร่างสูงพุ่งตัวตามออกไปทันทีด้วยความเร็วดดุจ1ลูกธนูหลุดจากคันศร ความรู้สึกผิดและหวาดกลัวบางอย่างกำลังกัดกินหัวใจของเขาจนอยู่ไม่สุข
ตะวันก้าวเท้าพ้นประตูผับออกมาสู่ถนนยามค่ำคืนที่มีผู้คนพลุกพล่าน ลมเย็นๆ ปะทะเข้ากับใบหน้าช่วยให้สติที่กระเจิดกระเจิงเริ่มกลับเข้ารูปเข้ารอย มือเรียวยกขึ้นปาดน้ำตาที่เล็ดลอดออกมาอย่างลวกๆ พลางสูดหายใจเข้าลึกเพื่อเรียกความเข้มแข็ง
“ตะวัน! หยุดเดี๋ยวนี้!”
เสียงทุ้มห้าวที่คุ้นเคยตะโกนไล่หลังมา พร้อมกับแรงกระชากที่ต้นแขนให้หันกลับไปเผชิญหน้า วินหอบหายใจน้อยๆ หน้าอกกระเพื่อมขึ้นลงด้วยความเหนื่อยจากการวิ่งตาม แว่นสายตาที่มักจะสวมเวลาอ่านหนังสือไม่ได้อยู่บนใบหน้า ทำให้ดวงตาคมคู่นั้นฉายแววความตื่นตระหนกอย่างชัดเจน
“ปล่อยผมนะ!” ตะวันสะบัดแขนออกสุดแรง “บอกให้ปล่อยไงวะ!”
“ไม่ปล่อย! จนกว่าจะได้คุยกันให้รู้เรื่อง” วินสวนกลับเสียงแข็งแต่แฝงความสั่นเครือเล็กน้อย ร่างสูงก้าวเข้ามาประชิดตัวจนตะวันต้องถอยหลังไปจนแผ่นหลังชนเข้ากับเสาไฟฟ้าริมถนน วินยกมือขึ้นกั้นทางซ้ายขวา ขังคนตัวเล็กไว้ในอ้อมแขนโดยปริยาย
“มีอะไรจะพูดอีกเหรอครับ? หรืออยากจะตอกย้ำให้ผมเจ็บใจเล่นอีกว่าผมมันก็แค่ของเล่นแก้เบื่อของคุณ!” ตะวันเงยหน้าขึ้นสบตา แววตาแข็งกร้าวแต่รื้นไปด้วยหยาดน้ำตาทำเอาหัวใจของวินเจ็บแปลบราวกับถูกเข็มนับพันเล่มทิ่มแทง
วินมองใบหน้าหวานที่กำลังแดงก่ำด้วยความโกรธและความเสียใจ เขากลืนก้อนสะอื้นลงคอ คำพูดเมื่อครู่ในห้องวีไอพีมันเป็นแค่เกราะป้องกันความรู้สึกของตัวเองที่กลัวว่าเพื่อนจะรู้ว่าเขากำลังพ่ายแพ้ให้กับเด็กคนนี้... แต่เขาไม่เคยคิดจะพูดมันให้ออกจากปากจริงๆ เลยสักครั้ง
“กูไม่ได้หมายความแบบนั้น...” วินกระซิบเสียงแผ่ว ดวงตาคมทอดมองด้วยความรู้สึกที่ลึกซึ้งเกินกว่าจะหาคำมาอธิบาย “ที่พูดไป... กูแค่... กูแค่กลัว”
“กลัวอะไร? กลัวว่าตัวเองจะเสียฟอร์มที่มีเพื่อนแซวว่าชอบเด็กบริหารเหรอครับ?” ตะวันหัว-เราะในลำคออย่างสมเพช “ถ้ากลัวนักก็อยู่ห่างผมไว้สิครับ จะวิ่งตามมาทำไมอีก!”
“กูกลัวว่า... กูจะขาดมึงไม่ได้ต่างหากเล่ะไอ้เด็กบ้า!”
วินสวนกลับเสียงดังลั่นท่ามกลางเสียงรถราที่วิ่งผ่านไปมาบนถนนใหญ่ ดวงตาคมจ้องลึกเข้าไปในดวงตากลมโตของคนตรงหน้าอย่างเปิดเผย ความรู้สึกทั้งหมดที่อัดอั้นอยู่ข้างในถูกระบายออกมาผ่านน้ำเสียงที่สั่นระริก “กูไม่ได้รำคาญ... กูหงุดหงิดเวลาที่เห็นมึงไปยิ้มให้ไอ้พวกคณะอื่น หงุดหงิดที่มึงไม่สนใจกูเหมือนวันแรก... และกูเกลียดตัวเองชิบหายที่ปากหมาพูดจาทำร้ายความรู้สึกมึงแบบนั้น!”
ตะวันนิ่งอึ้ง สมองประมวลผลคำพูดสารภาพรักแบบดิบๆ และจริงใจที่สุดในชีวิตของนายวิน วิศวะปี 3 หัวใจที่เคยเต้นรัวด้วยความโกรธ กลับเปลี่ยนจังหวะเป็นเต้นกระหน่ำจนแทบทะลุออกมานอกอก ความอบอุ่นแผ่ซ่านเข้ามาในช่องท้องจนลืมความเจ็บปวดเมื่อครู่ไปจนหมดสิ้น
“คุณ... พูดจริงเหรอ” ตะวันถามเสียงแผ่ว หลบสายตาวาววับคู่นั้นด้วยความเขินอายที่เริ่มตีตื้นขึ้นมาแทนที่
“เอ ősดิ! คิดว่ากูพูดเล่นอยู่หรือไง” วินขยับเข้าไปใกล้มากขึ้นจนปลายจมูกแทบจะชนกัน ลมหายใจอุ่นร้อนรินรดอยู่บนพวงแก้มแดงระเรื่อ มือหนาเอื้อมไปเกลี่ยปอยผมที่ปรกหน้าผากให้อย่างเบามือ “ขอโทษ... ได้ยินไหมว่ากูขอโทษ ยกโทษให้เด็กดื้อคนนี้... เอ้ย ไม่ใช่ ให้ผู้ชายปากร้ายคนนี้เถอะนะ”
ตะวันเม้มปากแน่น พยายามกลั้นยิ้มแต่ความสุขที่เอ่อล้นออกมาทางแววตากลับปิดไม่มิด ปากแจ๋วๆ กำลังจะอ้าออกเพื่อหาเรื่องแซวกลับสักประโยค
ทว่า... ก่อนที่ริมฝีปากบางจะได้ขยับเปล่งเสียงใดๆ ออกมา
แสงไฟสว่างจ้าของรถยนต์คันหรูคันหนึ่งก็พุ่งเข้ามาจอดเทียบฟุตบาทตรงหน้าอย่างกระชั้นชิด ประตูรถฝั่งคนขับเปิดออก พร้อมกับร่างระหงของหญิงสาวในชุดเดรสสีแดงเพลิงที่ก้าวลงมาด้วยท่าทางมั่นใจ และทันทีที่เธอเห็นผู้ชายทั้งสองคนยืนประชิดกันอยู่ ร่างบางก็ชะงักไปเล็กน้อยก่อนจะส่งยิ้มหวานหยาดเยิ้มมาให้
“อ้าว... วินคะ มาทำอะไรตรงนี้เหรอคะ? รินรออยู่ในผับตั้งนานนึกว่ากลับไปแล้วซะอีก”
คำพูดพร้อมกับการปรากฏตัวของ 'ริน' ดาวคณะคู่หมั้น ทำเอาบรรยากาศสีชมพูเมื่อครู่พังทลายลงในพริบตาเดียว วินหน้าถอดสีทันที ดวงตาเบิกกว้างด้วยความตกใจระคนหวادหวั่น รีบผละออกจากตัวตะวันโดยอัตโนมัติ
“ริน... คุณมาได้ยังไง?”
--------------------------------------------------
ขอขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางเข้าสู่บทที่หกไปด้วยกันนะครับ แล้วพบกันใหม่ในตอนถัดไปนะครับ - คอร์ดรักกีตาร์โปร่ง
วิศวะคนนี้ขอเป็นเด็กดื้อของคุณติวเตอร์•ตอนที่ 6
ไม่ได้ชอบ แค่รำคาญ
ผลงานโดย คอร์ดรักกีตาร์โปร่ง
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (คอร์ดรักกีตาร์โปร่ง)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง วิศวะคนนี้ขอเป็นเด็กดื้อของคุณติวเตอร์ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!